สุขเศร้าปนกันไป!! รวมสถิติต้องจำของ ทีมชาติไทย ตลอดปี 2018

3 weeks ago
278 reads • 366 shares
สุขเศร้าปนกันไป!! รวมสถิติต้องจำของ ทีมชาติไทย ตลอดปี 2018
โดย:

รวบรวมสถิติตลอดปี 2018 ของทีมชาติไทย

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการลงสนามตลอดปี 2018 ของ ทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นปีที่ทำผลงานได้ไม่เลวทีเดียว

แต่ก็กลับต้องมาผิดหวังไม่ได้แชมป์อะไรติดมือเลย โดยเฉพาะส่งท้ายด้วยการพลาดแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 อย่างน่าเจ็บใจ

อย่างไรก็ตามในปีนี้ก็ยังมีสิ่งดีๆ อยู่บ้างเมื่อได้เห็นแข้งหน้าใหม่หลายคนขึ้นมาแจ้งเกิดในวงการ และนี่คือสถิติที่น่าสนใจตลอดปีที่ผ่านมาของ ทัพช้างศึก ในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช!!

 

AK9 ดาวซัลโวช้างศึก

ในปีนี้แม้ว่า อดิศักดิ์ ไกรษร จะบาดเจ็บหนักช่วงต้นปี และต้องพักกว่าครึ่งปีกว่าจะกลับมาได้ แต่ใครจะไปคิดว่า AK9 จะเข้าเป้าแซงแช้งไทยทุกคน คว้าดาวซัลโวทีมชาติไทยไปครองจากในรายการ ซูซูกิ คัพ 2018 เพียงทัวนาเมนต์เดียวเท่านั้น

โดยเฉพาะผลงานสุดเจ๋งในนัดประเดิมที่ชนะ ติมอร์ เลสเต 7-0 ด้วยการเหมาคนเดียว 6 ประตู ซึ่งทำให้เขากลายเป็นแข้งไทยคนแรกที่ยิงได้ 6 ประตูในเกมเดียวด้วย

เช่นเดียวกับรองดาวซัลโวที่กลายเป็นเซนเตอร์ตัวเก่งอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ ที่เติมขึ้นมาซัดประตูให้ ทัพช้างศึก ไปถึง 4 ลูกด้วยกัน

ที่น่าสนใจคือดาวยิงวัยทีนอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด ที่เพิ่งก้าวมาติดทีมชาติได้ไม่กี่นัดก็ซัดไปแล้วถึง 3 ประตู จนได้รับการคาดหวังว่านี่แหละอนาคตดาวยิงไทยคนต่อไปซะแล้ว

กลับกัน ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมกลับไม่มีสกอร์ในปีนี้เลย หลังมีโอกาสลงช่วยทีมน้อยเหลือเกินเพราะติดภารกิจกับต้นสังกัดที่ญี่ปุ่นนั่นเอง

 

20 ประตูของทีมชาติไทยในปี 2018

8 ประตู : อดิศักดิ์ไกรษร
4 ประตู : พรรษา เหมวิบูลย์
3 ประตู : ศุภชัย ใจเด็ด
1 ประตู : ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ปกเกล้า อนันต์, กรกช วิริยอุดมศิริ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ฟิลิป โรลเลอร์, มาเลเซียทำเข้าประตูตัวเอง

 

“เทพแคมป์” จอมจ่ายถวายพาน

เรียกได้ว่าเป็นปีทองของ สรรวัชญ์ เดชมิตร เหลือเกินในปีนี้ หลังเขาก้าวมาเป็นจอมทัพ ทีมชาติไทย ชุดลุย ซูซูกิ คัพ 2018

แม้จะไม่สามารถพาทีมเข้าวินได้ แต่ผลงานส่วนตัวได้รับคำชมมากเหลือเกิน โดยเฉาะลูกจ่ายสุดเวิร์ลคลาสตลอดทั้งรายการ

จนทำให้ “เจ้าแคมป์” ครองจ้าวแอสซิสต์ทีมชาติไทย ไปครองแบบทิ้งคนอื่นห่างเลย ต่างกับเจ้าของสถิติในปีก่อนๆ อย่าง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และ ธีราทร บุญมาทัน ที่ไม่สามรถจ่ายให้เพื่อนยิงได้เลยในปีนี้

ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมแบบนี้น่าจะทำให้มิติเกมรุก ทัพช้างศึก ในเอเชียน คัพ 2019 มีมากขึ้นแน่นอน

Top Assist ทีมชาติไทยในปี 2018

5 ครั้ง : สรรวัชญ์ เดชมิตร 
2 ครั้ง : นูรูล ศรียานเก็ม  
2 ครั้ง : กรกช วิริยอุดมศิริ
1 ครั้ง : ธีรศิลป์ แดงดา, มงคล ทศไกร, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ศุภชัย ใจเด็ด, สุมัญญา ปุริสาย, ฟิลิป โรลเลอร์

 

“กัปตันเหลิม”แข้งสำคัญ

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กลายเป็นนักเตะที่ลงสนามให้ทีมมากที่สุด หลังลงเล่นครบทั้ง 11 นัดเท่ากับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

แต่ถ้านับนาทีแล้วเขาลงไปถึง 945 นาที มากกว่าทุกคนในทีมด้วย ขาดไปเพียง 45 นาทีจากเกมแพ้ จีน 0-2 เท่านั้น ที่กัปตันทีมสวาทแคท ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลัง

และหากนับตั้งแต่ "กัปตันเหลิม" รับสวมปลอกแขนกัปตันทัพช้างศึก เขาก็กลายเป็นคนเดียวที่ลงเล่นให้ ไทย แบบไม่เคยโดนเปลี่ยนตัวออกเลยถึง 8 นัดหลังสุด

ส่วนคนที่ได้รับโอกาสรองลงมาคือ “เจ้านิว” ที่น้อยกว่าเพียง 24 นาทีเท่าั้น ตามมาด้วย พรรษา เหมวิบูลย์ ที่ลงเล่นไป 720 นาที

Top 10 ลงสนามให้ทีมชาติไทยเยอะที่สุดในปี 2018

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว : ลงสนาม 11 นัด : 945 นาที
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : ลงสนาม 11 นัด :921 นาที
พรรษา เหมวิบูลย์ : ลงสนาม8 นัด :720 นาที
อดิศักดิ์ ไกรษร : ลงสนาม 8 นัด : 635 นาที
ฟิลิป โรลเลอร์ : ลงสนาม 9 นัด : 630 นาที
สรรวัชญ์ เดชมิตร : ลงสนาม 8 นัด : 630 นาที
กรกช วิริยอุดมศิริ : ลงสนาม 7 นัด : 630 นาที
ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : ลงสนาม 7 นัด : 542 นาที
ฉัตรชัย บุตรพรม : ลงสนาม 5 นัด : 434 นาที
ศุถชัย ใจเด็ด : ลงสนาม 8 นัด :433 นาที

 

นิวจ้าวใบเหลือง

ด้วยตำแหน่งที่เล่นเป็ดมิดฟิลด์ที่ต้องขึ้นไปช่วยเกมรุก และลงมาเล่นเกมรับ ตามสไตล์ดุดันอยู่แล้วทำให้ปีนี้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โดนใบเหลืองไปถึง 4 ครั้ง มากที่สุดในทีมชาติไทยเลย

ต่างกับแนวรับธรรมชาติอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์, กรกช วิริยอุมมศิริ กลับโดนกับไปคนละใบเท่านั้นเอง

4 ใบ : ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์
2 ใบ : ฟิลิป โรลเลอร์, ปกเกล้า อนันต์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์
1 ใบ : พรรษาม เหมวิบูลย์, ศศลักษณ์ ไหประโคน, สุมัญญา ปุริสาย, ฉัตรชัย บุตรพรม, กรกช วิริยอุดมศิริ

 

3 แข้งใหม่เปิดซิง

เป็นปีที่ มิโลวาน ราเยวัช ได้ลองตัวผู้เล่นมากมายเหลือเกินทั้งการเรียกแข้งหน้าเก่ากลับมาติดทีมชาติ รวมทั้งดาวรุ่งหน้าใหม่ขึ้นมาติดชุดใหญ่ครั้งแรกด้วย

.

โดยในปีนี้มีนักเตะ 3 คนที่ได้รับโอกาสประเดิมสนามทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตประกอบไปด้วย ศุภชัย ใจเด็ด, ศศลักษณ์ ไหประโคน และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์

โดยเฉพาะการขึ้นมาของ “เจ้าอาร์ม” ที่แจ้งเกิดได้อย่างยอดเยี่ยมจนหลายคนต้องการให้ติดทีมอย่างต่อเนื่องซะแล้ว

นี่ยังไม่นับแข้งหน้าเก่าที่คัมแบ็กกลับมาลงสนามเป็นครั้งแรกในยุคของ ราเยวัช ทั้ง สุมัญญา ปุริสาย, สารัช อยู่เย็น, ชนานันท์ ป้อมบุบผา, กรกช วิริยอุดมศิริ รวมทั้ง ปกรณ์ เปรมภักดิ์

ศศลักษณ์ ไหประโคน (2 มิถุนายน 2018 : อุ่นเครื่องแพ้ จีน 0-2)
ศุภชัย ใจเด็ด (11 ตุลาคม 2018 : อุ่นเครื่องชนะ ฮ่องกง 1-0)
อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (11 ตุลาคม 2018 : อุ่นเครื่องชนะ ฮ่องกง 1-0)

 

รวมผลงานราเยวัช

ทีมชาติไทย มีโปรแกรมลงเล่นตลอดปี 2018 รวมแล้ว 11 นัด มิโลวาน ราเยวัช พาทีมชนะไปถึง 6 นัด (รวมดวลจุดโทษ) เสมอ 3 และแพ้ไปเพียง 2 เกมเท่านั้น

แม้สถิติโดยรวมค่อนข้างน่าพอใจ แต่ต้องยอมรับเลยว่าภาพรวมปีนี้กลับน่าผิดหวังอยู่เหมือนกันหลัง ทัพช้างศึก ไม่มีแชมป์ใดๆ ติดมือมาเลย

การทำได้เพียงรองแชมป์ คิงส์ คัพ 2018 เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลคงเข้าใจได้เพราะต้องเจอศึกหนักกับยอดทีมอย่าง สโลวาเกีย

แต่การตกรอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2018 พลาดป้องกันแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันทำให้อนาคตของ มิโลวาน ราเยวัช ดูน่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน

เพราะทางออกสุดท้ายที่กุนซือคนนี้จะได้อยู่ต่อคือใน เอเชียน คัพ 2019 ต้องเป็นไปตามเป้าด้วยการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างน้อยเท่านั้น!!

 


และนี่คือสถิติที่น่าสนใจของ ทีมชาติไทย ตลอดปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าปีนี้เป็นปีที่ ทัพช้างศึก ต้องพบกับสถานการณ์ที่ลำบากเหมือนกัน

โดยเฉพาะการพลาดแชมป์ ซูซูกิ คัพ 2018 แบบน่าเจ็บใจ อย่างไรก็ตามแฟนบอลไทยเตรียมพร้อมให้ดี เพราะต้นปีหน้า ทีมชาติไทย มีโปรแกรมลุย เอเชียน คัพ 2018 ที่ยูเออี

ซึ่งนี่น่าจะเป็นบททดสบสำคัญอีกอย่างว่า ทีมชาติไทย เราไปไกลถึงไหนแล้วในระดับเอเชีย??