โครแอตตายยาก!! แซงดับสิงโตคำราม 2-1 สร้างประวัติศาสตร์ ลิ่วชิงกับตราไก่

1 week ago
458 reads • 193 shares
โครแอตตายยาก!! แซงดับสิงโตคำราม 2-1 สร้างประวัติศาสตร์ ลิ่วชิงกับตราไก่
โดย:

โครเอเชีย เอาชนะ อังกฤษ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 กับ ฝรั่งเศส

ฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ

โครเอเชีย 2-1 อังกฤษ
(เสมอกันใน 90 นาที 1-1)

สนาม : ลุซนิกิ สเตเดี้ยม (มอสโก)

เกมรอบรองชนะเลิศคู่ที่ 2 หลังจากที่ ฝรั่งเศส ผ่านเข้าไปชิงก่อนตั้งแต่คืนวันอังคาร เป็นการเจอกันระหว่าง โครเอเชีย ที่ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ เข้าชิงเป็นครั้งแรก พบกับ อังกฤษ ที่ได้เข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี

ซลัตโก้ ดาลิช กุนซือทีมตาหมากรุก ยังใช้งาน ดานิเยล ซูบาซิช และ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ลงตัวจริงตามปกติ หลังทั้งสองคนฟิตพร้อมทันเวลา นอกนั้นยังมี ลูก้า โมดริช, อิวาน ราคิติช และ อิวาน เปริซิช เป็นแกนหลัก

ส่วน แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมสิงโตคำราม ยังยึด 11 คนแรกจาก 2 รอบที่ผ่านมาไว้ต่อไป ใช้ระบบ 3-1-4-2 วาง แฮร์รี่ เคน ดาวยิงกัปตันทีมยืนกองหน้าคู่กับ ราฮีม สเตอร์ลิง



เปิดเกมมาแค่ 4 นาที อังกฤษ ได้ฟรีคิกระยะหวังผล หลังจาก เดเล่ อัลลี่ โดน ลูก้า โมดริช ตัดฟาวล์ ก่อนที่ คีแรน ทริปเปียร์ ปั่นเข้าตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ทัพสิงโตคำรามนำ 1-0

นาทีที่ 19 โครเอเชีย ได้ลุ้นประตูจากจังหวะลากตัดจากซ้ายมาซัดด้วยขวาบริเวณหน้าเขตโทษของ อิวาน เปริซิช บอลไปแฉลบ ไคล์ วอล์คเกอร์ เฉี่ยวเสาออกหลังไป ซึ่งผู้ตัดสินไม่ให้ลูกเตะมุมกับทีมตาหมากรุกด้วย

นาที 30 อังกฤษ พลาดได้ประตูที่สอง เมื่อ เจสซี่ ลินการ์ด ไหลทะลุช่องให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ ดานิเยล ซูบาซิช อย่างน่าเสียดาย แต่ก็โดนจับล้ำหน้าก่อนอยู่ดี



นาที 31 โครเอเชีย เกือบตีเสมอได้ เมื่อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ล้มตัวสกัดบอลออกไปหน้าเขตโทษ เข้าทาง อันเต้ เรบิช ได้ซัดปั่นโค้งด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ยังตรงตัว จอร์แดน พิคฟอร์ด กระโดดรับได้

นาที 35 อังกฤษ พลาดได้ประตูที่ 2 อย่างน่าเสียดาย เมื่อ เดเล่ อัลลี่ จ่ายย้อนไปหน้าเขตโทษให้ เจสซี่ ลินการ์ด ได้จับก่อนยิงเล่นทางจากบริเวณหัวกะโหลก ทว่าบอลเฉี่ยวเสาออกหลังไป

จากนั้นจบครึ่งแรก อังกฤษ ยังนำ โครเอเชีย 1-0



ครึ่งหลังนาที 56 อังกฤษ ได้ลุ้นประตูเพิ่ม เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง แตะให้ เจสซี่ ลินการ์ด จับก่อนซัดจากหน้าเขตโทษ บอลไปแฉลบ เดยัน ลอฟเรน โด่งออกหลังไป

นาที 68 โครเอเชีย ตีเสมอได้เป็น 1-1 เมื่อ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ บรรจงครอสบอลจากฝั่งขวาเข้าไปที่เสาไกลให้ อิวาน เปริซิช วิ่งโฉบตัดหน้า ไคล์ วอล์คเกอร์ แล้วถีบบอลเข้าไปตุงตาข่าย



นาที 72 โครเอเชีย เกือบแซงนำได้ เมื่อ เปริซิช ซัดด้วยซ้ายมุมแคบแล้วบอลพุ่งไปชนเสา เด้งมาเข้าทาง อันเต้ เรบิช แปซ้ำแต่บอลไปเข้ามือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ทำให้ อังกฤษ รอดเสียประตูไปแบบโชคช่วย

นาที 83 ทีมตาหมากรุก ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ มาร์เซโล่ โบรโซวิช ชิพบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ มาริโอ มานด์ซูคิช พักอกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ แล้วเอี้ยวตัวซัดมุมแคบ แต่ พิคฟอร์ด ยังปัดออกมาได้

นาที 90+1 อังกฤษ ได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา คีแรน ทริปเปียร์ เปิดเข้าไปหน้าประตูแล้ว แฮร์รี่ เคน โหม่งกดลงพื้น บอลออกหลังไปอีก



ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลานาที 99 อังกฤษ น่าจะได้ประตู เมื่อได้เตะมุมทางฝั่งขวา แล้ว คีแรน ทริปเปียร์ เปิดไปให้ จอห์น สโตนส์ เทกตัวขึ้นขวิดกำลังจะเสียบเสาไกล แต่ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ที่ยืนคุมเส้นอยู่ โดดโขกทิ้งออกไปได้



นาที 105+2 โครเอเชีย ได้ลุ้นขึ้นนำเช่นกัน อิวาน เปริซิช เปิดไซด์โค้งจากฝั่งซ้ายไปหน้าประตูให้ มาริโอ มานด์ซูคิช สอดเข้าชาร์จ แต่ว่า จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังช่วยบล็อคไว้ทัน จบครึ่งแรกของช่วงต่อเวลา จึงยังเสมอกัน 1-1

นาที 109 โครเอเชีย ได้ประตูแซงนำ 2-1 เมื่อกองหลังอังกฤษสกัดไม่พ้นอันตราย แล้ว อิวาน เปริซิช โหม่งย้อนกลับเข้าไปในเขตโทษให้ มาริโอ มานด์ซูคิช หลุดไปตวัดยิงตามน้ำด้วยซ้ายตุงตาข่าย โดยที่ไม่ล้ำหน้า


ช่วงเวลาที่เหลือ อังกฤษ ไม่สามารถทำประตูคืนได้ ทำให้จบเกม โครเอเชีย ชนะ 2-1 พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก ไปพบกับ ฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคมนี้

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โครเอเชีย (4-2-3-1) : ดานิเยล ซูบาซิช - ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, โดมากอย วิด้า, เดยัน ลอฟเรน, อิวาน สตรินิช (โยซิป ปิวาริช น.95) - อิวาน ราคิติช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช - อันเต้ เรบิช (อันเดรย์ ครามาริช น.101), ลูก้า โมดริช (กัปตันทีม) (มิลาน บาเดลจ์ น.119), อิวาน เปริซิช - มาริโอ มานด์ซูคิช (เวดราน ชอร์ลูก้า น.115)

อังกฤษ (3-1-4-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์ (เจมี่ วาร์ดี้ น.112), จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เอริก ดายเออร์ น.97) - คีแรน ทริปเปียร์, เจสซี่ ลินการ์ด, เดเล่ อัลลี่, แอชลี่ย์ ยัง (แดนนี่ โรส น.91) - ราฮีม สเตอร์ลิง (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.74), แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม)

ผู้ตัดสิน : คูเนย์ต ซาเคียร์ (ตุรกี)