ช่วยชาติวิเคราะห์ : 5 ทางเลือกจัดทีมของ ราเยวัช เมื่อไร้ ธนบูรณ์

2 years ago
4,351 reads • 2,528 shares
ช่วยชาติวิเคราะห์ : 5 ทางเลือกจัดทีมของ ราเยวัช เมื่อไร้ ธนบูรณ์
โดย:

5 แผนการเล่นที่น่าสนใจให้ มิโลวาน ราเยวัช เลือกใช้ในเกมเปิดบ้านคัดบอลโลกกับ อิรัก เมื่อไม่มี ธนบูรณ์ เกษารัตน์

ทีมชาติไทย ยุค มิโลวาน ราเยวัช ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างแจ่ม ต้องมาปวดหัวอีกครั้งหลังการบาดเจ็บของมิดฟิลด์ตัวรับเบอร์หนึ่งอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ทำให้เฮดโค้ชเซอร์เบียต้องเร่งหาตัวแทนให้ไวที่สุด

แต่ในขณะเดียวกัน ทัพช้างศึกก็ได้ ธีรศิลป์ แดงดา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ รวมทั้ง ทริสตอง โด เข้ามาร่วมทีมแบบฟูลทีมเช่นกันหลังก่อนหน้านี้ทั้งสามคนยังไม่เคยลงสนามในยุค ราเยวัช เลย

โดยล่าสุดกับการประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้ายออกมานั้นก็น่าจะมีแผนการเล่นให้เลือกใช้อยู่ประมาณ 5 ทางเลือกได้

และทุกทางเลือกดูแล้ว ราเยวัช น่าจะต้องมีชื่อของ เมสซี่เจ, ธีรศิลป์, ธีราทร บุญมาทัน, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ รวมถึงคู่เซนเตอร์แบ็กสุดแกร่งอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว เป็นแกนหลักอยู่แน่นอน!!

 

ยึดทีมจากคิงส์คัพ 4-2-3-1

เป็นแผนที่ ราเยวัช เลือกใช้กับไทยตลอด 4 เกมที่ผ่านมา และจะยึดแผงแบ็กโฟร์เหมือนเดิม แม้จะได้ ทริสตอง โด เข้ามาแต่ อดิศร ก็ทำผลงานได้ดีเหลือเกินตลอด 3 เกมที่ผ่านมาในตำแหน่งแบ็กขวา

ขณะที่คู่กลางเมื่อไร้ ธนบูรณ์ ทำให้มีโอกาสทีเดียวที่คู่หูใหม่ของ ฐิติพันธ์ จะเป็น ธีราทร หลังจากการให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวเคยออกมาเผยว่าถูกจับไปซ้อมเป็นมิดฟิลด์บ่อยทีเดียว

ด้านเกมรุกน่าจะมีมิติเกมรุกมากขึ้นสุดๆ หลังได้ ชนาธิป กลับเป็นจอมทัพแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่น่าจะหลุดไปเป็นสำรอง ส่วนปีกขวาเวลานี้คงต้องยกพื้นที่ให้ มงคล ทศไกร จากผลงานที่กลับมาแจ่มอีกครั้งในยุค ราเยวัช

ขณะที่ตัวริมเส้นฝั่งซ้ายในทีมชุดนี้มีโอกาสทีเดียวที่ ธีรศิลป์ จะถูกถ่างออกไปเหมือนที่เคยเล่นตอนอยู่กับ เมืองทอง บ่อยๆ และใช้ อดิศักดิ์ ยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่จะคอยเป็นตัวสอดแทรกขึ้นมาก็ได้

 

4-2-3-1 แน่นทุกตำแหน่ง

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในระบบ 4-2-3-1 โดยมีแผงหลังชุดเดิมเกือบหมดแต่ ทริสตอง โด จะกลับทวงตำแหน่งแบ็กขวาคืนจาก เจ้าเก่ง

ส่วนคู่กลาง เจ้านิว ยังคงเป็นแกนหลักจับคู่กับ ปกเกล้า อนันต์ ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ แบงค็อก

โดยมี โก๋อุ้ม เล่นเป็นปีกซ้าย และ จ่าเย็น ยืนปีกขวาแบบตอนคิงส์คัพ ที่คอยสลับตำแหน่งกันได้อย่างดี

และจะปล่อยให้ เมสซี่เจ ทำเกมรุกอย่างอิสระในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์อยู่หลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง เทพมุ้ย ที่กลับมายึดตำแหน่งเดิมคืนหลังก่อนหน้านี้ถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานมาตลอดจนพลาดลงสนาม

ซึ่งในแผนนี้มีโอกาสสูงเลยทีเดียวที่เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียร์จะเลือกใช้เพราะแต่ลำตำแหน่งสามารถยืดหยุ่นกันได้ แถมยังได้ตัวหลักกลับมาเกือบครบอีกต่างหาก

 

ใช้กลางรับตัวเดียว 4-3-3

เป็นระบบที่ทัพช้างศึกยึดใช้มาตลอดยุคโค้ชซิโก้ โดยใช้เกมรับเหมือนเดิมทั้ง พีระพัฒน์, เฉลิมพงษ์, พรรษา และ โด โดยจะถอย ฐิติพันธ์ ลงมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับและคอยโฮลด์บอลแบบ สารัช อยู่เย็น ในยุคที่แล้ว

และดัน ธีราทร ที่จะใช้จุดเด่นเรื่องการวางบอล และจ่ายคมๆ ไปทำเกมแดนกลางคู่กับ เมสซี่เจ ที่จะคอยสร้างสรรค์เกมรุก และพาบอลทะลุทะลวงให้แดนหน้า

ส่วน 3 ตัวบน ธีรศิลป์ อาจจะโดนขยับออกมาเป็นตัวริมเส้นเช่นเดียวกับ มงคล ที่จะประจำการทางกราบขวาเหมือนเดิม โดยมี อดิศักดิ์ ยืนค้ำเป็นตัวเป้า

โดยในระบบนี้ทั้ง อุ้ม เจ, มุ้ย รวมทั้ง มงคล สามารถสลับตำแหน่งเล่นกันได้อย่างอิสระเลยทีเดียวในการทำเกมรุก และจะมีปีกตัวจี๊ดอย่าง บดินทร์ ผาลา, นูรูล ศรียานเก็ม และ สิโรจน์ คอยลงมาเติมเกมในช่วงครึ่งหลังได้อีกด้วย

 

ถอดแบบ ซัปโปโร 3-4-2-1

ต้องบอกเลยว่าเป็นระบบที่ทีมชาติไทยเรายังไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งจะเป็นการปรับมาใช้จากที่ ชนาธิป ไปค้าแข้งอยู่ที่เจลีก กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร นั่นเอง

ซึ่งสามปราการหลังแผนนี้ก็ต้องมอบให้ เฉลิมพงษ์, พรรษา และ อดิศร คุมเกมรับเลย โดยคู่กลางเป็น ฐิติพันธ์ คอยสลับกันทำเกมรุก และลงมาช่วยเกมรับกับ ปกเกล้า

โดยจะให้ ธีราทร เป็นวิงแบ็กซ้ายที่เคยทำได้อย่างยอดเยี่ยมตอนค้าแข้งอยู่ บุรีรัมย์ ส่วนวิงแบ็กขวาคงต้องใช้ โด ที่สามารถขึ้นลงได้อย่างไม่มีหมด

ส่วน เมสซี่เจ ก็จะลงเล่นบทบาทหน้าต่ำแบบใน ซัปโปโร ที่เล่นมาตลอด 6 เกมที่ผ่านมา คู่กับ สรรวัชญ์ ซึ่งสามารถสลับกันเล่นได้ทั้งฝั่งซ้าย และขวา

และแน่นอนว่าหน้าเป้าก็ต้องเป็น เทพมุ้ย ที่สามารถเก็บบอลได้ดีที่สุดในกองหน้าชุดนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นแผนที่ใหม่มากสำหรับไทย ซึ่งหากจะใช้จริงๆ ราเยวัช คงต้องซ้อมให้ทุกคนเข้าใจระบบกันจริงๆเสียก่อน

 

หลังสามที่ลองใช้ในเกมอุ่นเครื่อง 3-4-3

เป็นระบบใหม่ที่ยังไม่เคยดเห็นทีมชาติไทยใช้มาก่อน แต่ในเกมอุ่นเครื่องกับ ออลสตาร์ไทยลีก ล่าสุด ราเยวัช ได้ลองปรับทีมลองเล่น 3-4-3

โดยสามกองหลังก็น่าจะยังไม่มีใครเบียด อดิศร, พรรษา และ เฉลิมพงษ์ ได้ ขณะที่วิงขวาน่าจะเป็นโอกาสของ โด ที่มีความฟิตสูงส่วนฝั่งซ้าย เจ้าบาส น่าจะมีโอกาสมากที่สุด

แน่นอนว่ากลางต้องเป็น ฐิติพันธ์ ยืนแล้ว 1 คนและคู่หูของเขาก็น่าจะเป็น โก๋อุ้ม หลังเจ้าตัวถูกจับมายืนบ่อยในยุค ราเยวัช และทำได้ดีซะด้วย

และ 3 ตัวรุกข้างหน้า มงคล น่าจะทำได้ดีกว่าทุกคนในตำแหน่งปีกขวา โดยจะให้ ชนาธิป เหมือนยืนฝั่งซ้ายแต่จะปล่อยให้ดาวเตะซัปโปโร มีอิสระเคลื่อนที่ไปได้ทั่วในแนวรุก ทำเกมอยู่หลัง ธีรศิลป์ ที่จะคอยจบกอร์และเก็บบอลในแดนหน้า

แม้จะเป็นแผนใหม่ที่เราไม่เคยห็นในทัพช้างศึกมาก่อน แต่จากเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาได้ทดลองใช้ไปแล้ว ก็มีโอกาสไม่น้อยเหมือนกันที่เราจะได้เห็น 3-4-3

 

 

ที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่า มิโลวาน ราเยวัช ไม่เคยคุมทีมไหนโดยใช้กองหน้าคู่เลย ทำให้ 5 ระบบที่เราคิดไว้นั้นล้วนเป็นการใช้หน้าเป้าตัวเดียวทั้งนั้น

ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถคาดเดากันได้หรอกว่าท้ายที่สุดแล้ว ทีมชาติไทย ที่จะพบ อิรัก ในช่วงค่ำวันพรุ่งนี้จะออกมาในระบบไหน

แต่เชื่อเหลือเกินว่าทีมงานมี 11 ตัวจริงในใจแล้วในตอนนี้ แม้เราจะตกรอบไปแล้ว แต่อย่างน้อยเรามาคอยลุ้นให้ทัพช้างศึกสร้างประวัติศาสตร์คว้า 3 แต้มแรกในศึกคัดบอลโลกรอบสุดท้ายกันดีกว่า!!