หงส์จะสะดุดอีกมั้ย?? ชี้ 7 นัดอันตรายในลีก ลิเวอร์พูลอาจทำแต้มหล่นอีกซีซั่นนี้

2 months ago
928 reads • 732 shares
หงส์จะสะดุดอีกมั้ย?? ชี้ 7 นัดอันตรายในลีก ลิเวอร์พูลอาจทำแต้มหล่นอีกซีซั่นนี้
โดย:

เผยโปรแกรมพรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล ที่ทีมหงส์แดงมีโอกาสทำแต้มหล่นอีกในฤดูกาลนี้

หลังจากเว้นว่างไป 1 สัปดาห์ให้กับโปรแกรมบอลถ้วย สุดสัปดาห์นี้ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เวลากลับมาฟาดแข้งกันต่ออีกครั้ง 

จ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล โดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลดช่องว่างจาก 7 แต้มเหลือแค่ 4 แต้ม หลังทีมเรือใบสีฟ้าเปิดบ้านเชือดทีมหงส์แดงไป 2-1 ในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้การลุ้นแชมป์กลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เหมือนจะลอยตัว นับถอยหลังซิวแชมป์แบบสบายๆ

หากนับจากวันนี้ (12 มกราคม) ลิเวอร์พูล เหลือโปรแกรมแข่งในลีกอีก 17 นัด และนี่คือเกม 7 นัดที่ทีมหงส์แดงต้องระวังให้ดี ว่ามีโอกาสทำคะแนนหล่นอีก 

 

เยือน ไบรท์ตัน (คืนวันเสาร์ที่ 12 มกราคม, 22.00 น.)

ไบรท์ตัน แม้จะอยู่แค่อันดับที่ 13 ของตาราง ทว่าผลงานของพวกเขาในช่วงหลังกำลังทำได้ดี เมื่อไม่แพ้ใครมา 4 นัดติดต่อกันรวมทุกถ้วย

แถม 7 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่ได้เล่นในบ้านตัวเอง ทีมนกนางนวลแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้น ต่อทีมแกร่งอย่าง เชลซี ด้วยสกอร์ 1-2

ฤดูกาลนี้ ไบรท์ตัน เคยทำให้ทีมใหญ่เจอเกมหนักมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 หรือเสมอกับ อาร์เซน่อล 1-1

ซึ่งจากการที่ตอนนี้ ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตก เมื่อแพ้นัดแรกในลีกต่อ แมนฯ ซิตี้ 1-2 ตามด้วยออกไปโดน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ถีบตกรอบ 3 เอฟเอ คัพ บวกกับเจอปัญหากองหลังตัวหลักบาดเจ็บเพียบ ต้องบอกเลยว่างานที่เหมือนจะสบาย อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

 

เยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (คืนวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์, 21.05 น.)

ทีมปีศาจแดงกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวอีกครั้ง นับตั้งแต่ปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่งกุนซือ แล้วแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มาคุมทีมขัดตาทัพแทน เมื่อกุนซือชาวนอร์เวย์พาทีมชนะรวด 5 เกมแรก ด้วยรูปเกมข่มคู่แข่งขาดลอยทั้งหมด

นักเตะอย่าง ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือแม้แต่ โรเมลู ลูกากู กลับมาเล่นอย่างมั่นใจขึ้นกว่าเดิม จนคืนฟอร์มเก่งอย่างเห็นได้ชัด 

ยิ่งไปกว่านั้น การบุกเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ยังเป็นเกมให้หลังจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสำคัญที่หงส์แดงจะต้องเปิดบ้านพบ บาเยิร์น มิวนิค เพียง 5 วัน ขณะที่ช่วงกลางสัปดาห์ดังกล่าว ทีมปีศาจแดง ยังไม่ได้มีโปรแกรมลงแข่ง ทำให้ทีมของ โซลชาร์ ได้เปรียบในเรื่องสภาพความฟิตด้วย

ลิเวอร์พูล ไม่สามารถคว้าชัยชนะกลับออกมาจากโรงละครแห่งความฝันได้เลย จาก 5 ครั้งหลังสุดรวมทุกรายการที่เยือนผีแดง ถ้าจะบอกว่านี่คือเกมที่หงส์แดงมีโอกาสสะดุดอีกมากที่สุดในบรรดาโปรแกรมที่เหลืออยู่ ก็ไม่ใช่การกล่าวเกินเลยไปนัก

 

เยือน เอฟเวอร์ตัน (ระหว่างวันที่ 2-3 มีนาคม, เวลายังไม่ระบุ)

เอฟเวอร์ตัน คือทีมที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเอาชนะได้ทั้งเหย้าและเยือนในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งจากการที่เป็นทีมคู่ปรับร่วมเมือง ทำให้ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินจะทุ่มเทเต็มที่ในการล้มทีมหงส์แดงให้ได้มากเป็นพิเศษ

ลิเวอร์พูล สามารถบุกชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้เพียงครั้งเดียวจากการเยือน กูดิสัน พาร์ค 6 นัดหลังสุด บ่งบอกชัดเจนว่าศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" คือเกมที่ยากแค่ไหน

 

เหย้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (ระหว่างวันที่ 29-30 มีนาคม, เวลายังไม่ระบุ)

 

แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะมีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพราะแพ้ให้ทีมไก่เดือยทองเพียง 2 ครั้ง จากการเจอกันในพรีเมียร์ลีก 13 นัดหลังสุด (ชนะ 7 เสมอ 4) แต่ด้วยศักยภาพของทีมไก่เดือยทองตอนนี้ ไม่ว่าจะเจอกันตอนไหนก็ถือเป็นงานหนักทั้งนั้น

ฤดูกาลที่แล้ว สเปอร์ส เคยโชว์ลูกฮึดบุกตามตีเสมอหงส์แดงถึงแอนฟิลด์ 2-2 ขณะที่ฤดูกาลนี้ ทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็กวาดแต้มนอกบ้านได้มากกว่าทุกทีมในลีก (30 แต้มจาก 12 นัด) จึงถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ ลิเวอร์พูล อีกเกม ในการก้าวไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้

 

เยือน เซาธ์แฮมป์ตัน (ระหว่างวันที่ 6-7 เมษายน, เวลายังไม่ระบุ)

ว่ากันว่าการเยือนทีมหนีตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล ถือเป็นงานหนักพอๆ กับการเยือนทีมลุ้นแชมป์ หรือลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป เพราะทีมเหล่านั้นจะต้องเล่นเพื่อเอาชีวิตรอดทุกวิถีทาง

เซาธ์แฮมป์ตัน อาจจะอยู่ในโซนท้ายตาราง แต่ฤดูกาลนี้พวกเขาทำให้ทีมใหญ่สะดุดมาแล้วหลายนัด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ้านชนะ อาร์เซน่อล ช่วงที่ฟอร์มกำลังพีคได้ 3-2 หรือบุกไปคว้าผลเสมอ 0-0 จาก เชลซี ได้ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์

ต้องไม่ลืมอีกว่า ก่อนหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพาทีมชนะนักบุญได้ 3 เกมหลังสุดติดต่อกัน กุนซือชาวเยอรมันไม่สามารถคุมหงส์แดงชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ในพรีเมียร์ลีกได้เลย ใน 2 ปีแรกที่มาทำงานที่อังกฤษ (เสมอ 3 แพ้ 1) แถมโดนถีบตกรอบรองชนะเลิศ ลีก คัพ ฤดูกาล 2016-17 ด้วยการแพ้แบบไป-กลับอีกต่างหาก

ถึงแม้ในเกมที่ เซาธ์แฮมป์ตัน จะเปิดบ้านรับมือหงส์แดง จะอดใช้งาน แดนนี่ อิงส์ กองหน้าตัวยืมจาก ลิเวอร์พูล ที่ลงเจอต้นสังกัดที่แท้จริงไม่ได้ แต่นักเตะและแฟนบอลพวกเขาทุกคนที่ เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ในวันนั้น จะเรียกพลังแฝงอยากหนีตายออกมามากที่สุดแน่ๆ

 

เหย้า เชลซี (ระหว่างวันที่ 13-14 เมษายน, เวลายังไม่ระบุ)

ลิเวอร์พูล ไม่สามารถชนะ เชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ได้เลย ตลอด 6 ฤดูกาลหลังสุด แถมซีซั่นนี้ ทีมสิงห์บลูส์เพิ่งบุกถีบหงส์แดงร่วงตกรอบ 3 คาราบาว คัพ มาหมาดๆ ด้วย

สิงห์บลูส์ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องเน้นเต็มที่ทุกนัดเพื่อรักษาอันดับให้ไปติดท็อปโฟร์ได้เป็นอย่างน้อย และเป็นอีกหนึ่งทีมที่จะทำให้หงส์แดงเจองานหนักแน่

และถ้าเกิด เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ โปรแกรมนัดนี้จะยิ่งยากกว่าเดิมด้วย เพราะจะมีเกมหนักในฟุตบอลยุโรปเข้ามาประกบเกมนี้ให้พะวงอีก
 
 
เยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ระหว่างวันที่ 4-5 พฤษภาคม, เวลายังไม่ระบุ)
 
 
นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสที่จะต้องหนีตายจนกระทั่งถึงช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งถ้าหากทีมสาลิกาดงยังไม่การันตีความปลอดภัยในเกมนัดที่ 37 นี่จะเป็นเกมที่หนักที่สุดอีกนัดของ ลิเวอร์พูล ในช่วงที่เหลือของซีซั่นนี้

ช่วงหลังๆ ลิเวอร์พูล ก็ไม่ถูกโฉลกกับการเยือน เซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วย เพราะบุกชนะ นิวคาสเซิ่ล ไม่ได้มา 4 นัดติดต่อกัน (เสมอ 2 แพ้ 2) และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเกิดตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ สเปอร์ส ยังเบียดลุ้นแชมป์กับหงส์แดงได้อยู่ นั่นจะเป็นเกมที่ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กดดันสุดๆ เลยทีเดียว

 
อย่างไรก็ตาม นอกจาก ลิเวอร์พูล แล้ว คู่แข่งลุ้นแชมป์ของหงส์แดงทุกทีม ก็ยังมีงานหนักอีกมากรออยู่เช่นเดียวกัน

สุดท้ายแล้ว ทีมที่คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ต้องเป็นทีมที่ทำผลงานตลอดฤดูกาลได้ดีที่สุดอยู่ดี