สื่อนอกมองไทย : คอลัมนิสต์จาก Fox Sports Asia ตีแผ่บทสรุป 5 ข้อ จากเกมไทยพ่ายจีน

4 weeks ago
1,663 reads • 1,525 shares
สื่อนอกมองไทย : คอลัมนิสต์จาก Fox Sports Asia ตีแผ่บทสรุป 5 ข้อ จากเกมไทยพ่ายจีน
โดย:

เคลวิน เลิง คอลัมนิสต์ชาวสิงคโปร์ เขียนสรุปเกมที่ไทยแพ้จีน 1-2 ตกรอบ เอเชียน คัพ ลงเว็บไซต์ Fox Sports Asia

ต้องบอกว่าครึ่งแรกกับครึ่งหลังของเกม เอเชียน คัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ ทีมชาติไทย แพ้ ทีมชาติจีน 1-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา อย่างกับหนังคนละม้วนเลยทีเดียว

ทีมช้างศึกเหมือนอยู่บนสวรรค์ชั้น 7 หลังจากขึ้นนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก ทว่าครึ่งหลัง จีน แก้เกมกลับมาใหม่ แซงชนะไป 2-1 และทำให้ทีมแดนมังกร ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแทน

ศุภชัย ใจเด็ด ทำประตูให้ ทีมชาติไทย นำก่อนในนาที 31 ก่อนที่ เสี่ยว จื้อ กองหน้าตัวสำรองจะตีเสมอเป็น 1-1 ให้ จีน ส่วนประตูชัยได้จาก เกา หลิน ที่ซัดจุดโทษเข้าไปไม่พลาดในนาที 71

เคลวิน เลิง คอลัมนิสต์ชาวสิงคโปร์จาก Fox Sports Asia สื่อเจ้าดังระดับทวีป ได้เขียนสรุปเกมนัดนี้ออกมา 5 ประเด็นใหญ่ๆ ด้วยกัน...

 

1. "ลิปปี้" แก้เกมยอดเยี่ยม



ทีมชาติจีน 
ภายใต้การคุมทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ กุนซือผู้เคยพาทีมชาติอิตาลีครองแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 เล่นไม่ดีนักในครึ่งแรก แต่ว่า ลิปปี้ ยังคงยึด 11 นักเตะชุดเดิมลงเล่นต่อไปในช่วงเริ่มครึ่งหลัง

ก่อนที่ครึ่งหลังผ่านไป 19 นาที ลิปปี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวทีเดียว 2 คน โดยส่งตัวรุกอย่าง เสี่ยว จื้อ และ จิน จิ้งเต้า ลงไปแทนนักเตะที่เล่นไม่ออกทั้ง หยู ต้าเป่า (กองหน้า) และ หลิว หยาง (แบ็กซ้าย)

หลังจาก 2 ตัวสำรองลงสนามไปแค่ไม่ถึง 3 นาที จีน ก็กลับสู่เกมด้วยการตีเสมอ ก่อนจะแซงนำได้ในนาที 71

ลิปปี้ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอยู่แล้ว ว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุด และในเกมนี้ แท็กติกของกุนซือชาวอิตาเลียนก็จัดการลบเสียงครหาจากแฟนบอล พร้อมกับคว้าชัยชนะด้วยการตัดสินใจอันชาญฉลาดได้สำเร็จ

 

2. ไทยออกสตาร์ทเกมแย่

ปัญหาที่ เคลวิน เลิง มองว่าใหญ่ที่สุดของ ทีมชาติไทย ในทัวร์นาเมนต์นี้คือการออกสตาร์ทเกมที่ย่ำแย่ โดยในนัดเปิดสนามกลุ่ม A ที่แพ้ อินเดีย 1-4 ทีมช้างศึกตั้งเกมไม่ได้เลยในช่วง 15 นาทีแรก และทำให้คู่แข่งเล่นอย่างมั่นใจ

ในเกมที่พบกับ ยูเออี ยิ่งแล้วใหญ่ ไทยเล่นแย่มากๆ ในช่วงต้นเกม และปล่อยให้ อาลี มับคูต ยิงนำตั้งแต่นาทีที่ 7 แต่ยังดีที่ยังฮึดสู้ตามตีเสมอได้ 1-1

ขณะที่เกมเมื่อคืนนี้ ทีมชาติจีน ดูจะคึกคักสุดๆ ในช่วงออกสตาร์ท และ ทีมชาติไทย ก็ปล่อยให้คู่แข่งครองเกมได้ก่อนอีกครั้ง ซึ่งการโดนใบเหลืองอย่างรวดเร็วของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ตั้งแต่นาทีที่ 8 ยิ่งทำให้ช่วงต้นเกม เราลำบากมากขึ้นไปอีก

ถ้าหาก ทีมชาติไทย ต้องการยกระดับขึ้นมาต่อกรกับยักษ์ใหญ่ของทวีปได้อย่างจริงจัง จำเป็นต้องเรียนรู้การเล่นแบบครองเกมได้ก่อน แทนที่จะหวังพลิกเกมทีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่ทีมช้างศึกถูกมองว่าเป็นรอง

 

3. จีนต้องหาตัวแทน "เจิ้ง จื่อ" ได้แล้ว


จีน คือประเทศที่ใหญ่และมีประชากรจำนวนมหาศาล พวกเขาควรจะมีกองกลางดีๆ ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติได้ไม่ยาก

ทว่าเราได้เห็นชัดเจนแล้ว ว่าลีกสูงสุดแดนมังกรอย่าง ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ไม่ได้พัฒนานักเตะหน้าใหม่ๆ ขึ้นมาเท่าที่ควร โดยกองกลางวัย 38 ปีอย่าง เจิ้ง จื่อ ยังคงต้องรับบทหนัก และยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมคุมเกมตรงกลางสนาม

เจิ้ง จื่อ อาจจะเคยค้าแข้งกับ ชาร์ลตัน แอธเลติก ในอังกฤษ รวมถึงยักษ์ใหญ่ในสกอตแลนด์อย่าง กลาสโกว์ เซลติก แต่นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษก่อน

แน่นอนว่า กัปตันทีมมังกรคือหัวใจของทีมในผลงานสุดยอดแซงชนะ ไทย ในครึ่งหลัง แต่ เคลวิน เลิง ชี้ว่า ไม่ว่ายังไง ทีมชาติจีน ก็ต้องการผู้นำคนใหม่มาทำหน้าที่แทนเขาให้ได้ นั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้คนแก่ไม่ต้องเป็น "เดอะ แบก" ของชาติอีกต่อไป

 

4. "เจ้าอาร์ม" ต้องคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้


ศุภชัย ใจเด็ด ได้โอกาสลงตัวจริงจากการที่ อดิศักดิ์ ไกรษร มีอาการบาดเจ็บ แต่ดาวเตะวัย 20 ปีกลับทำผลงานมหัศจรรย์ออกมาให้เห็น

ดาวรุ่งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จับบอลที่มาจากลูกยิงแป้กของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้ดี และทำให้เขามีพื้นที่มากพอที่จะกลับตัวซัดผ่านมือ เหยียน จุ้นหลิง อันเป็นประตูนำที่สร้างความตกตะลึงให้กับทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้

ผลงานของเขาในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนต้องยอมรับ แต่หากลองไปดูข้อมูลจริงๆ ศุภชัย เพิ่งจะติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคมนี้เอง

จุดเดียวที่ต้องตำหนิ "เจ้าอาร์ม" ในเกมนี้ คือความใจร้อนจากจังหวะไปเล่นนอกเกมใส่นักเตะจีนจนโดนใบเหลืองในครึ่งแรก ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้เขาต้องโดนเปลี่ยนออกเร็วเกินไปก็ได้

ถ้าหากศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 คือทัวร์นาเมนต์แจ้งเกิดของ ศุภชัย ใจเด็ด ก็ต้องบอกเลยว่า ศึก เอเชียน คัพ 2019 อาจทำให้เขาได้รับความสนใจจากสโมสรในเจลีก เหมือนอย่างที่รุ่นพี่ของเขาหลายๆ คนได้ไปค้าแข้งที่แดนปลาดิบก่อนแล้ว

 

5. ชี้ไทยน่าจะล้มเหลวอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนเริ่มรายการ

มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลของไทย เมื่อ มิโลวาน ราเยวัช สูญเสียศรัทธาจากลูกทีมในห้องแต่งตัว ตั้งแต่ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ

บรรดานักเตะดาวดังของทีมช้างศึก ไม่อยู่ในทีมของ ราเยวัช ในศึกชิงเจ้าอาเซียน และทำให้ ทีมชาติไทย ต้องลงทำศึก เอเชียน คัพ ด้วยอารมณ์ผิดหวังจากผลงานย่ำแย่ใน ซูซูกิ คัพ

แม้จะได้ตัว ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาจากญี่ปุ่น แต่บรรยากาศในทีมก็ดูจะไม่ค่อยมีความสุขกันนัก

ราเยวัช ต้องโดนปลดกลางอากาศจากความพ่ายแพ้ต่อ อินเดีย แบบย่อยยับในนัดเปิดสนาม แต่หลังจากนั้น ทีมชาติไทย กลับมารวมใจกันได้อีกครั้งจนผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เคลวิน เลิง มองว่าด้วยการเตรียมตัวที่ไม่พร้อมนัก บรรยากาศในทีมที่ไม่มั่นคงในช่วงก่อนแข่ง ไทย น่าจะล้มเหลวตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์เสียอีก


อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทย ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือหนึ่งในทีมระดับท็อปของอาเซียน และหากยังเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตก็จะมีโอกาสสร้างปาฏิหาริย์ใน เอเชียน คัพ ได้อย่างแน่นอน