สื่อนอกมองไทย : คอลัมนิสต์ชื่อดังเผย 5 เรื่องต้องจับตาเกม ไทย เปิดบ้านดวล มาเลย์

1 week ago
5,248 reads • 3,062 shares
สื่อนอกมองไทย : คอลัมนิสต์ชื่อดังเผย 5 เรื่องต้องจับตาเกม ไทย เปิดบ้านดวล มาเลย์
โดย:

พอล เมอร์ฟี่ คอลัมนิสต์ชาวสกอตติชเผย 5 เรื่องต้องจับตาเกม ทีมชาติไทย เปิดบ้านพบ มาเลเซีย ในรอบตัดเชือก ซูซูกิ คัพ 2018

คืนวันพรุ่งนี้แล้วที่ ทีมชาติไทย จะลงเล่นในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ เลกสอง เปิดบ้านพบ มาเลเซีย เพื่อชี้ชะตาว่าทีมไหนจะผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ

ล่าสุด  พอล เมอร์ฟี่ คอลัมนิสต์ลูกหนังชาวสกอตติช ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไทยและเกาะติดวงการฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนาน ได้เขียนบทความลงใน thaifootie.com ถึงสิ่งที่ต้องจับตาก่อนเกมวันพรุ่งนี้

โดย เมอร์ฟี่ ได้พูดถึง ทีมชาติไทย ว่ายังต้องแก้ไขจุดบกพร่องบางอย่างก่อนลงฟาดแข้งกับ มาเลเซีย ในเลกที่สอง

และ ทัพช้างศึก ต้องคว้าชัยให้ได้สถานเดียว หลังในเลกแรกพวกเขาทำได้เพียงบุกเสมอมา 0-0 เท่านั้น และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจของ ทีมชาติไทย ก่อนลงเล่นในเกมนัดตัดสินเข้ารอบพรุ่งนี้!!

 

ต้องเริ่มต้นอย่างดุดัน

นอกจากเกมที่ถล่ม ติมอร์ เลสเต 7-0 แล้ว ทีมชาติไทย กลับออกสตาร์ทได้ไม่ค่อยดีนักในเกมต่อมาทั้งหมด โดยเฉพาะนัดเยือน มาเลเซีย ที่ตลอดทั้ง 90 นาทีพวกเขาแทบจะไม่มีช่วงเวลาที่คุมเกมรุกได้เหนือกว่าเจ้าถิ่นเลย

ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ ทีมชาติไทย ต้องไม่เปิดช่องให้ ทีมเสือเหลืองคุมเกมได้แบบที่เคยทำใน บูกิต จาลิล

ไม่ว่า มิโลวาน ราเยวัช จะมีแท็คติกอย่างไรก็ตาม แต่พวกเขาต้องเริ่มต้นด้วยการเปิดกมรุกใส่ทันที และแน่นอนว่าเกมนี้พวกเขาเองนี่แหละที่จะเป็นคนตัดสินว่าจะได้ไปต่อหรือไม่

 

ต้องช่วยฟูลแบ็กป้องกัน

มิโลวาน ราเยวัช ถูกวิจารณ์บางอย่างเกี่ยวกับรูปแบบหลายเกมที่ผ่านมา แต่สำหรับ 2 นัดล่าสุดเขาเลือก 4 แนวรุกอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร, นูรูล ศรียานเก็ม, ศุภชัย ใจเด็ด และ สรรวัชญ์​ เดชมิตร เป็นแกนหลักที่จะบุกใส่คู่แข่ง

แต่ในขณะเดียวกันเลกแรกที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเลยว่า มิก้า ชูนวลศรี โดนเกมเร็วของมาเลเซีย เล่นงานอย่างหนักตรงริมเส้น โดยที่ไม่ค่อยมีนักเะตะเกมรุกลงมาช่วยเลย

ขณะที่คู่มิดฟิลด์อย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างที่เคยเป็น และรับมือกับบอลโต้กลับของเจ้าถิ่นแทบไม่ได้ ดังนั้น ราเยวัช จึงต้องแก้ไขจุดนี้โดยด่วน

 

ช้างศึกแกร่งในบ้าน

ทีมชาติไทย น่าจะมีความฮึกเฮิมมากกว่าเดิมแน่นอนเมื่อได้กลับมาเล่นที่ ราชมังคลากีฬาสถาน หลังเกมเยือนในรายการนี้จะไม่ค่อยน่าประทับใจนัก

แม้การไม่สามารถยิงประตู มาเลเซีย ได้จะเป็นเกมแรกในรอบ 7 นัดที่พวกเขาไม่สามารถยิงประตูคู่ต่อสู้ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ทัพช้างศึก ที่เคยลงเล่นในรอบนี้มาแล้วถึง 6 ครั้ง (นับเฉพาะตอนระบบเหย้า-เยือน) ก็ไม่เคยพลาดร่วงเลย และเพิ่งทะลุไปรอบชิงได้ถึง 3 สมัยติดๆ พร้อมคว้าแชมป์ไปครองในปี 2014 กับ 2016

ทำให้มีโอกาสสูงที่ ทีมชาติไทย จะเข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน

 

จับตาสถิติใหม่ AK9

อดิศักดิ์ ไกรษร อาจล้มเหลวกับเกมที่ บูกิต จาลิล หลังไม่สามารถยิงประตูได้ แต่การที่ได้เล่นในบ้านในรอบแรกเขาซัดไปถึง 8 ประตู และขออีกเพียง 2 ลูกก็จะทาบสถิติสูงสุดตลอดกาลต่อครั้งของ นอห์ อลัม ชาห์ ทันที

ถ้าพูดถึงสถิติรวมที่ดาวยิงสิงคโร์ ทำไว้ที่ 17 ลูก ถึงแม้ AK9 น่าจะยังยิงไม่ถึงขนาดนั้นในหนนี้ แต่เชื่อเหลือเกินว่าสถิติใหม่อาจเกินขึ้นในอีกไม่นานนนี้แน่นอน

 

แฟนบอลเสือเหลืองขนมาแน่น??

ในรอบแรกมีข่าวอย่างหนาหูว่า อินโดนีเซีย จะขอที่นั่งเพิ่มอีกประมาณ 4,000 คนในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อตามมาเชียร์ชาติของตัวเอง แต่กลายเป็นว่าตอนแข่งขันจริงกลับมีไม่ถึง 1 ใน 4 ของที่พูดไว้ด้วยซ้ำ

แต่ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมามากเหลือเกินว่าแฟนบอลมาเลเซีย ขอเพิ่มจำนวนตั๋วทีมเยือนเพื่อเข้าชมเกมนัดนี้ และยังมีการพูดอีกด้วยว่าจะมีขบวนรถ Ultra ที่พร้อมเดินทางขึ้นมาจากทางภาคใต้ระดับหมื่นคนเลยทีเดียว

แต่สุดท้ายไม่ว่าแฟนบอลมาเลเซีย จะมากันเยอะแบบนั้นจริงหรือไม่ แต่บอกเลยว่านัดนี้บรรยากาศต้องสุดๆ แน่เพราะบัตรฝั่งไทยขายเกือบหมดแล้ว