เว็บดังฟันธง : สเปอร์ส-ลิเวอร์พูล, ฮัลล์-แมนฯ ยูฯ, ลาซิโอ-ยูเวนตุส

3 years ago
1,800 reads • 0 shares
เว็บดังฟันธง : สเปอร์ส-ลิเวอร์พูล, ฮัลล์-แมนฯ ยูฯ, ลาซิโอ-ยูเวนตุส
โดย:

บทวิเคราะห์และการฟันธงจากต่างประเทศ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และ กัลโช่ เซเรีย อา คืนวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก, 18.30 น.)

ถ่ายทอดสด : beIN Sports 1

สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน



 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด (รวมเกมอุ่นเครื่อง)

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (อันดับ 7)

แพ้ ยูเวนตุส 1-2 (ที่เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย) อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ

แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 (ที่เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย) อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ

ชนะ อินเตอร์ มิลาน 6-1 (ที่ออสโล, นอร์เวย์) อุ่นเครื่อง

เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

ลิเวอร์พูล (อันดับ 11)

ชนะ บาร์เซโลน่า 4-0 (ที่สนามเวมบลีย์, ลอนดอน, อังกฤษ) อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ

แพ้ ไมนซ์ 05 0-4 (เยือน) อุ่นเครื่อง

ชนะ อาร์เซน่อล 4-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 (เยือน) อีเอฟแอล คัพ รอบ 2

 

สถิติที่เคยพบกัน (รวมทุกรายการ)



ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ชนะ 47 ครั้ง

เสมอกัน 40 ครั้ง

ลิเวอร์พูล ชนะ 78 ครั้ง

 

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

ลิเวอร์พูล 4-0 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

ลิเวอร์พูล 3-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-0 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

ลิเวอร์พูล 1-1 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

 

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์



เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยังคงอดใช้งาน อูโก้ โยริส นายประตูกัปตันทีมที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าตั้งแต่เกมนัดเปิดฤดูกาลที่บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 รวมถึง มูซ่า เดมเบเล่ กองกลางทีมชาติเบลเยียม ที่ยังคงติดโทษแบนต่อไป

ด้วยเหตุนี้ มิเชล ฟอร์ม จะยังต้องลงเฝ้าประตูต่ออีกนัด ส่วนตำแหน่งกองกลาง จะเป็น วิคเตอร์ วานยาม่า ฮีโร่ผู้พังประตูชัยช่วยให้ทีมเปิดบ้านเฉือน คริสตัล พาเลซ 1-0 จะได้ลงตัวจริงต่อไป

เกมสัปดาห์ก่อน โปเช็ตติโน่ ส่ง วินเซนต์ ยานส์เซ่น ดาวยิงตัวใหม่ลงยืนคู่กับ แฮร์รี่ เคน ในแดนหน้า แต่เกมนี้น่าจะปรับมาเลือกใช้ เคน เป็นกองหน้าตัวเดียว แล้วส่ง เดเล่ อัลลี่ ลงมาเป็นจอมทัพในระบบ 4-2-3-1 มากกว่า เพื่อความรัดกุมในการรับมือเกมรุกอันร้อนแรงของทีมเยือน


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-2-3-1) : มิเชล ฟอร์ม - ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส - วิคเตอร์ วานยาม่า, เอริก ดายเออร์ - เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริคเซ่น - แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม)

 

ลิเวอร์พูล



เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือทีมเยือน มีโอกาสสูงที่จะอดใช้งาน เอ็มเร่ ชาน กองกลางตัวรับทีมชาติเยอรมนีที่เจ็บข้อเท้า และ ดิว็อค โอริกี้ ที่เจ็บต้นขา จากเกม อีเอฟแอล คัพ ที่บุกถล่ม เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 เมื่อช่วงกลางสัปดาห์

นอกจากนี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่เจ็บต้นขาจนอดลงซ้อมกับทีมตลอดสัปดาห์ ก็ต้องรอดูความฟิตอีกครั้งด้วย แต่ข่าวดีก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ปีกขวาตัวจี๊ดทีมชาติเซเนกัล ฟิตสมบูรณ์กลับมาลงสนามแบบเต็มเกมเมื่อกลางสัปดาห์ พร้อมลงตัวจริงแน่นอน

สำหรับผู้เล่นบาดเจ็บรายอื่นๆ ประกอบด้วย ลอริส คาริอุส นายด่านมือหนึ่งที่ต้องพักยาวอีกเดือน ส่วน โจ โกเมซ กับ มามาดู ซาโก้ 2 กองหลัง จะกลับมาลงสนามได้อย่างเร็วคือกลางเดือนหน้า

ซิมง มิโญเล่ต์ จะต้องลงเฝ้าเสาต่อไป แม้เกมก่อนจะเสียประตูง่ายๆ จนทำให้ทีมพ่าย เบิร์นลี่ย์ ก็ตาม แต่แนวรุกยังนำโดย โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ซึ่งต่างทำประตูได้ทั้งคู่ ในเกมบอลถ้วยเมื่อคืนวันอังคาร

 

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-3-3) : ซิมง มิโญเล่ต์ - เนธาเนียล ไคลน์, โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ - อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม - ซาดิโอ มาเน่, แดเนียล สเตอร์ริดจ์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่


5 ประเด็นน่ารู้ก่อนเกม

สเปอร์ส ไม่ชนะ ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีกมา 7 นัดติดต่อกัน (เสมอ 2 แพ้ 5) แถม 3 ครั้งหลังสุดที่เปิดบ้านเจอทีมหงส์แดงในลีก ก็ยิงประตูไม่ได้เลย (เสมอ 1 แพ้ 3)

- การเจอกันทุกครั้งในพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ มีประตูเกิดขึ้นรวมกันถึง 136 ประตู ถือว่าเป็นการเจอกันที่มีประตูเกิดขึ้นมากเป็นอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล ไม่เสมอคู่แข่งด้วยสกอร์ 0-0 มา 31 นัดติด ส่วน สเปอร์ส ก็ไม่เสมอใคร 0-0 มา 26 เกมซ้อน ในพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล คือทีมที่ทำประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกปี 2016 (45 ประตู) แต่ว่าเสียประตูมากเป็นอันดับที่ 6 (33 ประตู)

แฮร์รี่ เคน ไม่เคยทำประตูใน พรีเมียร์ลีกเดือนสิงหาคม มาก่อน

 

เว็บดังฟันธง

bwin : เสมอ 1-1

Ladbrokes : เสมอ 1-1

William Hill : เสมอ 1-1 

Coral : เสมอ 1-1

Skybet : เสมอ 1-1

sbobet : เสมอ 1-1 

 

ทรรศนะจากกูรูต่างประเทศ

พอล เมอร์สัน (อดีตปีกอาร์เซน่อล ปัจจุบันเป็นกูรูของ Sky Sports)


"ผมฟันธงไปที่ท็อตแน่ม ถ้าหากไม่นับลูกฟรีคิกของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นได้แย่มากในครึ่งแรกของเกมนัดเปิดสนามที่พบ อาร์เซน่อล

ผมคิดว่าสเปอร์สยังก้าวไปได้ไกลกว่านี้มาก ผมประทับใจผลงานพวกเขา พวกเขาเจอเกมแรกที่ยากกับ เอฟเวอร์ตัน และต้องเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอ

จากนั้นก็เล่นไม่ดีในเกมพบกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แต่พวกเขาก็ยังแข็งแกร่ง และได้ประตูช่วงท้ายเกม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำให้ได้

แฮร์รี่ เคน ยังไม่เข้าฟอร์มเท่าไร แต่เกมนี้เขาจะมาแน่"

 

เมอร์สัน ฟันธง : สเปอร์ส ชนะ 2-1

 

มาร์ค ลอว์เรนสัน (อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ปัจจุบันเป็นกูรูของ BBC) 


"นี่คือเกมที่น่าสนใจ ท็อตแน่ม ยังไม่ได้เริ่มเข้าฝักจริงๆ จังๆ แต่พวกเขายังแสดงให้เห็นว่าทำไมถึงเป็นทีมที่ใครๆ ก็ชนะได้ยาก

ทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มักมีผู้เล่นที่คอยปกป้องแผงแบ็กโฟร์เสมอ และ วิคเตอร์ วานยาม่า ที่ย้ายเข้ามาช่วงซัมเมอร์ก็ทำงานนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเขาสามารถคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสนามไว้ได้


ผมไม่คิดว่าการที่ ลิเวอร์พูลแพ้เบิร์นลี่ย์ จะทำให้ความมั่นใจของพวกเขาลดลง แต่พวกเขาอาจเจออะไรแบบนั้นอีกหลายครั้งในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบกับทีมระดับครึ่งล่างของพรีเมียร์ลีก

จากแนวทางการเปิดเกมรุกของทีมหงส์แดงด้วยนักเตะที่พวกเขามี ผมคิดว่าจะทำให้พวกเขาเอาชนะคู่แข่งได้ง่ายๆ หลายเกม แต่ถ้าคู่แข่งยิงประตูพวกเขาได้ก่อน มันจะกลายเป็นงานยากสำหรับพวกเขาทันที

เบิร์นลี่ย์ เล่นกันได้แบบดุดัน และประสานงานกันได้ดีมาก บวกกับตั้งรับกันลึกสุดๆ แม้ว่า ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นหลายคนที่พร้อมเป็นตัวเลือกในแดนหน้า แต่สไตล์การเล่นของพวกเขาค่อนข้างเหมือนๆ กัน นั่นทำให้พวกเขาไม่มีอาวุธหลากหลาย เมื่อต้องเป็นฝ่ายไล่ตามคู่แข่งให้ทัน"

 

ลอว์เรนสัน ฟันธง : เสมอ 1-1

 

บทวิเคราะห์จาก Balltoro



ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเวลาพบกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง มากกว่าพบกับทีมเล็กๆ ในพรีเมียร์ลีก เพราะว่าจะมีพื้นที่ในการทำเกมรุกเร็วมากกว่า และเกมนี้ก็น่าจะเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ สเปอร์ส เป็นเจ้าบ้าน

แม้หงส์แดงมีปัญหาตรงที่ ซิมง มิโญเล่ต์ มักเสียประตูง่าย แต่เกมรุกของทีมไก่เดือยทองยังไม่เข้าฟอร์มเท่าไร ถ้ากองหลังลิเวอร์พูลไม่เล่นผิดพลาดกันไปเอง มีโอกาสบุกไปเก็บ 3 คะแนนได้เลย เพราะสถิติการไปเยือน ไวท์ ฮาร์ท เลน ถือว่าถูกโฉลกเอามากๆ ด้วย

ฟันธง : สเปอร์ส แพ้ 1-2

__________________

ฮัลล์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก, 23.30 น.)

ถ่ายทอดสด : beIN Sports 1

สนาม : เคคอม สเตเดี้ยม




ผลงาน 5 นัดหลังสุด (รวมเกมอุ่นเครื่อง)

ฮัลล์ ซิตี้ (อันดับ 3)

ชนะ ชายกูร์ ริเซสปอร์ 3-1 (ที่คุฟสไตน์, ออสเตรีย) อุ่นเครื่อง

แพ้ โตริโน่ 1-2 (ที่ซัลซ์บวร์ก, ออสเตรีย) อุ่นเครื่อง

ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ชนะ สวอนซี ซิตี้ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 3-1 (เยือน) อีเอฟแอล คัพ รอบ 2

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อันดับ 2)

ชนะ กาลาตาซาราย 5-2 (ที่โกเตนเบิร์ก, สวีเดน) อุ่นเครื่อง

เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เหย้า) เทสติโมเนียล แมตช์ เวย์น รูนี่ย์

ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (ที่สนามเวมบลีย์, ลอนดอน, อังกฤษ) คอมมิวนิตี้ ชิลด์

ชนะ บอร์นมัธ 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

สถิติที่เคยพบกัน (รวมทุกรายการ)


 

ฮัลล์ ซิตี้ ชนะ 5 ครั้ง

เสมอกัน 4 ครั้ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 49 ครั้ง

 

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ฮัลล์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2009-10

ฮัลล์ ซิตี้ 2-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ฮัลล์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ฮัลล์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

ฮัลล์ ซิตี้ 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

 

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ฮัลล์ ซิตี้



เจ้าถิ่นยังอยู่ภายใต้การคุมทีมของ ไมค์ ฟีแลน ซึ่งเป็นกุนซือขัดตาทัพแทนที่ สตีฟ บรูซ ซึ่งถูกยกเลิกสัญญาก่อนเปิดฤดูกาล และยังไม่ได้เสริมทัพนักเตะเข้าสู่ทีมชุดใหญ่เลย

ทว่า ฮัลล์ กลับออกสตาร์ทฤดูกาลได้ดีเหลือเชื่อ เมื่อเป็น 1 ใน 4 ทีมที่เก็บ 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดแรก แถมยังทะลุผ่านเข้ารอบ 3 ศึก อีเอฟแอล คัพ ได้อีกต่างหาก

เมื่อกลางสัปดาห์ ฟีแลน พักผู้เล่นตัวหลักอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ เป็นเพียงตัวสำรอง

ส่วน อาเบล เอร์นานเดซ ดาวยิงอุรุกวัย, เอลดิน ยาคูโปวิช นายประตูชาวสวิส และ แซม คลูคัส ปีกชาวอังกฤษ ถูกพักไว้โดยไม่มีชื่อในทีม ซึ่งทั้งหมดจะกลับมาเป็นตัวจริงในเกมนี้แน่นอน โดย 11 คนแรกจะยึดชุดเดิมจากที่ชนะในพรีเมียร์ลีกมา 2 เกมซ้อนเป็นหลัก

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-3-3) : เอลดิน ยาคูโปวิช - อาห์เหม็ด เอลโมฮามาดี้, เจค ลิเวอร์มอร์, เคอร์ติส เดวิส (กัปตันทีม), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - เดวิด เมย์เลอร์, ทอม ฮัดเดิลสตัน, แซม คลูคัส - โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, อาเบล เอร์นานเดซ, อดาม่า ดิโอม็องเด้

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีปัญหาในการจัดทีมในเกมนี้ เมื่อนักเตะชุดใหญ่ทุกคนไม่มีปัญหาบาดเจ็บและติดโทษแบน เมื่อล่าสุด เจสซี่ ลินการ์ด ตัวรุกจอมแดนซ์สลัดอาการเจ็บเท้ากลับมาลงซ้อมเต็มรูปแบบได้แล้ว

คริส สมอลลิ่ง ซึ่งพ้นโทษแบนและได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังของเกมชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน น่าจะต้องเป็นตัวสำรองต่อไปก่อน เพราะ เอริก ไบยี่ กำลังเข้าคู่เซนเตอร์กับ ดาลี่ย์ บลินด์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

เชื่อว่า มูรินโญ่ จะไม่เปลี่ยนทีมที่กำลังผลงานสุดยอดจากเกมชนะทีมนักบุญเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว นำทีมโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงฟอร์มร้อนแรงที่ยิงมา 3 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ และ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ค่าตัวแพงที่สุดในโลก จะลงคุมแดนกลางคู่กับ มารูยาน เฟลไลนี่


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา - อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริก ไบยี่, ดาลี่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์ - มารูยาน เฟลไลนี่, ปอล ป็อกบา - ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์ (กัปตันทีม), อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล - ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

 

5 ประเด็นน่ารู้ก่อนเกม

- หาก ฮัลล์ เอาชนะได้ในเกมนี้ จะทำให้พวกเขาเป็นทีมน้องใหม่ทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ชนะรวด 3 นัดแรกของพรีเมียร์ลีก ต่อจาก โบลตัน วันเดอเรอร์ส ในฤดูกาล 2001-02

ฮัลล์ ไม่เคยเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกได้มาก่อนเลย (เสมอ 1 แพ้ 7) แต่ว่าเกมที่เสมอกันนั้น คือการเจอกันครั้งล่าสุดที่ เคคอม สเตเดี้ยม ในเกมนัดปิดฤดูกาล 2014-15

- หาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงได้ในเกมนี้อีก เขาจะเป็นนักเตะคนที่ 8 ที่ยิงได้ตลอด 3 เกมแรกที่ลงประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีก

เวย์น รูนี่ย์ ยิงได้ถึง 7 ประตู จากการลงสนามพบกับ ฮัลล์ 5 ครั้งหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

โชเซ่ มูรินโญ่ มีสถิติพาทีมชนะ ฮัลล์ ได้แบบ 100% (4 นัด) สมัยคุมเชลซี

 

เว็บดังฟันธง

bwin : ฮัลล์แพ้ 0-1 หรือ 0-2

Ladbrokes : ฮัลล์แพ้ 0-1 หรือ 0-2

William Hill : ฮัลล์แพ้ 0-1

Coral : ฮัลล์แพ้ 0-1

Skybet : ฮัลล์แพ้ 0-1

sbobet : ฮัลล์แพ้ 0-1

 

ทรรศนะจากกูรูต่างประเทศ

พอล เมอร์สัน (อดีตปีกอาร์เซน่อล ปัจจุบันเป็นกูรูของ Sky Sports)


"ผมฟันธงว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะ ฮัลล์ทำผลงานได้สุดยอดก็จริง จากการชนะรวด 2 นัดแรก ซึ่งพวกเขาน่าจะได้จุดโทษซึ่งผู้ตัดสินไม่ยอมเป่าให้ในเกมกับ สวอนซี แต่ก็ยังสามารถบุกคว้า 3 แต้มได้อีก

แต่เกมนี้จะเป็นการพบกันระหว่างทีมที่เปิดเกมบุก กับทีมที่ต้องเน้นตั้งรับ ฮัลล์ จะถอยลงไปรับให้หนาแน่น และมันก็อยู่ที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสามารถหาทางเจาะได้หรือเปล่าเท่านั้น

ซึ่งผมคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคุณภาพมากพอที่จะชนะได้"

 

เมอร์สัน ฟันธง : ฮัลล์แพ้ 0-2

 

มาร์ค ลอว์เรนสัน (อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ปัจจุบันเป็นกูรูของ BBC) 


"ผมขอซูฮก ฮัลล์ กับผลงานการออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยการเก็บ 6 คะแนนเต็ม รวมถึงวิธีการเล่นของพวกเขาด้วย

แต่เกมนี้จะเป็นเกมที่ยากที่สุดสำหรับพวกเขา นี่คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดที่สามารถทำประตูได้จากทุกระยะของสนาม แถมพวกเขาเริ่มที่จะมีแนวรับที่โดดเด่นมากๆ แล้วด้วยเช่นกัน"

 

ลอว์เรนสัน ฟันธง : ฮัลล์แพ้ 0-2

 

บทวิเคราะห์จาก Balltoro



นี่คือการเจอกันระหว่าง 2 ทีมที่ผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล โดย ฮัลล์ กำลังได้ใจจากการมี 6 คะแนนเต็ม และกลับไปเล่นในบ้าน จึงไม่น่าจะเอาแต่อุดประตูอย่างเดียว พวกเขาน่าจะเปิดเกมรุกกดดันทีมเยือน เพื่อหวังเอาประตู เหมือนกับเกมนัดแรกที่เปิดบ้านชนะแชมป์เก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ 2-1

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ มีขุมกำลังที่เหนือกว่ามหาศาล แถม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็กำลังท็อปฟอร์ม แม้เจ้าถิ่นจะผลงานกำลังดี แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานทีมปีศาจแดง ที่เล่นแบบ "เน้นชนะทุกนัด" ในเวลานี้ได้แน่

 

ฟันธง : ฮัลล์ แพ้ 0-2

 

__________________

ลาซิโอ พบ ยูเวนตุส (กัลโช่ เซเรีย อา, 23.00 น.)

ถ่ายทอดสด : beIN Sports 4

สนาม : สตาดิโอ โอลิมปิโก้

 

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด (รวมเกมอุ่นเครื่อง)

ลาซิโอ (อันดับ 4)

ชนะ ปาโดว่า 2-1 (ที่เอารอนโซ่ ดิ คาโดเร่, อิตาลี) อุ่นเครื่อง

เสมอ สปาล 1-1 (ชนะจุดโทษ 4-3) (ที่เอารอนโซ่ ดิ คาโดเร่, อิตาลี) อุ่นเครื่อง

ชนะ ไบรท์ตัน 1-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

เสมอ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 0-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

ชนะ อตาลันต้า 4-3 (เยือน) กัลโช่ เซเรีย อา

 

ยูเวนตุส (อันดับ 6)

ชนะ เซาธ์ ไชน่า 2-1 (ที่ฮ่องกง) อุ่นเครื่อง

ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 (เยือน) อุ่นเครื่อง

เสมอ เอสปันญ่อล 2-2 (ที่โมดน่า, อิตาลี) อุ่นเครื่อง

ชนะ ยูเวนตุส พรีมาเวร่า 2-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

ชนะ ฟิออเรนติน่า 2-1 (เหย้า) กัลโช่ เซเรีย อา

 

สถิติที่เคยพบกัน (รวมทุกรายการ)


 

ลาซิโอ ชนะ 39 ครั้ง

เสมอกัน 39 ครั้ง

ยูเวนตุส ชนะ 83 ครั้ง

 

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

ยูเวนตุส 2-1 ลาซิโอ (เสมอกันใน 90 นาที 1-1) : โคปปา อิตาเลีย รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2014-15

ยูเวนตุส 2-0 ลาซิโอ : อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 2015 (แข่งที่เซี่ยงไฮ้, จีน)

ลาซิโอ 0-2 ยูเวนตุส : เซเรีย อา ฤดูกาล 2015-16

ลาซิโอ 0-1 ยูเวนตุส : โคปปา อิตาเลีย รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฤดูกาล 2015-2016

ยูเวนตุส 3-0 ลาซิโอ : เซเรีย อา ฤดูกาล 2015-2016

 

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ลาซิโอ



ซิโมเน่ อินซากี้
 ได้ตัว เฟลิเป้ อันแดร์สัน ปีกตัวเก่งที่ไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกกับทีมชาติบราซิลเมื่อสัปดาห์ก่อน กลับคืนสู่ทีมแล้วในเกมนี้ รวมถึง บาสโตส กองหลังตัวใหม่ทีมชาติแองโกลา ก็มีชื่ออยู่ในทีมชุดเตรียมรับมือ ยูเวนตุส คืนนี้ด้วย หลังจากสัปดาห์ก่อนไม่ได้เดินทางไปกับทีมชุดที่บุกชนะ อตาลันต้า 4-3

ข่าวดีเพิ่มเติมก็คือ เซนาด ลูลิช ปีกทีมชาติบอสเนียฯ และ สเตฟาน ราดู กองหลังทีมชาติโรมาเนีย ที่ไม่มีชื่อในเกมแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามเกมนี้ด้วย

นักเตะที่ยังไม่มีชื่อคือ เกอิต้า บัลเด้ ดิเยา ศูนย์หน้าชาวเซเนกัลที่ยังต้องฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ราเวล มอร์ริสัน กองกลางชาวอังกฤษ และ เอทริต เบริช่า นายประตูทีมชาติแอลเบเนีย ที่เตรียมย้ายทีม

การจัดทัพ คาดว่า เฟลิเป้ อันแดร์สัน, เซนาด ลูลิช และ สเตฟาน ราดู น่าจะถูกส่งลงเป็นตัวจริงทันที นอกนั้นยังเป็นตัวหลักจากชุดที่บุกชนะอตาลันต้า ในระบบ 4-3-3 โดยวาง ชิโร่ อิมโมบิเล่ เป็นกองหน้าตัวเป้า และมี ลูคัส บีเกลีย คุมเกมตรงกลางสนาม

 

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-3-3) : เฟเดริโก้ มาร์เค็ตติ - ดูซาน บาสต้า, สเตฟาน เดอ ฟราย, สเตฟาน ราดู, จอร์แดน ลูกากู - มาร์โก ปาโรโล่, ลูคัส บีเกลีย (กัปตันทีม), เซนาด ลูลิช - เฟลิเป้ อันแดร์สัน, ชิโร่ อิมโมบิเล่, ริคาร์โด้ คิชน่า

 

ยูเวนตุส



มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ประกาศรายชื่อผู้เล่น 20 คนชุดบินไปกรุงโรมออกมาแล้ว โดยไม่มีชื่อของ ซิโมเน่ ซาซ่า กองหน้าตัวสำรองที่เตรียมย้ายไปอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด รวมถึง เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, สเตฟาโน่ สตูราโร่ และ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ที่มีอาการบาดเจ็บ

อัลเลกรี ยืนยันแล้วว่านักเตะที่จะได้ทำหน้าที่แทน โบนุชชี่ จะเป็นคนใดคนหนึ่งระหว่าง เมห์ดี้ เบนาเตีย หรือ ดานิเอเล่ รูกานี่ และคอนเฟิร์มด้วยว่าจะเล่นโดยใช้ระบบกองหลัง 3 คน

แนวรุกมีโอกาสที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน หัวหอกค่าตัวแพงอันดับ 4 ของโลก (94 ล้านยูโร) จะได้ลงเป็นตัวจริง หลังจากลงเป็นตัวสำรองแล้วซัดประตูชัยให้ทีมได้ในเกมเฉือน ฟิออเรนติน่า 2-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วน มิราเล็ม ปานิช ก็มีโอกาสสอดแทรกลงสนามเช่นกัน หลังจากไม่ได้ลงเล่นในเกมที่แล้ว


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (3-5-2) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน (กัปตันทีม) - อันเดรีย บาร์ซายี่, เมห์ดี้ เบนาเตีย, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ - ดาเนียล อัลเวส, มิราเล็ม ปานิช, ซามี่ เคดิร่า, ควัดโว่ อซาโมอาห์, อเล็กซ์ ซานโดร - กอนซาโล่ อิกวาอิน, เปาโล ดีบาล่า

 

5 ประเด็นน่ารู้ก่อนเกม

ลาซิโอ ไม่ชนะ ยูเวนตุส มา 11 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ (เสมอ 1 แพ้ 10) โดย 1 ในเกมที่แพ้ คือการพ่ายในช่วงต่อเวลาพิเศษ ของนัดชิงชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย ฤดูกาล 2014-15

ลาซิโอ ไม่ชนะ ยูเวนตุส ในเกมเซเรีย อา ที่ สตาดิโอ โอลิมปิโก้ มาแล้วถึง 11 นัดติดต่อกัน (เสมอ 3 แพ้ 8) หนสุดท้ายที่ชนะได้ต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 2003-04 ที่ชนะ 2-0

- มีนักเตะ 3 คนของทีมชุดนี้ที่เคยเล่นให้ทั้ง 2 ฝั่ง ประกอบด้วย ชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าของลาซิโอ และ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ กับ แอร์นาเนส ของทางฝั่งยูเวนตุส

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี สามารถคุม ยูเวนตุส เอาชนะ ลาซิโอ ได้แบบ 100% (7 นัด) ทั้งที่ก่อนหน้านั้น สมัยที่คุม กายารี่ และ เอซี มิลาน เขาไม่เคยพาทีมชนะทีมอินทรีฟ้า-ขาวได้เลย (เสมอ 4 แพ้ 4)

กอนซาโล่ อิกวาอิน สามารถยิงประตู ลาซิโอ ได้ทุกนัดที่ลงเจอกันใน เซเรีย อา สมัยที่เล่นให้ นาโปลี (11 ประตู จาก 6 นัด)

- ฤดูกาลที่แล้ว ฟิออเรนติน่า คือทีมที่ได้ประตูจากนักเตะชาวอิตาเลียนน้อยที่สุด (เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ยิงได้แค่คนเดียวคือ 2 ประตู)

 

เว็บดังฟันธง

bwin : ลาซิโอ แพ้ 0-1

Ladbrokes : ลาซิโอ แพ้ 0-1

William Hill : ลาซิโอ แพ้ 0-1

Coral : ลาซิโอ แพ้ 0-1

Skybet : ลาซิโอ แพ้ 0-1

sbobet : ลาซิโอ แพ้ 0-1

 

ทรรศนะจากกูรูต่างประเทศ

เจมส์ ฮอร์นคาสเซิ่ล (คอลัมนิสต์จาก ESPN และเป็นพิธีกรรายการฟุตบอลยุโรปของช่อง BT Sport)


"ลาซิโอ ทำได้ดีเกินคาดเมื่อบุกชนะ อตาลันต้า 4-3 ได้ในเกมนัดเปิดฤดูกาล เพราะพวกเขาถูกโจมตีอย่างหนักเกี่ยวกับเป้าหมายของทีม หลังจากนิ่งเฉยทั้งที่ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ลาออกไป แถม มิโรสลาฟ โคลเซ่ ก็อำลาทีม และยังขาย อันโตนิโอ คันเดรว่า ไปให้ อินเตอร์ ในช่วงปรีซีซั่นอีก

แต่พวกเขาเป็นฝ่ายออกนำ อตาลันต้า ห่างถึง 3-0 นะ เกมนัดนี้ เฟเดริโก้ มาร์เค็ตติ นายประตูของลาซิโอไม่สามารถก่อความผิดพลาดแบบเดียวกันได้อีก

เพราะ กอนซาโล่ อิกวาอิน เคยยิงพวกเขาได้ถึง 12 ประตูรวมทุกรายการจาก 8 นัด ซึ่งการลงสนามเจอกับ ลาซิโอ คือหนึ่งในสิ่งที่เขาชอบมากกว่าพักผ่อนช่วงซัมเมอร์ซะอีก"



ฮอร์นคาสเซิ่ล ฟันธง : ลาซิโอแพ้คาบ้าน

 

 

มิแชล บงซู (คอลัมนิสต์หญิงอิสระจากเว็บไซต์ Leaguelane.com)

"ลาซิโอ ดูมีอนาคตในเกมกับ อตาลันต้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 45 นาทีแรก แต่การเล่นแบบรอให้หมดเวลาในครึ่งหลัง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาอยู่ในช่วงต้องปรับปรุง

ในขณะเดียวกัน ยูเวนตุส ได้ความมั่นใจอย่างมากจากเกมชนะ ฟิออเรนติน่า ซึ่งเกมนั้นพวกเขายังได้แสดงให้เห็นถึงการมีขุมกำลังสำรอง ที่สามารถลงมาสร้างความแตกต่างได้

ลาซิโอ จะทุ่มเทและต่อสู้อย่างเต็มที่แน่ แต่ว่า ยูเวนตุส แข็งแกร่งเกินกว่าจะรับมือไหว และน่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็มกลับออกจากเมืองหลวงไปได้
"

 

ดอนเนลลี่ ฟันธง : ลาซิโอ แพ้ 1-2

 

บทวิเคราะห์จาก Balltoro


 

ต่างฝ่ายต่างชนะในเกมนัดเปิดฤดูกาลมาทั้งคู่ โดย ลาซิโอ ดูจะท็อปฟอร์มกว่านิดๆ เพียงแต่เสียประตูง่าย แล้วแผ่วปลายในเกมบุกชนะ อตาลันต้า 4-3 ทั้งที่ตอนแรกนำห่างถึง 3-0

แต่ทางด้าน ยูเวนตุส ต้องออกแรงเหนื่อยหนักกว่าจะบดชนะ ฟิออเรนติน่า ได้ 2-1 จากการซัดจ่อๆ ของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่ลงเป็นตัวสำรอง

แม้ว่า อิกวาอิน จะมีสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมในการพบทีมอินทรีฟ้าขาว แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในสภาพท็อปฟอร์ม และยังรีดหุ่นให้กลับมาเฟิร์มเหมือนฤดูกาลที่แล้วไม่ได้ ซึ่งถ้าหาก ลาซิโอ สามารถปรับปรุงเกมรับจากการที่ สเตฟาน ราดู กลับมาลงสนามนัดนี้ได้ พวกเขาก็น่าจะแพ้ยาก

หากแนวรุกที่นำโดย ชิโร่ อิมโมบิเล่ รวมถึง เฟลิเป้ อันแดร์สัน ที่น่าจะได้ลงเล่นคืนนี้เล่นกันได้ดี และจบสกอร์คมๆ ถือว่าเจ้าบ้านมีสิทธิ์พลิกเก็บแต้มได้เลย

ฟันธง : เสมอ 1-1

 

_____________________

Balltoro ตัวจริงด้านสถิติฟุตบอล ไม่ใช่แค่รู้แต่ต้องลึก จับประเด็นสำคัญ จับแทคติกการเล่น ให้คุณสนุกกับการดูบอลมากกว่าที่เคยเป็น ติดตามความเคลื่อนไหวทั้ง ข่าวบอลไทย ข่าวพรีเมียร์ลีก ลา ลีกา และลีกดังมากมาย