รวมมิตรคู่รักคู่แค้น ชาติอาเซียน

4 years ago
1,136 reads • 0 shares
รวมมิตรคู่รักคู่แค้น ชาติอาเซียน
โดย:

Balltoro เว็บไซต์ฟุตบอลมือโปรสำหรับคุณ -  

เกมนี้ เป็นมากกว่าผลแพ้ชนะ แต่มันหมายถึงศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันยอมกันได้ !! เมื่อได้ยินคำนี้แล้ว แน่นอนต้องหมายถึงเกมลูกหนังที่มีเรียกกันว่า "ฟุตบอล" ที่แต่ละชาติ หรือ แต่ละทีม ต่างต้องการเป็นฝ่ายกำชัยไป หากเป็นการพบกับทีมที่ต้องการกดให้อยู่หมัด แบบจมดินไปเลยแล้วละก็ นับเป็นเกมที่มีความหอมหวานอยู่เสมอ

โดยเฉพาะ ในภูมิภาคอาเซียน ดินแดนที่มีความคลั่งไคล้เกมลูกหนังแบบมืดฟ้ามัวดิน วันนี้ Balltoro จะมานำเสนอการพบกันในเหล่าชาติอาเซียนว่า มีเกมไหน ที่คำว่า "ศักดิ์ศรี" มันค้ำคอ เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดทั้งมวลกัน 

อันดับที่ 4 ศึกจ้าวลูกหนังอาเซียนยุคเก่า ปะทะ จ้าวอาเซียนยุคใหม่ 

ไทย พบ เมียนมาร์ 

คู่รักคู่แค้นที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน ตั้งแต่ชาติปางก่อน ส่วนในเกมลูกหนังด้วยแล้ว เมียนมาร์ ถือว่าเป็นอดีตมหาอำนาจลูกหนังของอาเซียน และเอเชีย ด้วยดีกรีแชมป์เอเชียนเกมส์ 2 สมัย และแชมป์ซีเกมส์ 5 สมัยซ้อน บวกกับการเป็นรองแชมป์เอเชียนคัพ เมื่อปี 1968 ณ ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่ ไทย สามารถไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิก รอบสุดท้าย ณ ประเทศเม็กซิโก ในช่วง 40 ปีก่อน

ต่อมา เมียนมาร์ ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเช่นนี้อีกเลย จนกระทั่ง "ช้างศึก" ที่ขึ้นมาแทนที่ ในช่วง 20 ปีหลัง จนถึง ปัจจุบัน นับว่า คู่นี้ เจอกันทีไร มักจะมีใส่กันแบบถึงลูกถึงคน ไม่มีลดราวาศอกกันเลย แม้ว่า ไทย จะประสบความสำเร็จมากมาย ก็ตาม 

อันดับที่ 3 ศึกนี้ ที่เป็นมากกว่าเกมฟุตบอล !! 

มาเลเซีย พบ อินโดนีเซีย 

นับเป็นการพบกันของอดีตมหาอำนาจลูกหนัง อาเซียน ที่เรืองอำนาจมาไล่เลี่ยกัน ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ชาติ ต่างก็มีประเด็นความแค้นกันมานมนาน โดยเฉพาะ อินโดนีเซีย ที่มีความแค้น ต่อ มาเลเซีย อย่างรากฝังลึก ในประเด็นที่มีการอ้างตนว่าเป็นชาติแห่งเผ่าพันธ์มลายูอันแท้จริง รวมไปถึงความขัดแย้งด้านวัฒนธรรม ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าสิ่งนั้น เป็นของตนเอง มาแล้ว

ส่วนในเกมลูกหนัง ทั้ง 2 ทีม ก็มีประเด็นให้พูดถึงด้วยเช่นกัน ดังเช่นกรณีแฟนบอลมาเลเซีย ยิงแสงเลเซอร์ ใส่นักเตะอินโดนีเซีย ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 รอบชิงชนะเลิศ ณ สนามบูกิต จาลิล

รวมไปถึง กรณีที่แฟนบอลอินโดนีเซีย ตามไปตอแยนักเตะมาเลเซีย ถึงหน้าโรงแรมที่พักของนักเตะ ก่อนที่จะเดินทางออกสู่สนาม เกโลรา บัง คาร์โน หรือ สนามเสนายัน ในศึกฟุตบอลซีเกมส์ ครั้งที่ 26 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2011 และแน่นอน การพบกันของทั้งคู่ คงจะใส่กันไม่ยั้งอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหน แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้อยู่จุดสูงสุดของวงการลูกหนังอาเซียน ก็ตาม 

อันดับที่ 2 เสือ ปะทะ สิงห์  แห่งคาบสมุทรมลายู !! 

สิงคโปร์ พบ มาเลเซีย 

สุภาษิตไทยที่ว่า "เสือสองตัว อยู่ถ้ำเดียวไม่ได้" น่าจะเป็นสำนวนที่ยังใช้ได้กับ 2 ชาติที่ใช้สัญลักษณ์กันและกัน ทั้ง "เสือ" และ "สิงห์" อีกทั้ง 2 ชาตินี้ ก็เคยเป็นสุวรรณปฐพีเดียวกันมาก่อน จนมามีการแยกประเทศออกไปในปี 1965 ด้วยเงื่อนไขทางการเมือง

บนสงครามเกมฟุตบอล ทั้ง 2 ชาติ กลายมาเป็นคู่ปรับโดยสิ้นเชิง หากพบกันในรายการใหญ่ๆ อย่าง ฟุตบอลซีเกมส์ ที่ทั้งคู่เคยพบกันในรอบชิงชนะเลิศ ในปี 1989 ที่จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน อย่าง มาเลเซีย ด้วยสกอร์ 3:1 คว้าแชมป์ซีเกมส์ อย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่ สิงคโปร์ ก็เคยทำแสบกับ มาเลเซีย นับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะ เกมในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ที่เป็นฝันร้ายของ มาเลเซีย อย่างแท้จริง เมื่อถูก สิงคโปร์ บุกมาเอาชนะได้อย่างช็อคทั้งแหลมมลายูถึง 3:0

ส่วนดาวดังประจำทีมนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลย ทั้ง 2 ทีม ก็มีดาวดังค้างฟ้าที่เป็นตำนานในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะ ไซนัล อะบีดีน ดาวยิงตีนระเบิดของทัพ "เสือเหลือง" ต้องปะทะความคมกับดาวยิงในตำนานตลอดกาลของทัพ "เมอร์ไลออนส์" อย่าง ฟานดี้ อาหมัด จวบจนวันนี้

แม้ว่าผลงานทั้ง 2 ชาติ จะดูตกลงไป แต่เกมพบกันของคู่นี้ ก็ยังมีความมันและเร้าใจทุกครั้งเสมอ เหมือนเป็นการพบกันของ "เสือ" และ "สิงห์" ในทุ่งหญ้าเขียวขจี 

อันดับที่ 1 คู่รักคู่แค้น ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหนๆ  

ไทย พบ เวียดนาม 

แม้ว่าทั้ง 2 ประเทศ จะไม่ได้อยู่ติดกัน เหมือนประเทศอื่นๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ย่อโลกใบใหญ่เหลือเพียงกดได้ปลายนิ้ว ในปัจจุบัน ทำให้แฟนบอลทั้งคู่ ได้ปะทะทางความคิด และประกาศักดากันอย่างเมามัน โดยที่ ไทย เป็นทีมที่เรืองอำนาจที่สุดในวงการลูกหนังอาเซียน ภายใต้แข้ง "ดรีมทีม" อันเกรียงไกร ในช่วงยุค 90

จวบจนการลงสนามพบกัน ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของศึกแห่งศักดิ์ศรีแห่งภูมิภาคอาเซียน ต้องย้อนไปยังศึกลูกหนังซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ณ กรุงฮานอย เมื่อปี 2003 ที่จบลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของทัพ "ช้างศึก" 2:1 ทำให้ชาวเวียดนามทั้งประเทศ ตั้งปณิธานว่า จะต้องล้ม ไทย ให้ได้

จนกระทั่งสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ ก็มาสัมฤทธิ์ผล เมื่อปี 2008 ในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่ทัพ "ดาวทอง" สร้างบาดแผลที่แฟนบอลไทย ต้องจดจำไปตลอดชีวิต เมื่อเขาสามารถบุกมาเอาชนะถึงบ้านแบบช็อคทั้งดินแดนขวานทอง 2:1 ซ้ำร้ายกว่านั้น เวียดนาม มาสร้างปาฏิหารย์ในช่วงนาทีสุดท้าย จากลูกโหม่งปลิดวิญญาณของ เล คง วินห์ ทำให้ขุนพลเหงียน ผงาดคว้าแชมป์เป็นจ้าวอาเซียน ครั้งแรกและครั้งเดียวของวงการฟุตบอลเวียดนาม

ทั้งหมดนี้ ย่อมประจักษ์ให้เห็นว่า เวียดนาม มักจะมีพลังแฝงอยู่เสมอ ยามที่พบกับ ไทย ไม่ว่าเกมไหน และเมื่อไหร่ แม้ว่าการพบกันครั้งล่าสุด เวียดนาม จะแพ้ ไทย แทบทุกชุดที่พบกัน ในปีนี้ แต่ในอนาคต เวียดนาม คงจะมีการพัฒนาและก้าวขึ้นมาเป็นคู่ปรับตัวฉกาจบนสงครามลูกหนัง กับ ไทย ไปตลอดแน่นอน เพื่อให้สมกับที่ถูกขนานนามว่า เป็นคู่รักคู่แค้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาค ASEAN ต่อไป 

รู้ลึก รู้ไว รู้ก่อนใคร Like ที่ Balltoro เลย 

เครดิตอ้างอิง : http://footballchannelasia.com/th
เครดิตภาพ : www.affsuzukicup.com / Thailand National Team Gallery