รอโอกาสต่อไป!! 9 แข้งไทยน่าเสียดายไม่มีชื่อลุย เอเชียน คัพ 2019

11 months ago
6,740 reads • 3,797 shares
รอโอกาสต่อไป!! 9 แข้งไทยน่าเสียดายไม่มีชื่อลุย เอเชียน คัพ 2019
โดย:

9 นักเตะทีมชาติไทย น่าเสียดายไม่มีชื่อติดทีมลุย เอเชียน คัพ 2019

หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มิโลวาน ราเยวัช ได้ทำการประกาศรายชื่อนักเตะ ทีมชาติไทย 27 คนเพื่อเตรียมทีมก่อนตัดเหลือ 23 คนไปลุย เอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศยูเออี ในเดือนมกราคมปีหน้า

โดยที่น่าสนใจคือในทีมชุดนี้มีแข้งใหม่ที่เรียกเพิ่มจากชุดลุย เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 มากถึง 10 คน ซึ่งก็มีทั้งถูกใจ และไม่ถูกใจแฟนบอลบ้างปะปนกันไป

และนอกเหนือจากทัพช้างศึกชุดนี้แล้ว มีใครบ้างที่น่าเสียดาย อดติดทีมไปลุยบอลเอเชียด้วยลองมาดูกัน

 

จักรพันธ์ แก้วพรม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

“เจ้าโน๊ต” ถือเป็นมิดฟิลด์ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอดในศึกไทยลีก และเป็นกองกลางเบอร์ต้นๆ ในไทยเลยก็ว่าได้

โดยเฉพาะซีซั่นนี้ จักรพันธ์ คือคนสำคัญในแดนกลาง บุรีรัมย์ สุดๆ เพราะเขาสามารถเล่นได้หมดทั้งกลางรุก กลางรับ หรือจะโฮลด์บอลก็ตาม

แม้ส่วนใหญ่จะถูกถอยลงมาเล่นต่ำแต่ในไทยลีก 2018 เขายิงไป 3 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์ พร้อมสร้างสถิติใหม่เป็นแข้งที่คว้าแชมป์ลีกมากสุด 7 สมัยด้วย

ในวัย 30 ปีเขามีพร้อมทั้งประสบการณ์ รวมทั้งฝีเท้าชั้นยอด แต่น่าเสียดายที่ในนามทีมชาติไทย “เจ้าโน๊ต” มักจะไม่ค่อยได้รับโอกาสมากเท่าที่ควร

 

รัตนากร ใหม่คามิ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

“เจ้าเกม” ยกระดับจากดาวรุ่งโนเนมกลายมาเป็นกลางรับตัวหลักของทีมแชมป์ไทยลีก ได้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จนมีชื่อติดครั้งแรกทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในการประกาศรายชื่อ 50 คน และ 27 คนสุดท้ายก่อนลุย ซูซูกิ คัพ 2018

ด้วยวัยเพียง 20 ปีก็ยากที่จะเบียดรุ่นพี่ในแผงกองกลางได้ แต่ที่น่าสนใจคือ รัตนากร ถือเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ทำผลงานกับ ทัพปราสาทสายฟ้า มาได้ดีอย่างต่อเนื่อง

และที่สำคัญ หนึ่งในปัญหาที่น่าเป็นห่วงของทัพช้างศึกตอนนี้เลย คือตำแหน่งกองกลางตัวรับ หลัง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บหนักยังไม่สามารถคืนฟอร์มเดิมได้

แถมในทีมชุดลุยเอเชียนคัพ ตอนนี้ก็มีแค่ “เจ้าตั้ม” เป็นกลางรับธรรมชาติคนเดียวด้วย ซึ่งน่าเสียดายเหมือนกันที่ไม่มีตัวตัดเกมตัวสำรองไปด้วยกันพลาดไว้

 

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ปีกตัวจี๊ดรายนี้ถือเป็นอีกคนที่แฟนบอลเรียกร้องอยากให้ติดทีมชาติไทย ไปด้วยเหลือเกินตั้งแต่ ซูซูกิ คัพ ที่ผ่านมาแล้ว

ด้วยฟอร์มสุดเด่นตั้งแต่ย้ายมาเล่นที่ บางกอกกล๊าส เอฟซี ช่วงเลกสอง ทำให้ อานนท์ ได้รับคำชื่นชมมากทีเดียว ทั้งลีลาการลากเลื้อย ไปกับบอลได้ดี และมีประโยชน์กับทีมเหลือเกิน

จนในที่สุดเขาก็ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง ก่อนจะโดนหั่นชื่อหลุดชุดชิงแชมป์เอเชียไปอีกคน

เอาเข้าจริงแผนของ ราเยวัช ที่ต้องการปีกไปกับบอลได้ดี สร้างโอกาสให้เพื่อนได้ หรือจบสกอร์เองได้ “เจ้านนท์” ก็ดูจะเข้าท่าเหมือนกัน

 

ธีรเทพ วิโนทัย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

นอกจาก ธีรศิลป์ แดงดา แล้วก็น่าจะเป็น ธีรเทพ นี่แหละที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากนับเฉพาะกองหน้าคนไทย

แม้ปีนี้ “ลีซอ” จะถูกขยับออกไปเล่นเป็นตัวริมเส้น หรือลงต่ำบ่อย แต่เขาก็ยิงไปถึง 9 ประตู เป็นแข้งไทยที่ซัดในไทยลีกปี 2018 มากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจาก สุมัญญา ปุริสาย และ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เท่านั้น

ด้วยสไตล์ที่มีความเร็ว, ความมุ่งมั่นสูง, กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมได้ดี, จบสกอร์ได้อย่างคม และเล่นได้อย่างหลากหลายในเกมรุก

โดยเฉพาะประสบการณ์ที่มีมากแบบไม่ต้องพูดถึง น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่มี ธีรเทพ เพราะดูแล้วน่าจะมีประโยชน์เยอะทีเดียวหากพกเขาไปลุยบอลเอเชียแบบนี้

 

แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์ (ทรู​แบงค็อก ยูไนเต็ด)

กัปตันทีมบียูถือเป็นมิดฟิลด์อีกคนที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในไทยลีกหลายปีที่ผ่านมา ด้วยบทบาทที่ถูกถอยลงไปเป็นกองกลางตัวรับ และสามารถขึ้นไปช่วยสร้างสรรค์เกมได้

แถมมีจุดเด่นทั้งเรื่องการวางบอล รวมทั้งโฮลด์บอลได้ดีด้วย ต้องยอมรับเลยว่า แอนโทนี่ เป็นหนึ่งในแข้งที่เข้ามายกระดับ แข้งเทพ ให้กลายเป็นทีมหัวตาราง จนมีลุ้นแชมป์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่กลับกันในนามทีมชาติ แอนโทนี่ กลับไม่ค่อยจะได้รับโอกาสเลย แม้จะเคยถูก มิโลวาน ราเยวัช เรียกมาติดทีมบ้าง แต่ก็มักถูกตัดชื่อหลุด 23 คนสุดท้ายทุกที

น่าเสียดายเหมือนกันที่เขาไม่มีชื่อในครั้งนี้ เพราะหากมี แอนโทนี่ อยู่ในทีมน่าจะทำให้ ช้างศึก มีตัวเลือกมากกว่าเดิมแน่นอนในยามที่ ธนบูรณ์ ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่นัก

 

สารัช อยู่เย็น (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

เดิมที “เจ้าตัง” คือมิดฟิลด์เบอร์หนึ่งของไทยมาตลอดยุคของ “โค้ชซิโก้” แต่ด้วยอาการบาดเจ็บหนักช่วงปี 2017 จนพักยาวเกือบปี ทำให้ฟอร์มเดิมของเขายังไม่กลับมาสักที

แม้ช่วงหลัง สารัช จะเริ่มคืนฟอร์มมาได้จนเคยมีชื่อติดทีมชาติไทยยุคของ มิโลวาน ราเยวัช แต่สุดท้ายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ เขาก็ยังต้องรอโอกาสต่อไป

สารัช ถือเป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้ทั้งรุกและรับ และมีจุดเด่นเรื่องการควบคุมเกมแดนกลาง และวางบอลได้ดี ซึ่งจากซูซูกิ คัพ ที่ผ่านมาเมื่อเกมตรงกลางไม่ไหลลื่น มันก็ทำเอาแฟนบอลคิดถึงฟอร์มเก่าๆ ของเขาเหมือนกัน

 

ชาริล ชัปปุยส์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

มิดฟิลด์หน้าหล่อรายนี้ถูกเรียกร้องให้ ราเยวัช เรียกติดทีมชุดลุย เอเชียน คัพ มากเป็นคนแรกๆ เลย ด้วยผลงานปีนี้ที่กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง หลัง ยิง 3 จ่าย 4 ให้ เมืองทอง

ที่สำคัญตอนนี้ ชัปปุยส์ กลับมาอยู่ในช่วงที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์สุดๆ ทำให้เขานี่แหละน่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแดนกลาง และเพิ่มมิติเกมรุกได้ดีทีเดียว

กองกลางลูกครึ่งสวิสรายนี้มีจุดเด่นทั้งการวางบอล จ่ายคิลเลอร์พาส แถมยิงไกลได้ดีอีกต่างหาก แต่ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ สารัช เมื่อเขาก็มักโดนเรียกไปเล่นเกมอุ่นเครื่องอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงรายการสำคัญๆ ก็โดนตัดชื่อออกเหมือนกัน

 

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี)

“เจ้ายิม” คือดาวซัลโวแข้งไทยในไทยลีก 2018 ร่วมกับ สุมัญญา ปุริสาย หลังซัดให้ฉลามชลไป 12 ประตู แถมแอสซิสต์ไปอีก 5 ครั้ง มากสุดตั้งแต่เริ่มค้าแข้งมา

วรชิต กลับมาฉายแสงอีกครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังถูกดันขึ้นเป็นแกนหลักเต็มตัวในตำแหน่งจอมทัพของทีม และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้มีจุดเด่นเรื่องการลากเลื้อยไปเอง, จ่ายบอลคม, หาพื้นที่ได้ดี และจบสกอร์ได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย

แต่ก็ต้องยอมรับว่าตำแหน่งของเขามีทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, สุมัญญา ปุริสาย และอีกหลายคนจึงเป็นเรื่องยากที่จะแทรกขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตามในอนาคตหาก วรชิต ยังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เชื่อเหลือเกินว่าตัวหลัก ทัพช้างศึก คงมีเขาเป็นหนึ่งในนั้นแน่

 

สุรชาติ สารีพิมพ์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี)

ถือเป็นกองหน้าไทยอีกคนที่รักษาผลงานการยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องมาหลายซีซั่นติดๆ กันแล้ว โดยฤดูกาลที่ผ่านมา สุรชาติ ทำประตูได้มากติด Top 5 แข้งไทย หลังซัดไป 8 ประตู แถมยังจ่ายให้เพื่อนยิงไปอีก 7 ครั้งด้วย

แม้สุดท้ายจะไม่สามารถช่วยให้ บางกอกกล๊าส รอดตกชั้นได้ แต่ผลงานส่วนตัวก็ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน

“เจ้าเก่ง” มีจุดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศ​และการจบสกอร์ที่ได้หมดทั้งแบบเหนือๆ หรือยิงคมกริบ ที่สำคัญเขายังเป็นดาวยิงสารพัดประโยชน์เพราะเล่นได้หมดทั้งกองหน้า, ตัวริมเส้น หรือแม้กระทั่งแบ็กก็ตาม

สุรชาติ เป็นนักเตะอีกคนที่ถูกแฟนบอลเชียร์ให้ติดทีมชาติมาตลอดในช่วงหลัง แม้จะมีชื่อติด 50 คนก่อนลุย ซูซูกิ คัพ แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่โดนใจ ราเยวัช ที่จะหนีบติดทีมไปสักที

 

น่นอนว่าการตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเฮดโค้ชอย่าง มิโลวาน ราเยวัช ว่าใครคือนักเตะที่เหมาะกับรูปแบบการเล่นจองเขามากที่สุด

คิดในแง่ดีอย่างน้อยเราก็ได้เห็นแข้งหน้าใหม่โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะดาวรุ่งอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ และ ชินภัทร์ ลีเอาะ ที่มีโอกาสติดทีมชุดใหญ่ในวัยเพียง 20 ต้นๆ เท่านั้น

ในขณะที่คนอื่นที่ไม่มีชื่อในครั้งนี้ขอให้มุ่งมั่นทำผลงานให้ดีต่อไป เราเชื่อเหลือเกินว่าเดี๋ยวโอกาสก็คงมาถึงพวกคุณเอง!!