Fact หลังเกม : 5 จุดต้องชม ช้างศึก หลังเจ๊า ยูเออี ทะลุรอบ 16 ทีมเป็นครั้งแรก

10 months ago
7,000 reads • 7,030 shares
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องชม ช้างศึก หลังเจ๊า ยูเออี ทะลุรอบ 16 ทีมเป็นครั้งแรก
โดย:

5 จุดต้องชื่นชม ทีมชาติไทย หลังเสมอ ยูเออี 1-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019

ถือเป็นค่ำคืนที่ทำให้คนไทยมีความสุขกันทั้งประเทศจริงๆ หลัง ทีมชาติไทย เสมอ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 ในเกมนัดสุดท้ายกลุ่มเอ ในศึก เอเชียน คัพ 2019

ทำให้ ทัพช้างศึก เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้ม ผงาดเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทันทีในฐานะรองแชมป์กลุ่มทันที

และนี่คือ 5 จุดต้องชื่นชม ทีมชาติไทย ในเกมเจ๊าเจ้าภาพเมื่อคืนที่ผ่านมา!!

 

1. ฉวยโอกาสได้ดี

แม้เกมนี้ ยูเออี จะออกนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 7 จากจังหวะบอลยาวข้ามแนวรับไทย และเป็น อาลี มับคูต ที่โขกซ้ำเข้าไปอย่างรวดเร็ว

แต่กลายเป็นว่าเมื่อเกมผ่านไป 20 นาที ทัพช้างศึก เริ่มกลับมาครองเกมได้บ้าง และเดินหน้าทวงประตูคืน และหาโอกาสที่แนวรับเจ้าถิ่นพลาด จนเกือบจะตีเสมอได้จาก อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ยิงติดเซฟไปแบบหวุดหวิด

ก่อนที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จะกลายเป็นฮีโร่เติมเกมขึ้นมาเก็บตกลูกส้มหล่นจาก ธีรศิลป์ แดงดา ยิงเข้าไปเป็นประตูตีเสมอให้ไทยได้สำเร็จ

จริงอยู่ที่ตลอดทั้งเกม ยูเออี จะมีโอกาสยิงเยอะกว่าเรา แต่การคว้าโอกาสทองไว้ได้ และเปลี่ยนเป็นประตูนี่แหละ คือสิ่งที่หากอยากให้ทีมก้าวไปข้างหน้าต้องมีให้ได้ และดูเหมือนว่าเราจะเริ่มพัฒนาจุดนี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วด้วย

 

2. เพรสซิ่งสุดติ่ง

กลายเป็นจุดที่แข็งที่สุดของ ทีมชาติไทย ในเกมนี้เลยก็ว่าได้ หลัง “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เน้นให้แข้งช้างศึกไล่เพรสซิ่งเร็ว และสูงถึงแดนบนของยูเออี

จนทำให้เจ้าถิ่นแทบไม่มีเวลาได้คิดสร้างสรรค์เกมรุกเลย กลับกันพวกเขาก็ต้องเน้นโยนมากขึ้น ซึ่งแน่นอนพอไม่แม่นก็ยากที่จะมายิงประตูเราได้

ที่น่าชื่นชมสุดๆ ในวันนี้คงต้องยกให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่นอกจากจะซัดประตูตีเสมอพาทีมเข้ารอบแล้ว เขายังเป็นคนที่วิ่งไล่บอลชนิดที่ว่าขึ้นสุด-ลงสุด ตลอดทั้งเกมแบบไม่มีหมดจริงๆ แถมยังเข้าบอลได้อย่างดุดัน แม่นยำ ซึ่งสามารถตัดบอลสวยๆ ได้หลายลูกทีเดียว

และที่เห็นได้ชัดคือความฟิตของแข้งช้างศึก ก็เริ่มจะกลับมาดีเหมือนเดิมแล้ว เพราะแม้จะไล่บี้ตั้งแต่เริ่ม แต่ท้ายเกมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงกันเลย

 

3. สุพรรณ ทองสงค์ ทีเด็ด

ถือว่าการที่ “โค้ชโต่ย” เลือกใช้ สุพรรณ ทองสงค์ มารับหน้าที่ปราการหลังตัวกลางในระบบเซนเตอร์ 3 คน เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเหลือเกิน

หากย้อนกลับไปในนัดชนะ บาห์เรน 1-0 “เจ้าเชนทร์” เป็นคนที่ได้รับคำชมที่สุดในแนวรับ หลังช่วยเคลียร์บอลในจังหวะอันตรายได้หมด

เช่นเดียวกับเกมเมื่อคืนนี้ที่เขาจัดการแนวรับทีเด็ด ยูเออี ซะอยู่หมัดไม่ว่าจะยืนเป็นตัวกลาง หรือขยับออกมาเป็นตัวขวา หลัง มิก้า ชูนวลศรี ถูกเปลี่ยนตัวออก ชนิดที่ว่า อาลี มับคูต แทบจะหายจากเกมไปเลยในครึ่งหลัง

ด้วยจุดเด่นที่รูปร่างสุงใหญ่ ทำให้เขาเข้ามาเติมเต็มเรื่องลูกกลางอากาศของทีมได้ดี แถมมีความเร็วที่พร้อมจะไล่บี้แบบไม่ปล่อยไปง่ายๆ

น่าเสียดายที่ สุพรรณ ทองสงค์ ต้องติดโทษแบนในเกมนัดต่อไปเมื่อเขาสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ ทำให้นี่น่าจะเป็นงานหนักทีเดียวที่ “โค้ชโต่ย” จะต้องตัดสินใจว่าจะใช้ใครแทน

 

4. คีย์แมน 3 แข้งเจลีก

ถือเป็นอีกเกมที่ 3 แข้งเจลีก ช่วยกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ชัดเจนเลยว่าเมื่อเขามีอิสระในเกมรุกมันก็ทำให้ ทีมชาติไทย ได้ลุ้นประตู และได้กดดันคู่แข่งมากขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างลูกตีเสมอของ ฐิติพันธ์ จุดเริ่มต้นก็มาจากลูกจ่ายของ “เมสซี่เจ” รวมทั้งจังหวะพริ้วฉีกแนวรับ ยูเออี ก็มีให้เห็นตลอดทั้งเกม เรียกได้ว่าไม่รุมเอาไม่อยู่แน่ๆ

เช่นเดียวกับ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ดูจะคืนฟอร์มเก่งได้เรื่อยๆ ซึ่งในเกมเมื่อคืนเขาสามารถเก็บบอลแดนหน้าได้บ่อยทีเดียว และยังหาพื้นที่สอดขึ้นไปลุ้นทำประตู แถมยังเรียกฟาวล์ให้ทีมได้บ่อยด้วย

ด้าน ธีราทร บุญมาทัน ที่กลับมามั่นใจอีกครั้งก็ทำให้เขากล้าเล่น กล้าครองบอลมากขึ้น และมีลูกจ่ายบอลสั้นสลับยาวสวยๆ ให้เห็นตลอดทั้งเกม

ด้วยประสบการณ์ในลีกที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในเอเชีย ก็คงจะจริงที่พวกเขาทั้ง 3 คนจะเข้ามายกระดับ ทีมชาติไทย ได้แน่หากรักษาฟอร์มเทพได้แบบนี้

 

5. ไม่มีเสียสมาธิในช่วงเวลากดดัน

หลายๆ นัดที่ผ่านมาในยุคที่ มิโลวาน ราเยวัช คุมทีม ทีมชาติไทย พลาดโอกาสคว้าผลการแข่งขันดีๆ เพราะดันมาเสียประตูให้คู่แข่งทีหลังหลายครั้ง

ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เราทำชัยชนะที่ควรจะได้หลุดมือ ในเกมที่เจอกับ ฟิลิปปินส์ และรอบรองชนะเลิศนัดสำคัญที่โดน มาเลเซีย ยิงประตูอเวย์โกล

หรือย้อนไปก่อนหน้านั้นในศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก เราเกือบจะชนะ ยูเออี ได้อยู่แล้ว แต่ก็มาเสียประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับแต้มที่กำลังจะได้จาก อิรัก และ ออสเตรเลีย ก็หายไป เพราะคู่แข่งมายิงประตูชัยใส่เราในช่วงท้ายเกม

หากใครได้ดูเกมเมื่อคืนนี้ ทีมชาติไทย ไม่มีสมาธิหลุดแม้ว่าจะเสียประตูนำก่อนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังเล่นอย่างอดทน และรอจังหวะทำประตูตีเสมอได้สำเร็จก่อนหมดครึ่งแรก

ส่วนในครึ่งหลัง ที่เราหันมาเล่นเกมรับเพื่อประคองสกอร์ ก็ไม่มีข้อผิดพลาดในการป้องกัน จนสุดท้ายก็ได้แต้มสำคัญในการผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะ ยูเออี ไม่โหมบุกใส่มากเท่าไร เพราะผลเสมอก็เพียงพอให้พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มได้แล้วก็ตาม

 

 

จากผลงานอันยอดเยี่ยมของ ทีมชาติไทย ที่พลิกกลับมาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ มันทำให้แฟนบอลไทยกลับมามีความสุขเหลือเกิน

และในรอบต่อไปจากการวางสายเอาไว้ ทัพช้างศึก จะต้องไปพบทีมอันดับ 2 ของกลุ่มซี ที่ต้องรอลุ้นว่าจะเป็น จีน หรือ เกาหลีใต้

แม้รอบหน้า น่าจะเจอกับงานที่ยากที่สุดยิ่งกว่า 3 เกมในรอบแรกที่ผ่านมา แต่ด้วยผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ บวกกับสภาพจิตใจที่ดีเหลือเกิน บอกเลยเวลานี้เจอใครก็ได้

กาปฏิทินไว้ให้ดี 20 ม.ค.นี้ เรามีนัดตามเชียร์ทีมชาติไทย ลุยต่อในรอบน็อกเอาท์!!