เกมใหญ่ส่งท้ายปี!! ส่อง 5 ประเด็นน่าจับตา หงส์แดง ปะทะ ปืนใหญ่ คืนนี้

3 weeks ago
133 reads • 108 shares
เกมใหญ่ส่งท้ายปี!! ส่อง 5 ประเด็นน่าจับตา หงส์แดง ปะทะ ปืนใหญ่ คืนนี้
โดย:

5 ประเด็นที่น่าจับตา ของศึกบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล

หลังจากที่ศึกพรีเมียร์ลีก เดินทางผ่านครึ่งฤดูกาลกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงสุดสัปดาห์ส่งท้ายปี 2018 จึงถือเป็นการลงเตะเกมแรกของเลกสองทันที และแน่นอนว่าคู่เอกของสัปดาห์ที่ 20 หนีไม่พ้นการเจอกันระหว่าง 2 ทีมดัง ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล

ลิเวอร์พูล 
กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด ว่าน่าจะได้เวลาเสียทีที่พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จ (หากนับรวม ดิวิชั่น 1 เดิม จะเป็นสมัยที่ 19) เมื่อตอนนี้นำเป็นจ่าฝูง โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถึง 6 แต้ม และทิ้งแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไกล 7 แต้ม

อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล ที่จะยกพลมาเยือน ก็ถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก ทีมปืนใหญ่กำลังลุ้นทำอันดับกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ และมีเกมรุกที่อันตราย จึงถือว่าเป็นเกมที่หงส์แดงเจองานไม่ง่ายแน่นอน

และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญ ที่น่าจับตาของบิ๊กแมตช์คู่นี้...

 

คล็อปป์ จะยังรักษาสถิติไม่เคยคุมหงส์แพ้ปืนต่อไหม?

นับตั้งแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนตุลาคม 2015 เขายังไม่เคยพาหงส์แดงพ่ายแพ้ อาร์เซน่อล เลยแม้แต่ครั้งเดียว (ชนะ 3 เสมอ 3)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากนับเฉพาะเกมที่แอนฟิลด์ หงส์แดงภายใต้การทำทีมของกุนซือชาวเยอรมัน สามารถยิงประตูทีมปืนใหญ่ไม่เคยต่ำกว่า 3 ลูก

 

หงส์ลุ้นไร้พ่ายนัดที่ 20



ฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ในลีกซีซั่นนี้ถือว่าแกร่งสุดๆ เมื่อเป็นทีมเดียวที่ยังไร้พ่าย (ชนะ 16 เสมอ 3) โดยชนะมา 8 นัดติดต่อกัน แถมสถิติการเล่นในบ้านก็สุดยอดมาก ไม่แพ้ในลีกที่แอนฟิลด์มา 30 นัดซ้อน เข้าไปแล้ว

หงส์แดงลุ้นทำสถิติออกสตาร์ทฤดูกาล ด้วยการไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีก 20 นัดติดต่อกัน เป็นทีมที่ 3 ต่อจาก อาร์เซน่อล ที่ไม่แพ้เลยทั้งฤดูกาล 2003-04, แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่แพ้ใน 24 เกมแรกของซีซั่น 2010-11 และ แมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลที่แล้ว ที่ออกสตาร์ทด้วยสถิติไร้พ่าย 22 นัดติด (ก่อนโดน ลิเวอร์พูล หยุดสถิติลง ด้วยการเปิดบ้านอัด 4-3)

ซึ่งถ้าหากทีมปืนใหญ่งัดฟอร์มพีค บุกคว้า 3 แต้มถึงแอนฟิลด์ จะถือเป็นการการันตีแน่นอนทันที ว่า อาร์เซน่อล จะยังคงเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ไม่แพ้ใครเลยตลอดซีซั่น

 

ศึกชิงผู้นำดาวซัลโว "ซาลาห์" VS "โอบาเมย็อง"

ดูเหมือนว่าการขับเคี่ยวลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ จะสูสีและเข้มข้นกว่าการลุ้นแชมป์เสียอีก

ตอนนี้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หัวหอกทีมชาติกาบองของ อาร์เซน่อล นำดาวซัลโวเดี่ยวๆ ด้วยผลงาน 13 ประตู ทว่าผู้ที่ไล่ตามมาทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ แฮร์รี่ เคน ซึ่งยิงกันไปคนละ 12 ลูก ก็มีสิทธิ์แซงขึ้นนำดาวซัลโวแทนได้ทุกสัปดาห์เช่นกัน

มีโอกาสเหมือนกันที่คืนนี้ ซาลาห์ จะขึ้นไปนำดาวซัลโวร่วมกับ โอบาเมย็อง (หรืออาจแซงได้เลย) เมื่อ ลิเวอร์พูล จะได้เล่นในบ้านตัวเอง แถมฟอร์มช่วงหลังของดาวดังทีมชาติอียิปต์ก็กำลังฮอตสุดๆ 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ยิงไปถึง 6 ประตู แถมจัดไปอีก 2 แอสซิสต์

อย่างไรก็ตาม โอบาเมย็อง ก็ยิงไปถึง 3 ประตูจากเกมลีก 2 นัดหลังสุด จึงเป็นตัวที่แนวรับหงส์แดงต้องระวังที่สุด ซึ่งแม้จะมีสถิติหาโอกาสยิงได้ไม่เท่า ซาลาห์ แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาซัดเข้ากรอบ โอกาสที่บอลจะตุงตาข่ายมีสูงกว่า ซาลาห์ เสียอีก

 

"ฟีร์มีโน่" จะยิงในลีกที่แอนฟิลด์ซีซั่นนี้ ได้ยัง?

จากการที่ฤดูกาลนี้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ถูกถอยลงไปเป็นตัวทำเกมรุกบ่อยกว่ายืนกองหน้าตัวเป้า (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถูกขยับเข้าใกล้กรอบเขตโทษกว่าเดิม) ทำให้ดาวเตะทีมชาติบราซิลยิงในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ได้แค่ 4 ประตูเท่านั้น

4 ประตูที่ "บ็อบบี้" ซัดให้หงส์แดงในลีกฤดูกาลนี้ ล้วนเกิดขึ้นในเกมนัดเยือน จึงน่าจับตาดูว่า นัดสุดท้ายของปี 2018 ที่ ลิเวอร์พูล จะได้เล่นในแอนฟิลด์ เขาจะมีชื่อทำประตูได้ซะทีหรือยัง

ฟีร์มีโน่ มีสถิติที่ยอดเยี่ยม ในการลงเจอ อาร์เซน่อล ที่แอนฟิลด์ เพราะ 3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ที่เจอทีมปืนใหญ่ในเกมเหย้า เขามีชื่อทำประตูทุกนัด ซัดรวมกันได้ 4 ลูก โดยทุกนัด เขาจะเป็นคนยิงประตูแรกของเกมตลอด

 

"เอเมรี่" จะฝ่าวิกฤต ตัวเจ็บเพียบได้ดีแค่ไหน

หนึ่งในสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ อาร์เซน่อล ฟอร์มสะดุดเล็กน้อยในช่วงหลัง (ชนะแค่ 2 จาก 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก) และไม่ชนะเลยในการออกนอกบ้าน 3 หนหลังสุด ก็คืออาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวรับ

เอคตอร์ เบเยริน กับ ร็อบ โฮลดิ้ง ไม่พร้อมลงสนามอย่างแน่นอน แถม เอเมรี่ ยังต้องลุ้นหนักอีกว่า นาโช่ มอนเรอัล กับ ชโคดราน มุสตาฟี่ จะฟิตสมบูรณ์ ลงช่วยทีมทันเวลาหรือไม่

หากยังไม่มีใครหายเจ็บกลับมาช่วยทีมเพิ่มเติม แผงแบ็กโฟร์ของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้ น่าจะเป็น สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ และ เซอัด โคลาซินัช เหมือนเดิม ซึ่งน่าห่วงตรงตำแหน่งของ ลิคท์สไตเนอร์ เพราะมักเชื่องช้า และมีจังหวะก่อความผิดพลาดให้เห็นบ่อยๆ โดยคืนนี้เขาจะต้องรับมือกับตัวจี๊ดอย่าง ซาดิโอ มาเน่ อีกต่างหาก

12 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล เก็บคลีนชีตได้เพียงนัดเดียว คือเกมเปิดบ้านเฉือนทีมท้ายตารางอย่าง ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-0 จึงน่าเป็นห่วงเหลือเกินว่า คืนนี้พวกเขาจะโดนเกมรุกทีมจ่าฝูงสอยตาข่ายกี่ลูก

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ ชั่วโมงนี้ ลิเวอร์พูล เหนือกว่า อาร์เซน่อล ไม่น้อย แต่ด้วยความที่เป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่มักยิงประตูกันมากมายตลอดช่วงหลัง จึงถือว่าแฟนบอลต้องห้ามพลาดเกมคู่นี้เด็ดขาด!!