Fact หลังเกม : 5 จุดเห็นชัด หลังผีแดงเปิดบ้านเจ๊าปืน 2-2

1 week ago
1,944 reads • 903 shares
Fact หลังเกม : 5 จุดเห็นชัด หลังผีแดงเปิดบ้านเจ๊าปืน 2-2
โดย:

5 จุดที่เห็นได้ชัดเจน จากเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ อาร์เซน่อล 2-2

เกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ อาร์เซน่อล 2-2 เชื่อว่าแฟนบอลของทั้งสองทีมต่างไม่พอใจกับผลการแข่งขันเท่าไรแน่

ต่างฝ่ายต่างพลาดโอกาสขยับอันดับให้ดีกว่าเดิม แถมโดนทีมอื่นแซงขึ้นไปอีกต่างหาก แต่ถ้าจะถามว่าใครพอใจกับ 1 แต้มมากกว่า ก็น่าจะเป็นฝั่งปีศาจแดง ที่ตีเสมอได้ 2 ครั้ง จากการโดนนำถึง 2 หน

และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญ ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน จากบิ๊กแมตช์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นัดล่าสุด

 

ผี-ปืน มีจุดอ่อนที่เกมรับทั้งคู่

เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้ง 2 ทีมต่างมีจังหวะเสียประตูจากความผิดพลาดของแนวรับ โดยทางฝั่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนจะทำตัวเองทั้ง 2 ลูก

เพราะประตูแรก เกิดจาก ดาบิด เด เคอา กระโดดรับลูกโหม่งของ ชโคดราน มุสตาฟี่ ไม่อยู่

ส่วนประตูที่ 2 มาร์กอส โรโฮ ก็ทำพลาดเสียบอลในแดนตัวเองดื้อๆ ก่อนที่จังหวะสุดท้ายจะลนลาน ตามไปสกัดบอลจากเท้าของ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ จนเข้าประตูตัวเอง

ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ต้องมาพลาด 3 แต้มสำคัญไปแบบน่าเจ็บใจ เมื่อหลังจากขึ้นนำ 2-1 แค่ไม่ถึงนาที เซอัด โคลาซินัช ก็สกัดบอลคืนหลังพลาด จนโดน เจสซี่ ลินการ์ด ใช้ความขยันวิ่งเข้าไปยิงตีเสมอ

สถิติการเสียประตูของทั้ง 2 ทีมถือว่าน่าเป็นห่วง เมื่อทีมปืนใหญ่โดนเจาะตาข่ายไปแล้ว 20 ประตู ถือว่ามากที่สุดในกลุ่ม 6 อันดับแรกของตาราง ณ ตอนนี้ 

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาเสียประตูไปแล้วถึง 25 ลูก ถือว่ามากที่สุด หากไม่นับกลุ่ม 5 ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง และ ดาบิด เด เคอา ก็เก็บคลีนชีตไปได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

เชื่อว่าเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมเปิดทำการ ทั้ง 2 ทีมต้องมองหากองหลังฝีเท้าดีเข้ามายกระดับเกมรับ ก่อนจะมองถึงการเสริมตำแหน่งอื่นๆ แน่ๆ

 

ปืนยุค "เอเมรี่" ไม่ถนัดเล่นครึ่งแรก

จนป่านนี้แล้ว อาร์เซน่อล ในยุคของ อูไน เอเมรี่ ยังไม่เคยขึ้นนำคู่แข่งก่อนพักครึ่งได้เลย ตลอด 15 นัดที่ผ่านมาของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ทีมปืนใหญ่อุตส่าห์ขึ้นนำก่อน 1-0 จากลูกโหม่งของ ชโคดราน มุสตาฟี่ ที่ ดาบิด เด เคอา รับพลาดจนบอลข้ามเส้นประตู แต่ก็นำได้เพียง 4 นาที อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็ตามตีเสมอให้เจ้าถิ่น

อย่างไรก็ตาม ทีมปืนใหญ่จะเก่งเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง พวกเขาคือทีมที่ยิงในครึ่งหลังได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ (25 ประตู) และหากไม่นับ 2 เกมแรกที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี แล้ว ก็ยังไม่เคยมีผลเฉพาะครึ่งหลังของนัดไหน ที่ทีมปืนใหญ่มีสกอร์เป็นรองคู่แข่งอีกเลย

 

"เอร์เรร่า" คือคนที่เล่นมิดฟิลด์ให้ผีแดงได้ดีสุดตอนนี้

ในช่วงเวลาที่ เนมานย่า มาติช ฟอร์มตกไปเยอะ, มารูยาน เฟลไลนี่ ทำอะไรไม่ได้นอกจากใช้ประโยชน์จากสรีระช่วยเก็บบอล ส่วน ปอล ป็อกบา ก็ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ...

มิดฟิลด์ที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอจะฝากผีฝากไข้ได้มากที่สุดคือ อันเดร์ เอร์เรร่า

ตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของเกมนี้ ตกเป็นของมิดฟิลด์จอมขยันชาวสแปนิช ที่เป็นคนแอสซิสต์ประตูแรกให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซัดตีเสมอในครึ่งแรก และวิ่งพล่านไปทั่วสนามตลอดเกมแบบได้ใจแฟนผีสุดๆ

เอร์เรร่า เพิ่งจะทำประตูสำคัญในเกมลีกเมื่อวันเสาร์ ช่วยให้ทีมปีศาจแดงคว้า 1 แต้มกลับออกมาจากนัดเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยผลเสมอ 2-2 ซึ่งนัดดังกล่าว เขาก็คว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วยเช่นกัน

ในเกมเจ๊าปืนใหญ่ เขาคือผู้เล่นที่สร้างโอกาสทำประตูให้เพื่อนมากที่สุด (3 ครั้ง), เข้าปะทะสำเร็จมากที่สุด (5 ครั้ง) และตัดบอลได้มากที่สุด (6 ครั้ง) ถือเป็นการตอบแทนความไว้ใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ยอมดร็อป ปอล ป็อกบา เป็นแค่ตัวสำรอง แล้วเลือกเขาเป็นตัวหลักในแดนกลางแทนได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม จุดที่สังเกตเห็นได้ชัด ก็คือ มูรินโญ่ ควรจะใช้งาน เอร์เรร่า ในบทบาทกองกลางแบบ "บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์" ถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดจากดาวเตะสแปนิช ไม่ใช่ไปจำกัดบทบาทให้ไปเน้นแต่เกมรับ หรือการตัดเกม

นัดบุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ที่ เอร์เรร่า ถูกสั่งให้ไปไล่ประกบ ดาบิด ซิลบา ตลอดเกม ก็โดนจอมทัพทีมเรือใบสีฟ้าสอนเชิงจนดับสนิท ขณะที่ช่วงต้นซีซั่น ที่ถึงขั้นถูกจับไปยืนกองหลัง ทีมก็พ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คาบ้านยับเยิน 0-3

 

"ตอร์เรยร่า" คือกลางที่ปืนใหญ่หามานาน

หาก อันเดร์ เอร์เรร่า คือกองกลางที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไว้ใจได้มากที่สุดในตอนนี้ ฝั่ง อาร์เซน่อล ก็คงชื่นใจยิ่งกว่า ที่ได้เห็นผลงานของ ลูคัส ตอร์เรยร่า ดีสม่ำเสมอทุกครั้งที่ได้ลงสนาม

กองกลางทีมชาติอุรุกวัย วัยเพียง 22 ปีทำผลงานได้ดีทั้งรับและรุก จนแฟนบอล "เดอะ กันเนอร์ส" พากันนึกถึง จิลแบร์โต้ ซิลวา อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์ไร้พ่ายเมื่อปี 2004

ตอร์เรยร่า แสดงให้เห็นถึงการไม่กลัวที่จะเข้าปะทะคู่แข่ง แต่ก็มีการผ่านบอลที่เนียนตามาก เขาคือผู้เล่นที่มีสถิติผ่านบอลเข้าเป้าสำเร็จมากที่สุดของ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้ (89.7%)

 

ทั้ง 2 ทีมยังไม่ดีพอที่จะ "ลุ้นแชมป์ลีก"

อาร์เซน่อล อาจจะทำผลงานได้ในระดับสูงขึ้นกว่าเดิมมาก เมื่อรักษาสถิติไม่แพ้ใครรวมทุกรายการได้เป็นนัดที่ 20 ติดต่อกัน

แต่จากการที่ทีมปืนใหญ่พลาดทำ 2 คะแนนหลุดมือไปในเกมนี้ กลายเป็นว่าโดน 2 ทีมนำทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ที่ชนะเกมกลางสัปดาห์ทั้งคู่ ทิ้งห่างออกไปอีก

ช่องว่าง 10 คะแนนที่ทีมของ อูไน เอเมรี่ ตามหลังทีมเรือใบสีฟ้า ยังถือว่ามากเกินกว่าจะหวังแซงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อแชมป์เก่ายังเดินหน้าฟาด 3 แต้มอย่างต่อเนื่อง แบบยังไม่มีทีท่าว่าทีมไหนจะหยุดได้เลย

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" จะได้กลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกครั้งยังคงเปิดกว้าง เพราะพวกเขาเป็นรองอันดับ 4 อย่าง เชลซี แค่ผลต่างประตูได้-เสียเท่านั้น และการตามหลัง สเปอร์ส แค่ 2 แต้ม ยังถือว่ามีโอกาสแซงกลับไปได้ทุกเมื่อ



ที่ดูจะอาการหนักกว่าใครเพื่อน คงเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะไม่ชนะในลีกมา 4 นัดติดต่อกัน จนตอนนี้อันดับร่วงลงมาที่ 9 และคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องลุ้นแชมป์ เพราะขนาดพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ผีแดงยังตาม เชลซี และ อาร์เซน่อล ไกลถึง 8 แต้ม