ปืนใหญ่ต้องห้ามแพ้!! 5 เรื่องน่าจับตา อาร์เซน่อล บู๊ เชลซี คืนนี้
5 ประเด็นที่น่าจับตาดู ในศึกพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแมตช์ อาร์เซน่อล พบ เชลซี คืนนี้
เกมคู่เอกของศึกพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์นี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเกม “ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์” ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งมีความสำคัญยิ่งกับการแย่งชิงพื้นที่ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง อาร์เซน่อล กับ เชลซี
จากการที่ตอนนี้ อาร์เซน่อล รั้งอันดับ 5 ตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 อยู่ 6 แต้ม นั่นหมายความว่าหากทีมปืนใหญ่เกิดพลาดท่าแพ้สิงห์บลูส์คาบ้านในคืนนี้ ก็แทบหมดลุ้นทำอันดับติดท็อปโฟร์เลยทีเดียว
และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญ ก่อนไปลุ้นบิ๊กแมตช์คู่นี้กัน 00.30 น. คืนนี้
1. ผีแดงจะแซงปืนใหญ่ขึ้นที่ 5 ก่อนไหม?
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสดีที่จะขยับพ้นอันดับ 6 เสียทีในคืนนี้ เพราะนอกจากผีแดงจะมีแต้มเท่ากับ อาร์เซน่อล ในตอนนี้ โดยเป็นรองแค่ผลต่างประตูได้-เสียแล้ว พวกเขาจะลงแข่งก่อนในเวลา 22.00 น. อีกต่างหาก
แมนฯ ยูไนเต็ด เจองานเบา ได้เล่นในบ้านพบกับ ไบรท์ตัน ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จะยังรักษาสถิติคุมทีมชนะรวดไว้ต่อไป
และหากทีมปีศาจแดงคว้า 3 แต้มได้ก่อนตามคาด จะยิ่งทำให้ อาร์เซน่อล จำเป็นต้องชนะมากขึ้นไปอีก เพราะหากทีมปืนใหญ่ทำได้แค่เสมอหรือแพ้ จะต้องร่วงลงมาอยู่อันดับ 6 หลังจบสัปดาห์นี้ทันที
2. ปืนจะเก็บคลีนชีตได้ไหม เมื่อสิงห์ไม่ใช้หน้าอาชีพ
อาร์เซน่อล เก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้แค่ 3 นัด เท่านั้น จากทั้งหมด 22 นัด ที่ผ่านมา โดย 6 เกมหลังสุดในลีกก็เสียประตูทุกนัด โดนส่องรวมกันถึง 12 ประตู หรือเฉลี่ยนัดละ 2 ลูก
อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังเกมรุกของ เชลซี ก็ฝืดลงไปเยอะ เพราะไม่มีกองหน้าตัวเป้าไว้ใจได้ จนต้องเตรียมเซ็นสัญญายืมตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน เข้ามาช่วยล่าตาข่าย ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ อัลบาโร่ โมราต้า เตรียมย้ายทีม ส่วน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็สภาพร่างกายไม่เต็มร้อย
ในช่วง 6 เกมหลังสุด เมาริซิโอ ซาร์รี่ มักจะใช้ เอแด็น อาซาร์ หุบจากซ้ายเข้าไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และนั่นทำให้พวกเขาไม่มีตัวจบสกอร์ในกรอบเขตโทษจริงๆ จังๆ แต่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแนวรุกในการเจาะเข้าทำมากกว่า
6 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก เชลซี ยิงคู่แข่งได้แค่ 6 ลูก โดยมีถึง 2 นัดที่ยิงใครไม่ได้ แถมทั้ง 6 นัดที่ผ่านมา ก็ชนะคู่แข่งด้วยผลต่างไม่เกิน 1 ลูกทั้งหมด
เพราะฉะนั้นคืนนี้จึงน่าสนใจว่า ระหว่างทีมปืนใหญ่ที่เกมรับกำลังหลวม กับสิงห์บลูส์ที่เกมรุกกำลังฝืด ฝ่ายไหนที่จะปรับปรุงจุดแย่ของตัวเองให้เห็นได้ก่อนกัน
3. ปืนจะยังแพ้ทางสิงห์อีกไหม?
จาก 14 นัดหลังสุด ที่คู่นี้เจอกันในพรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายชนะเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือเกมถล่ม 3-0 ในฤดูกาล 2016-17 นอกนั้น เชลซี ชนะถึง 8 นัด เสมอกันไปอีก 5 หน
การเจอกันเมื่อช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซี ก็เป็นฝ่ายชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไป 3-2 โดยได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจาก มาร์กอส อลอนโซ่
อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ อูไน เอเมรี่ มีสถิติพา อาร์เซน่อล ชนะ 100% ถ้าหากพบกับทีมร่วมกรุงลอนดอนในพรีเมียร์ลีกที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยพาทีมเอาชนะทั้ง เวสต์แฮม, สเปอร์ส และ ฟูแล่ม แบบสวยงามทั้งหมด
ส่วน เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ฤดูกาลนี้ ออกไปเยือนคู่ปรับร่วมเมืองไม่ดีนัก โดยเก็บได้แค่ 4 แต้มจากการออกไปเยือนทีมร่วมกรุงลอนดอน 3 นัดในลีกซีซั่นนี้ (แพ้ สเปอร์ส , เสมอ เวสต์แฮม และเฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ )
ด้วยความที่เกมนี้จะเล่นกันที่รังเหย้าของทีมปืนใหญ่ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ อาร์เซน่อล คืนฟอร์มเก่งอีกครั้งก็ได้
4. “เอเมรี่” จะแก้หมาก “ซาร์รี่” ยังไง
แม้การเจอกันช่วงต้นซีซั่น อูไน เอเมรี่ จะพา อาร์เซน่อล แพ้ให้กับ เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ไปก่อน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ คู่แข่งทุกทีมจะจับทางแท็กติกรวมถึงการแก้เกมของ ซาร์รี่ ได้หมดแล้ว
ซาร์รี่ เริ่มถูกวิจารณ์ว่ามักใช้งานแต่ผู้เล่นเดิมๆ และทำให้ เชลซี เล่นด้วยแผนเดิมๆ คือ 4-3-3 ทุกนัด โดยไม่มีการเปลี่ยนแพลน ซึ่งช่วงหลังหากไม่ได้ความสามารถเฉพาะตัวของ เอแด็น อาซาร์ ก็มักจะเอาตัวไม่รอดเลย
จุดที่คนสังเกตก็คือ ตำแหน่งของ จอร์จินโญ่ กองกลางที่จะยืนต่ำสุดในแผงมิดฟิลด์ของ เชลซี ซึ่งหากมีนักเตะเข้าบีบเร็ว เขามักจะเล่นไม่ออก และทำให้การขับเคลื่อนเกมของสิงห์บลูส์ไม่ลื่นไหล
อย่างไรก็ตาม เอเมรี่ ของฝั่งปืนใหญ่ ก็โดนวิจารณ์พอสมควรจากการใช้แผน 3 เซนเตอร์แบ็กใน
เกมล่าสุดที่บุกแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเกมนี้ หากเขาต้องการปิดการตั้งเกมแดนกลางจาก จอร์จินโญ่ มีโอกาสสูงที่ทีมปืนใหญ่จะปรับระบบกลับมาเป็น 4-3-2-1 หรือ 4-2-3-1 เพราะจะทำให้แผงมิดฟิลด์แน่นกว่า
อีกจุดที่น่าสังเกตก็คือ กุนซือของ อาร์เซน่อล มักเป็นพวกรอแก้เกมในครึ่งหลัง แต่จะออกสตาร์ทเกมไม่ดีนัก ซึ่งถ้าหาก ซาร์รี่ ไม่มีไม้ตายใหม่ๆ มาเล่นงานเจ้าถิ่น โดยที่ไม่สามารถชิงจังหวะนำได้ก่อน ก็คงยากที่จะเก็บแต้มกลับไป
5. เกม “ปืนดวลสิงห์” ครั้งสุดท้ายของ “เช็ก”
ปีเตอร์ เช็ก นายประตูวัย 35 ปีอดีตมือหนึ่งทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก เพิ่งประกาศยืนยันว่าเขาจะแขวนถุงมือหลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้เกมนี้คงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว ที่เขาจะได้พบกับต้นสังกัดเก่า ที่เขาเคยพาทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัย
เช็ก ย้ายจาก เชลซี มาเฝ้าเสาให้ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ปี 2015 ทว่าฤดูกาลนี้เขาเสียตำแหน่งมือหนึ่งไปให้ แบร์นด์ เลโน่ ที่เพิ่งย้ายมาเมื่อช่วงซัมเมอร์
อย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก ที่ เช็ก จะมีโอกาสลงเจอทีมเก่า ซึ่งไม่ว่าเขาจะได้ลงเฝ้าเสาหรือไม่ เชื่อว่าแฟนบอลต้องสร้างบรรยากาศอันน่าประทับใจให้เขาแน่
อ่านต่อ...