ฮอตสุดต้องสเตอร์ลิง!! เรือติด 4 คน ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ พ.ย. โดย Balltoro

2 weeks ago
593 reads • 439 shares
ฮอตสุดต้องสเตอร์ลิง!! เรือติด 4 คน ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ พ.ย. โดย Balltoro
โดย:

11 นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนพฤศจิกายน 2018 จัดโดยทีมงาน Balltoro

เผลอแปปเดียว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางผ่านมาแล้ว 13 นัด และเหลือเพียง 2 ทีมเท่านั้น ที่รักษาสถิติไม่แพ้ใครไว้ได้จนถึงจบเดือนพฤศจิกายน คือจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และรองจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล

จากการที่ทีมหงส์แดง ยังรักษาระยะห่างจาก แมนฯ ซิตี้ ไว้แค่ 2 แต้ม ทำให้มีโอกาสแซงขึ้นเป็นจ่าฝูงทุกเมื่อ หากทีมเรือใบสีฟ้าพลาดท่าแพ้ แต่ดูเหมือนว่าลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่มีทีท่าผ่อนเครื่องลงเลย เพราะ 3 เกมในเดือนพฤศจิกายน พวกเขาชนะรวด โดยยิงรวมกัน 13 ประตู 

ทีมที่ผลงานสะดุดลงไปคือ เชลซี จากที่สิ้นเดือนก่อนยังเกาะกลุ่มนำอยู่ดีๆ กลายเป็นร่วงลงมาอยู่อันดับ 4 และตามจ่าฝูงไป 7 แต้ม ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ฟื้นซะที ตามพื้นที่ UCL อยู่ 7 คะแนน และยังไม่สามารถทำผลงานดีสม่ำเสมอได้เลย

สำหรับ 11 นักเตะที่ทำผลงานในพรีเมียร์ลีกเดือนพฤศจิกายนได้ดีที่สุด ในสายตาของทีมงาน Balltoro จะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย!!

 

ผู้รักษาประตู : จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน)

 

นายทวารมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษ เสียไปแค่ประตูเดียวในเกมลีกเดือนพฤศจิกายน และรักษาคลีนชีตได้ 2 นัดซ้อน เกมที่บุกยันเสมอ เชลซี 0-0 ตามด้วยเปิดบ้านเฉือน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-0

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่เขาพาทีมทอฟฟี่บุกคว้า 1 แต้มกลับออกจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเซฟลูกยากๆ ช่วยทีมถึง 4 ครั้ง

 

แบ็กขวา : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล)

แบ็กขวาดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ มีฟอร์มที่โดดเด่นสุดๆ ในเดือนที่ผ่านมา ทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร เพราะเพิ่งยิงประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษได้ ในนัดอุ่นเครื่องถล่ม สหรัฐอเมริกา 3-0

ดาวเตะวัย 20 ปี จ่ายบอลอย่างชาญฉลาดให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดไปยิงขึ้นนำในนัดชนะ ฟูแล่ม 2-0 ก่อนจะโชว์ทีเด็ดซัดลูกฟรีคิกของถนัด ในเกมล่าสุดที่บุกถล่ม วัตฟอร์ด 3-0 จนตอนนี้เขาคือกองหลังที่ทำแต้มสูงที่สุดคนหนึ่งของเกมแฟนตาซีพรีเมียร์ลีกไปแล้ว

 

เซนเตอร์แบ็ก : เวส มอร์แกน (เลสเตอร์ ซิตี้)

การเสียชีวิตของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ทำให้นักเตะของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทั้งทีมอยู่ในอาการโศกเศร้า แต่ปราการหลังกัปตันทีมจิ้งจอกสยามคนนี้ ก็เป็นศูนย์รวมจิตใจของลูกทีม ให้ผ่าน 3 เกมพรีเมียร์ลีกเดือนพฤศจิกายน โดยไม่แพ้ใครเลย

ผลงานของกองหลังวัย 34 ปี สามารถเคลียร์บอลอันตรายทิ้งรวมกันถึง 25 ครั้ง โดยทำได้ถึง 11 ครั้ง ในนัดบุกเฉือน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-0 ซึ่งเป็นนัดที่ทั้งทีมมุ่งมั่นคว้าชัยชนะสุดๆ เพื่ออุทิศให้อดีตเจ้าของสโมสรผู้ล่วงลับ

 

เซนเตอร์แบ็ก : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล)

ยังทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บคลีนชีตได้ถึง 2 จาก 3 นัดในพรีเมียร์ลีกเดือนพฤศจิกายน โดยเสียประตูให้กับลูกยิงมหัศจรรย์ของ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ดาวยิงของ อาร์เซน่อล แค่ลูกเดียว

2 เกมหลังสุด ที่ทีมหงส์แดงไม่เสียประตูในลีก ฟาน ไดค์ โดดเด่นสุดๆ ในการสกัดลูกโด่ง เขาเอาชนะการดวลลูกกลางอากาศรวมกันถึง 13 ครั้ง ใน 2 นัดหลัง และสถิติการเคลียร์บอลอันตรายทิ้งตลอดเดือน ก็ทำได้ถึง 20 ครั้ง

 

แบ็กซ้าย : เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์ ซิตี้)

เล่นดีต่อเนื่อง จนกลายเป็นแบ็กซ้ายตัวเลือกอันดับหนึ่งของทีมชาติอังกฤษ โดยในเดือนพฤศจิกายน เขาทำแอสซิสต์สำคัญให้ เดมาไร เกรย์ ทำประตูชัยนัดบุกชนะ คาร์ดิฟฟ์ 1-0 และเล่นเกมรับได้ดี จนช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นจาก 3 เกม

 

ปีกขวา : ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ณ เวลานี้ ราฮีม สเตอร์ลิง คือผู้เล่นที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของพรีเมียร์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเกาะกลุ่มนำดาวซัลโวด้วยการซัดไปแล้ว 7 ประตู และเป็นผู้เล่นที่แอสซิสต์มากที่สุด เมื่อจ่ายให้เพื่อนยิงไป 6 ครั้ง

ปีกวัย 23 ปีท็อปฟอร์มสุดๆ ในวันที่ แมนฯ ซิตี้ ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 6-1 เพราะเกมนั้นเจ้าตัว ยิง 2 จ่าย 2 ในเกมเดียว ก่อนที่เกมลีกนัดล่าสุด ที่ทีมบุกถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-0 สเตอร์ลิง ก็ยิง 1 จ่าย 1 อีกด้วย

 

กองกลาง : อารอน มอย (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์)

กองกลางชาวออสเตรเลีย เป็นฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตู พา ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ บุกชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 ทำให้คว้า 3 แต้มสำคัญ จนขยับพ้นโซนตกชั้นได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาล

นอกเหนือจากนั้น ดาวเตะวัย 28 ปียังเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้ต้นสังกัดครบทุกนาที ในเกมพรีเมียร์ลีกเดือนที่ผ่านมาด้วย


กองกลาง : ดาบิด ซิลบา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ยิ่งเล่นยิ่งท็อปฟอร์มจริงๆ สำหรับอดีตกองกลางทีมชาติสเปนผู้นี้ เมื่อทำประตูได้ทั้ง 3 นัดที่ลงตัวจริงในศึกพรีเมียร์ลีกเดือนที่ผ่านมา เมื่อยิงใส่ได้ทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เวสต์แฮม

จากผลงานยิงไปแล้ว 5 ประตู ในลีกซีซั่นนี้ ทำให้ ซิลบา มีสถิติยิงในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-19 ได้ในทุกๆ 167 นาที หรือเฉลี่ยไม่เกิน 2 นัด จะต้องซัดได้สักเม็ด

 

ปีกซ้าย : ลีรอย ซาเน่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

หาก สเตอร์ลิง คือทีเด็ดทางฝั่งขวา ลีรอย ซาเน่ ก็อันตรายไม่แพ้กันในการเดินเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ปีกทีมชาติเยอรมนีทำผลงานร้อนแรงในพรีเมียร์ลีกเดือนพฤศจิกายน โดยยิง 1 จ่าย 1 ได้ในนัดถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 6-1 ก่อนจะมาท็อปฟอร์มสุดๆ ในเกมบุกยำ เวสต์แฮม 4-0 เพราะเหมาซัดคนเดียว 2 เม็ด และแอสซิสต์อีก 1 ลูก

 

กองหน้า : เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

รักษามาตรฐานดีต่อเนื่อง และยังคงเป็นกองหน้าตัวจริงให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครบทั้ง 13 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยนำดาวซัลโวร่วมกับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ด้วยผลงาน 8 ประตู เท่ากัน แต่ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา ทำแอสซิสต์ได้มากกว่า (4 ลูก)

"เอล กุน" 
ทำผลงานแบบเต็ม 10 ต้องให้ 10 ในวันที่ ยิง 1 จ่าย 2 นัดถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 6-1 ก่อนจะซัดประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบคมกริบในเกมต่อมา และถ้าจะบอกว่าเขาคือกองหน้าที่ทำผลงานดีสม่ำเสมอที่สุดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ก็คงไม่ผิดนัก

 

กองหน้า : แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ดาวยิงกัปตันทีมชาติอังกฤษ มีเดือนพฤศจิกายนที่ดีมากๆ เมื่อยิงได้ทั้งในลีก ในเกมยุโรป และเกมทีมชาติ ที่เขาซัดประตูชัย พาทีมชนะ โครเอเชีย เข้ารอบสุดท้าย ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

เคน 
ยิง 2 ประตูในพรีเมียร์ลีกเดือนที่ผ่านมา โดยทำประตูที่ 3 วันที่บุกเฉือนชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 3-2 และกดอีกเม็ด นัดชนะ เชลซี 3-1 ซึ่งตอนนี้ ทีมไก่เดือยทองแซงสิงห์บลูส์ขึ้นมารั้งอันดับ 3 ถือว่ากลายเป็นม้ามืดลุ้นแชมป์อีกทีมแล้ว

และจากการทำไปแล้ว 7 ประตู ในลีกซีซั่นนี้ ก็ทำให้เขาเกาะกลุ่มลุ้นดาวซัลโวเต็มตัวด้วย ก่อนจะเข้าเดือนธันวาคมซึ่งเขามักจะยิงได้บ่อยๆ ทุกปี

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ตำแหน่งกุนซือยอดเยี่ยมประจำเดือน ต้องตกเป็นของยอดโค้ชของทีมจ่าฝูงเท่านั้น เพราะพาทีมชนะอย่างมีสไตล์ทั้ง 3 เกม 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถล่มทีมกลุ่มครึ่งล่างของตารางทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยผลต่างไม่ต่ำกว่า 4 ประตู ขณะที่เกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ กุนซือชาวกาตาลัน ก็นำทีมอัดผีแดง 3-1 ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าชัดเจน