เซราะกราวนำทัพ!! รวมดารา 11 แข้งยอดเยี่ยมไทยลีก 2018 by balltoro

2 months ago
2,856 reads • 540 shares
เซราะกราวนำทัพ!! รวมดารา 11 แข้งยอดเยี่ยมไทยลีก 2018 by balltoro
โดย:

11 นักเตะยอดเยี่ยมไทยลีก 2018 by balltoro

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกไทยลีก 2018 โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็สามารถคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ของสโมสรได้สำเร็จ ซึ่งก็เป็นการป้องกันแชมป์ไว้ได้สองสมัยติดต่อกันด้วย

และแน่นอนว่าในฤดูกาลนี้ก็มีนักเตะหลายคนทีเดียวที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม วันนี้ทีมงาน Balltoro จึงขอลองจัด 11 ตัวจริงที่เราคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดจากผลงานตลอดทั้งซีซั่น ภายใต้แผนการเล่น 3-4-1-2 โดยใช้โควตานักเตะต่างชาติแบบ 3+1 เหมือนของจริงเป๊ะๆ ด้วย!!

 

ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 34 นัด

คลีนชีต : 14 นัด

เป็นอีกปีที่ ศิวรักษ์ มีผลงานส่วนตัวยอดเยี่ยมอีกแล้ว โดยเฉพาะการลงสนามช่วยทีมครบทั้ง 34 นัดเป็นฤดูกาลที่ 7 ติดต่อกันแล้วด้วย

เจ้าแชมป์ เซฟช่วยทีมเก็บไปได้ภถึง 14 คลีนชีต มากที่สุดเหนือนายทวารทุกทีมในไทยลีก แถมยังเป็นซีซั่นที่ 2 ติดต่อกันแล้วด้วยที่เขาครองคลีนชีตมากสุดในฤดูกาล

ที่สำคัญนายทวารวัย 34 ปีรายนี้ยังเป็นคนที่โดนเจาะตาข่ายน้อยที่สุดในลีกเพียง 25 ลูกเท่านั้น ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มีโอกาสสูงทีเดียวที่ ศิวรักษ์ จะได้ยึดมือหนึ่งทีมชาติไทยไปลุย ซูซูกิ คัพ 2018 ช่วงปลายปีนี้

 

กองหลัง : มานูเอล ทอม เบียห์ร (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 27 นัด

ไทยลีก 2018 เป็นฤดูกาลที่กองหลังลูกครึ่งเยอรมนี ได้ฉายแสงอย่างเต็มที่ ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่สไตล์ยุโรป ทำให้เขาได้เปรียบเรื่องลูกกลางอากาศสุดๆ และแทบจะไม่มีอาการบาดเจ็บมารบกวนเหมือนฤดูกาลก่อนๆ

หากนับเฉพาะนัดที่ มานูเอล ทอม ลงสนาม แบงค็อก เสียประตูไปเพียง 29 ลูกเท่านั้น โดยในเกมรุกปีนี้เขายังขึ้นไปยิงประตูได้ด้วย 1 ลูก แถมเป็นประตูชัยให้ทีมเฉือน อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ช่วงปลายฤดูกาลนี้เอง

ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ตอนนี้ มานูเอล ทอม ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกต้นๆ สำหรับแนวรับ ทัพช้างศึก ยุครราเยวัช ไปแล้วด้วย

 

กองหลัง : อันเดรส ตูเญซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 28 นัด

หลายปีที่ผ่านมา ตูเญซ ถือเป็นกองหลังที่ดีที่สุดของไทยลีกเลยก็ว่าได้ ด้วยจุดเด่นที่ความใหญ่ และแข็งแกร่งของร่างกายทำให้เขามีลูกกลางอากาศที่หาใครจับได้สุดๆ

นอกจากนั้นแนวรับเซราะกราวยังเป็นคนที่วางบอลยาวจากหลังไปหน้าได้ดีอีกด้วย ตลอดทั้งฤดูกาลนี้ ตูเญซ เป็นส่วนสำคัญสุดๆ ของ บุรีรัมย์ โดยนับแค่ที่มีเขาอยู่ในสนามทีมเสียไปเพียง 19 ลูกเท่านั้น

ที่สำคัญ ตูเญซ ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังอีกคนที่ขึ้นไปมีส่วนร่วมกับประตูได้มากด้วย โดยซีซั่นนี้เขาทำประตูไป 3 ลูกกับอีก 2 แอสซิสต์ ซึ่งมากกว่าแนวรุกบางคนซะอีก

 

กองหลัง : พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 30 นัด

จากกองหลังที่แทบไม่มีคนรู้จักในปี 2016 สู่ยอดกองหลังเบอร์ 1 ทีมชาติไทย พรรษา ในฤดูกาลนี้ยังรักษาผลงานส่วนตัวไว้ได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง

โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ ที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม บวกกับประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้ทางบอล หรือการเล่นอะไรดูจะแน่นขึ้นกว่าเดิมซะอีก

ที่สำคัญปีนี้ เจ้าโย่ง สามารถขึ้นไปทำประตูได้มากถึง 3 ลูกซึ่งเยอะที่สุดนับตั้งแต่เริ่มค้าแข้งมาเลยด้วย และด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า พรรษา คือกองหลังที่ดีที่สุดของไทยในเวลานี้

 

วิงแบ็กชวา : ทริสตอง โด (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 32 นัด

ยิง : 6 ประตู

แอสซิสต์ : 8 ครั้ง

แม้ฟอร์มในปีนี้ของ เมืองทอง จะไม่ค่อยน่าประทับใจนัก แต่หากนับเฉพาะผลงานส่วนตัวของ โด ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนที่เล่นได้ดีตลอดซีซั่นคนนึงของทีมเลยทีเดียว

ด้วยผลงานยิงไปถึง 6 ประตู มากสุดตลอดกาลค้าแข้งมา แถมจ่ายให้เพื่อนทำประตูได้อีก 8 ครั้งบอกเลยว่าปีนี้ไม่มีเขาผลงานอาจหนักกว่านี้ก็ได้

ที่สำคัญปี 2018 ทริสตอง โด ถูกดันขึ้นไปเล่นตัวรุกบ่อยทำให้มีช่วงยิงติดๆ กันมากถึง 4 นัด และด้วยผลงานโดยรวมเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาแย่งตำแหน่งตัวจริงใน ทีมชาติไทยคืน

 

กองกลาง : ศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 30 นัด

ยิง : 2 ประตู

แอสซิสต์ : 1 ครั้ง

แม้ตำแหน่งจริงๆ ของ เจ้าอาร์ม คือกองหน้าตัวเป้า แต่ด้วยในทีมที่มียอดดาวยิงต่างชาติเพียบ ทำให้เขามักถูกจับส่งลงสนามในแผงมิดฟิลด์อยู่เป็นประจำ

แต่กลับทำได้ดีเกินคาดจนก้าวมาเป็นกองกลางตัวจริงให้ทีมแชมป์ไทยลีกไปซะงั้น ศุภชัย ถือเป็นนักบอลที่มีความคลาสสิคอยู่ในตัว ไปกับบอลได้ดี แม้ความเร็วจะไม่ได้จัดจ้านมากนัก

แต่หากพูดถึงการจบสกอร์เขาก็ถือว่าไม่เป็นรองใครในรุ่นเหมือนกัน แม้ปีนี้จะยิงไปเพียง 2 ประตู แต่จากการแจ้งเกิดแบบสุดๆ หลายคนยกให้เป็นตัวแทน ธีรศิลป์ แดงดา ในอนาคตไปแล้ว

และบอกเลยว่าหาก เจ้าอาร์ม พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ บวกกับเก็บประสบการณ์จากยอดดาวยิงอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ได้มากๆ แฟนบอลไทยหมดห่วงเรื่องหากองหน้าได้เลย

 

กองกลาง : จักรพันธ์ แก้วพรม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 33 นัด

ยิง : 3 ประตู

แอสซิสต์ : 8 ครั้ง

ปีนี้ จักรพันธ์ ถูกถอยลงมาเป็นตัวคุมแดนกลางมากกว่าการรับบทจอมทัพใน บุรีรัมย์ เหมือนเดิม แต่กลายเป็นว่าความโดดเด่นของเขาแทบไม่ลดลงเลย แถมดูเหมือนจะยิ่งเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้มากขึ้นซะอีก

แน่นอนว่าจุดเด่นของ เจ้าโน๊ต อยู่ที่ทักษะชั้นยอด แถมมีคิลเลอร์พาสเนียนๆ ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จนต้องบอกเลยว่า บุรีรัมย์ คงขาดเขาไม่ได้ซะแล้ว

โดยการคว้าแชมป์ไทยลีก 2018 มันทำให้ จักรพันธ์ เพิ่มสถิติให้กับตัวเองเป็นคนที่คว้าแชมป์ไทยลีกมากสุดตลอดกาลไปถึง 7 ครั้งแแล้วด้วย

แม้ตอนนี้อายุจะแตะเลขสามเข้าไปแล้ว แต่ด้วยผลงานที่มีแต่ดีขึ้นๆ ก็คงไม่แปลกที่เขาจะก้าวไปเป็นตัวหลัก ทีมชาติไทย ยุคราเยวัช อีกคนนึง

 

วิงแบ็กซ้าย : ศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 24 นัด

ยิง : 2 ประตู

แอสซิสต์ : 5 ครั้ง

หากจะบอกว่าปีนี้คือปีที่ เจ้าพี ท็อปฟอร์มสุดๆ ก็ว่าได้ หลังยึดตัวจริงในตำแหน่งวิงแบ็กขวาของ บุรีรัมย์ ได้ตั้งแต่ต้นซีซั่น แถมการยิงไป 2 ลูกในปีนี้ยังเป็นการยิงมากที่สุดนับตั้งแต่เล่นไทยลีกมาอีกต่างหาก

ศศลักษณ์ ถือเป็นนักเตะที่ร่างไม่ใหญ่ แต่ใจสู้, แข็งแกร่ง, รวดเร็ว, แพรววพราว แถมเล่นได้หมดทุกตำแหน่งที่อยู่ริมเส้นทำให้ไม่แปลกที่เขาจะ เริ่มเข้าไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ครั้งแรกตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา

 

จอมทัพ : สุมัญญา ปุริสาย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 31 นัด

ยิง : 12 ประตู

แอสซิสต์ : 7 ครั้ง

สุมัญญา กลายเป็นนักเตะวัย 32 ปีที่กลับมาแจ้งเกิดดังเปรี้ยงอีกครั้งในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะผลงานช่วงต้นฤดูกาลที่ยิงติดๆ กันถึง 4 นัด โดยเฉพาะจุดเด่นที่ลูกฟรีคิกซัดเป็นเข้า จนกลับมามีชื่อติดทีมชาติไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีได้สำเร็จ

จอมทัพบียู ถือเป็นนักเตะที่เซ้นต์บอลดี ทักษะเยี่ยม และมีลูกเหนือชั้นให้เห็นบ่อยๆ ที่สำคัญฤดูกาลนี้ เจ้าตั๊ก กลายเป็นนักเตะไทยที่ยิงเยอะที่สุดในลีกร่วมกับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ จากผลงาน 12 ประตูด้วย

 

กองหน้า เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 33 นัด

ยิง : 26 ประตู

แอสซิสต์ : 12 ครั้ง

นี่แหละคือเดอะแบกของ เมืองทอง ในปีนี้อย่างแท้จริง เพราะหากตัดส่วนร่วมกับประตูของ เฮแบร์ตี้ ไปแต้มของ กิเลนผยอง จะหายไปเกินกว่า 20 คะแนนเลยทีเดียว

เฮแบร์ตี้ เป็นนักเตะที่มีมีความพริ้ว ไปกับบอลได้ดี จบสกอร์ได้ทุกรูปแบบ แถมมีจุดเด่นที่ฟรีคิกอีกต่างหาก นอกจากนั้น ดาวยิงแซมบ้าเพิ่งทำสถิติกลายเป็นนักเตะคนที่ 5 ของไทยลีกที่ซัดครบ 100 ประตูอีกด้วย

 

กองหน้า : ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 33 นัด

ยิง : 34 ประตู

แอสซิสต์ : 9 ครั้ง

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ถือเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูเยอะที่สุดในซีซั่นนี้ ผลงานตลอดระยะเวลาตลอด 4 ปีที่ผ่านมาคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากแฟนบอลก็คงรู้ดี

ที่น่าสนใจคือปีนี้ ดาวยิงเซราะกราว สร้างสถิติใหม่เกิดขึ้นเพียบ เริ่มตั้งแต่ยิงติดต่อกันมากสุดตลอดกาล 11 นัด, เป็นนักเตะคนที่ 6 ที่ยิงครบ 100 ประตู, นักเตะจต่างชาติคนแรกที่ยิงครบ 100 ประตูในสโมสรเดียว และล่าสุดกับการทำฮตทริกเยอะที่สุดตลอดกาลไทยลีก 8 ครั้ง

ด้วยภาพรวมอะไรหลายๆ อย่างต้องยอมรับว่าเขาน่าจะเป็นตำนานไทยลีกได้โดยไม่ยาก

เพราะตอนนี้หากจะหากองหน้าที่ครบเครื่องที่สุดในไทยลีก เชื่อเถอะทุกคนคงต้องยกให้ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต แน่นอน

 

ตัวสำรอง  

ฉัตรชัย บุตรพรม (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
กรกช วิริยอุดมศิริ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)
ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (การท่าเรือ เอฟซี)
วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี)
เซร์คิโอ ซัวเรซ (การท่าเรือ เอฟซี)
ยู จุน-ซู (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
วานเดอร์ หลุยส์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)
โจนาธาน รีส (พีที ประจวบ เอฟซี)