Fact หลังเกม : 5 ข้อดีที่ได้เห็นหลัง ทีมชาติไทย ถล่ม สิงคโปร์ 3-0

2 weeks ago
1,447 reads • 1,251 shares
Fact หลังเกม : 5 ข้อดีที่ได้เห็นหลัง ทีมชาติไทย ถล่ม สิงคโปร์ 3-0
โดย:

5 เรื่องดีที่ได้เห็นหลัง ทีมชาติไทย ชนะ สิงคโปร์ 3-0 ทะลุเข้ารอบตัดเชือก ซูซูกิ คัพ 2018

เป็นเกมที่ทำให้แฟนบอลไทยสบายใจกันทั้งประเทศเลยก็ว่าได้หลัง ทีมชาติไทย เปิดบ้านถล่ม สิงคโปร์ 3-0 ของศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 นัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม

ทำให้ ทัพช้างศึก คว้าแชมป์กลุ่มบี พร้อมเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย รองแชมป์กลุ่มเอต่อไป และนี่คือ 5 เรื่องดีที่เราได้เห็นจากเกมที่ ทีมชาติไทย คว้าชัยเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เจ้าอาร์มเกินวัยจริงๆ

ถือเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันแล้วที่ ศุภชัย ใจเด็ด ดาวรุ่งวัย 19 ปีได้ลงเป็น 11 คนแรกในศึกซูซูกิ คัพ 2018 ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

โดยเฉพาะลูกยิงเมื่อคืนนี้จังหวะที่เอาบอลลงก่อนยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้นให้ ทีมชาติไทย ขยับหนี สิงคโปร์ เป็น 2-0 ในนาที 23 แถมเกมนี้ยังคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองได้อีกต่างหาก

ที่สำคัญตลอด 4 เกมที่ผ่านมา “เจ้าอาร์ม” ยิงไปแล้วถึง 3 ประตูเป็นรองดาวซัลโวของทีมน้อยกว่าแค่ อดิศักดิ์ ไกรษร เพียงคนเดียวเท่านั้น

แม้นี่จะเป็นทัวนาเมนต์อย่างเป้นทางการครั้งแรกกับทีมชาติชุดใหญ่ แต่ต้องชื่นชมเลยว่า ศุภชัย พิสูจน์ตัวเองได้แบบไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และนี่แหละคืออนาคตกำลังหลักของ ทัพช้างศึก อีกคนแน่นอน!!

 

ราเยวัชต้อง 4-2-3-1

หลังในนัดที่บุกเสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 เขาลองใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าเกมนั้นทำได้ไม่ดีเลยจนทำให้ ทีมชาติไทย โดนตำหนิอย่างมากมายทีเดียวเกี่ยวกับฟอร์ม และรูปเกมที่เหมือนจะโดนเจ้าถิ่นบุกใส่อยู่ข้างเดียว

ก่อนที่ล่าสุดในเกมพบ สิงคโปร์ มิโลวาน ราเยวัช กลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 ตามถนัดอีกครั้ง และกลายเป็นว่าทีมกลับมามีสมดุล และลงตัวเหมือนเดิมอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ได้กลับมายืนคู่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ทำให้เขามีอิสระในการเล่นตรงกลาง และทำได้ดีกว่าตอนโดนขยับออกไปอยู่ข้างๆ มากกว่าอย่างชัดเจน

เช่นเดียวกับ สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่กลับมารับบทเพลย์เมคเกอร์อีกครั้งก็คืนฟอร์มเทพจัดไป 1 แอสซิสต์งามๆ ได้อีกอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ นูรูล ศรียานเก็ม ที่ลากเลื้อยได้อย่างมันส์ เรียกฟาล์ว ลูกตั้งเตะให้ทีมได้บ่อยครั้งเหลือเกิน

กลับกันในช่วงครึ่งหลังที่ ราเยวัช ถอด นูรูล ศรียานเก็ม ออกแล้วส่ง ปกเกล้า อนันต์ ลงสนามพร้อมกลับมายืนคล้ายๆ เกมที่แล้ว ทีมชาติไทย ก็เริ่มโดนเจาะอีกครั้ง ยังดีที่ไม่โดนประตูตีตื้นขึ้นมา

ซึ่งเอาเข้าจริงจาก 4 เกมที่ผ่านมา ทัพช้างศึก ของ มิโลวาน ราเยวัช น่าจะต้อง 4-2-3-1 เท่านั้นที่ดูจะเวิร์คท่สุด

 

เซตพีซยังเป็นทีเด็ด

ถึงตอนนี้ ทีมชาติไทย คือทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดของรายการอยู่ที่ 15 ประตูจากการลงเล่น 4 นัดที่ผ่านมา

แน่นอนว่าส่วนใหญ่มาจากการเข้าทำแบบสวยงาม, ลูกจ่ายคิลเลอร์พาสสวยๆ รวมทั้งจังหวะโต้กลับที่เด็ดขาดสุดๆ

แต่อีกอย่างที่ถือเป็นทีเด็ดของ ทัพช้างศึก ชุดนี้เลยนั่นคือลูกเซตพีซที่ดูจะเป็นประโยชน์สุดๆ ในช่วงที่เกมกำลังอึดอัดอยู่

อย่างเมื่อวานประตูขึ้นนำของ พรรษา เหมวิบูลย์ ก็เริ่มมาจากลูกเตะมุมสั้นของ กรกช วิริยอุดมศิริ และหากย้อนกลับไปดูในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ไทย ได้แระตูจากลูกตั้งเตะถึง 4 เม็ดเลยทีเดียว

 

AK9 ทุบสถิติดาวยิงไทย

การออกสตาร์ทสุดร้อนแรงซัด 6 ประตูในเกมถล่ม ติมอร์ เลสเต ทำให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ถูกคาดหวังถึงการถล่มประตูอย่างต่อเนื่องมากกว่าเดิมซะอีกก่อนจะมาซัดอีกเม็ดในเกมชนะ อินโดนีเซีย 4-2

แต่แล้วในเกมที่บุกเสมอ ฟิลิปปินส์ AK9 ไม่สามารถทำประตูได้ทำให้ดูเหมือนเขาจะมีความกดดัน และกังวลขึ้นมามากเหมือนกัน

เห็นได้ชัดเลยว่าเกมเมื่อคืนนี้ “เจ้ากอล์ฟ” มีโอกาสจบแบบจะๆ 1-2 ครั้งเหมือนกันในช่วงแรก ซึ่งมันก็ยังไม่เป็นประตู กระทั่งท้ายเกม อดิศักดิ์ ใช้ความแข็งแกร่งเบียดก่อนซัดประตูปิดกล่องให้ทีม

ซึ่งนี่น่าจะเป็นประตูเรียกความมั่นใจให้เขาได้มากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ยิงไปแล้ว 8 ประตูในรายการนี้ ทุบสถิติ เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ (7 ประตู) ขึ้นแท่นแข้งไทยที่ยิงเยอะสุดในชิงแชมป์อาเซียนเต่อ 1 ครั้งเป็นที่เรียบร้อย

และไม่แน่เหมือนกันจบรายการนี้เขาอาจจะครองสถิติรายการเลยก็ได้เพราะตามหลังเพียง นอห์ อลัม ชาห์ ดาวยิงสิงคโปร์ เพียงคนเดียวที่เคยทำไว้ถึง 10 ประตู 

 

แฟนบอลช้างศึกคัมแบ็ก

จากที่ ทีมชาติไทย ได้เล่นในบ้านเกมแรกที่พบกับ ติมอร์-เลสเต มียอดผู้ชมในสนามเพียงหลักพันคนเท่านั้น ทำให้แฟนบอลหลายคนเริ่มกังวลถึงศรัทธาบอลไทยว่าจะหายไปอีกครั้งหรือเปล่า

แต่แล้วในเกมชนะ อินโดนีเซีย 4-2 แฟนบอลไทยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้จะยังไม่เต็มความจุ แต่ก็เข้าไปร่วมเชียร์กันกว่า 35,000 เลยทีเดียว

โดยเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาแฟนบอลก็เข้ามาเชียร์กันใน ราชมังคลากีฬาสถาน เกือบ 3 หมื่นคนอีกครั้ง นั่นยิ่งตอกย้ำให้เห็นแล้วว่าศรัทธาบอลไทยไม่ได้หายไปไหนจริงๆ

และจากผลงานแบบนี้บวกกับเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ในนัดต่อไปที่จะเปิดบ้านพบ มาเลเซีย แฟนบอลน่าจะเข้ามาสูงกว่าเดิมแน่นอน

 

เอาเข้าจริงแม้สกอร์จะขาดลอยแต่หากใครได้ดูเกมทั้ง 90 นาทีก็ยังมีบางจุดที่ มิโลวาน ราเยวัช น่าจะต้องเอาไปแก้ไขก่อน ทีมชาติไทย จะลงเล่นในรอบรองชนะเลิศเหมือนกัน

เพราะในการบุกเยือน มาเลเซีย ก่อนในเกมแรกน่าจะมีแฟนบอลเกือบแสนคนมากดดัน แข้งช้างศึก อย่างหนักหน่วงแน่ และหากพลาดเล็กๆ น้อยๆ มากเกินไปเลกสองอาจจะเป็นงานหนักของเราก็ได้

สุดท้ายเชื่อเหลือเกินว่าถ้า ทีมชาติไทย ไม่ประมาทหรือหลุดฟอร์มจริงๆ การบุกคว้าชัยถึงถิ่นเสือเหลืองก็ไม่น่าใช่เรื่องยากเกินไปนัก!!