Fact หลังเกม : 5 เรื่องชี้ชัดทำไม บุรีรัมย์ บุกมาอัด ท่าเรือ 3-1

11 months ago
5,276 reads • 1,137 shares
Fact หลังเกม : 5 เรื่องชี้ชัดทำไม บุรีรัมย์ บุกมาอัด ท่าเรือ 3-1
โดย:

5 ปัจจัยชี้ชัดทำไม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกอัด การท่าเรือ เอฟซี 3-1 ในช้าง เอฟเอ คัพ 2018

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคู่บิ๊กแมตช์ของ ช้าง เอฟเอ คัพ 2018 รอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งก็เป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่บุกมาถล่ม การท่าเรือ เอฟซี ถึงถิ่นแพท สเตเดี้ยม 3-1

ยิ่งหากใครได้ดูเกมคงจะสงสัยกันไปใหญ่ว่าทำไมจบครึ่งแรกสกอร์ถึงได้ขาดขนาดนั้น และนี่คือ 5 ปัจจัยหลักที่ทำให้ สิงห์เจ้าท่า พ่ายคารังร่วงบอลถ้วยในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา!!

 

เจ้าท่าเสียสมาธิ

ช่วงต้นเกมเห็นได้ชัดเลยว่าเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ครองเกมได้มากกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแดนกลางที่คุมเกมไว้ได้หมด

ก่อนที่จะได้จังหวะกดดันจากลูกเตะมุมของ กรกช วิริยอุดมศิริ ที่บอลโค้งโดนมือ รัตนัย ส่องแสงจันทร์ ปัดไปชนคานอย่างเฉียดฉิว

ก่อนที่จังหวะเตะมุมต่อเนื่องจะเป็น พรรษา เหมวิบูลย์ ที่โขกให้ทีมเยือนออกนำไปก่อนตั้งแต่นาที 16

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่จังหวะเขี่ยลูกเริ่มเกมใหม่เมื่อ คิม ซุง-ฮวาน จ่ายบอลพลาดโดนฉกไปทำให้ ศุภชัย ใจเด็ด ซัดประตูที่สองติดๆ ให้ ทัพปราสาทสายฟ้า อย่างง่ายดาย

ผ่านไปอีกไม่นานอาการยิงหนักไปกันใหญ่เมื่อ ดาบิด โรเชล่า สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง ส่ง เซราะกราว ทิ้งไปไกล 3-0 ภายในเวลายังไม่ถึง 40 นาทีเลยด้วยซ้ำ

และแน่นอนว่าการตามทีมที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของไทยถึงสามประตู เป็นเรื่องยากเหลือเกินทีจะคัมแบ็กมาได้ แม้ท้ายที่สุด การท่าเรือ จะได้ประตูปลอบใจมาก็ตาม

 

ขาดซัวเรซเหมือนขาดใจ

การท่าเรือ เอฟซี ที่เกมนี้ถือว่าขนชุดใหญ่มาลงแบบเต็มสูบโดยเฉพาะดาวยิงตัวเก่งอย่าง เซร์คิโอ ​ซัวเรซ ที่ปีนี้ยิงรวมทุกรายการไปแล้ว 16 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์

แต่แล้วในช่วงครึ่งแรก มิดฟิลด์ชาวสเปน ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนจนดูจะไม่สามารถเล่นได้อย่างเต็มที่นัก จนท้ายที่สุดก็ถูก เซอร์เด็จ เปลี่ยนตัวออกทันทีที่เริ่มครึ่งหลัง

และการขาด ซัวเรซ ไปเมื่อคืนนี้สิ่งที่หายไปเลยคือการลากเลื้อยกินตัว, จ่ายบอลทะลุช่อง หรือแม้กระทั่งการหาจังหวะจบสกอร์ที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ

แม้การส่ง อาทิตย์ บุตรจินดา ลงมาแทนจะทำให้เกมดูดีขึ้น แถมมีส่วนสำคัญช่วยทีมตีไข่แตก และสร้างโอกาสให้ทีมได้บ่อยครั้ง

แต่ต้องยอมรับเลยว่าตอนนี้ การท่าเรือ ขาด เซร์คิโอ ซัวเรซ ไม่ได้เลยจริงๆ

  

ออสวัลโด้ท็อปฟอร์ม

ออสวัลโด้ ที่แม้จะยังไม่มีสกอร์แรกอย่างเป็นทางการให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สักที แต่เหมือนว่าเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับทีม และประสานงานกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

เกมเมื่อคืนถือว่า ดาวยิงบราซิเลี่ยนรายนี้โดดเด่นมากทีเดียว หลังทำคนเดียว 2 แอสซิสต์ และมีจังหวะลากเลื้อยให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

จนทำให้ ดิโอโก้ ไม่ใช่คนที่รับบทบาทหนักในเกมรุกอยู่คนเดียวเหมือนสมัยก่อนแล้ว นอกจากนี้ความขยันของ ออสวัลโด้ ก็ยังมีประโยชน์กับเกมรับของทีมด้วย

จากผลงานโดยรวมก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว แต่หากเขาอยากจะสร้างชื่อแบบเต็มรูปแบบก็ขาดเพียงประตูแรกในสีเสื้อทัพปราสายสายฟ้าเท่านั้นเอง

 

ท่าเรือขาดความคม!!

ช่วง 45 นาทีหลังของเกมเมื่อคืนนี้ การท่าเรือ มีโอกาสซัดแบบจะแจ้งไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งด้วยกัน

แต่ก็กลายเป็นว่าพวกเขาส่งบอลเข้าก้นตาข่ายได้เพียงประตูเดียวเท่านั้นจาก ปกรณ์ เปรมภักดิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คิม ซุง-ฮวาน ที่ได้ยิงหลายครั้งเหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้เลย

เช่นเดียวกับ อาทิตย์ บตรจินดา ที่ทำทุกอย่างได้ยอดเยี่ยมยิงอย่างสวยบอลกำลังจะเข้าอยู่แล้วแต่ก็เป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่ช่วยไว้ได้ ไม่เช่นนั้นหากลูกนี้เข้าสกอร์จะกลายเป็น 2-3 แล้วรับรองเดือดแน่ในช่วงเวลาที่เหลือ

และนี่ก็ไม่ใช่เกมแรกที่ การท่าเรือ ไม่คมแบบนี้อย่างช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีจังหวะปิดเกม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เพียบแต่เมื่อสุดท้ายทำไม่ได้ก็ต้องช้ำใจกันแบบนี้แหละ

 

ทีเด็ดเซราะกราว

จริงอยู่ที่เกมเมื่อวานนี้ บุรีรัมย์ ดูจะเหนือกว่าอยู่พอสมควรในช่วงแรก แต่ที่ต้องชื่นชมเลยคือเกมโต้กลับที่เด็ดขาดเหลือเกินทั้งลูกที่สอง และสาม ที่ทำเอาแฟนบอลท่าเรือเซ็งกันเป็นแถว

โดยเฉพาะจังหวะจบสกอร์เอาเข้าจริงทั้งสามประตูที่ทำได้ในช่วง 40 นาทีแรก มาจากการเข้าทำอย่างชัดเจนเพียงไม่ถึง 5 ครั้งเท่านั้น

ที่ต้องชื่นชมคือบรรดาต่างชาติของ ทัพปราสาทสายฟ้า นี่แหละที่แสดงให้เห็นมาหลายปีแล้วว่าพวกเขาเหนือกว่าหลายทีมทั้ง อันเดรส ตูเญซ และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต

แถมพวกดาวรุ่งอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ หรือแม้กระทั่ง รัตนากร ใหม่คามิ ก็กระดูกแข็งขึ้นพร้อมแล้วที่จะท้าชนทุกคนในไทยลีก

และในอนาคตหาก บุรีรัมย์ ยังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้บอกเลยบอลถ้วยเอเชียเราได้ลุ้นไกลกว่านี้แน่

 

ต้องยอมรับเลยว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เหมาะสมแล้วที่จะเป็นผู้ชนะในเกมเมื่อคืนนี้ แต่ก็ต้องชื่นชม การท่าเรือ เอฟซี ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาก็สู้จนสุดใจเหมือนกัน

แม้ในรอบรองชนะเลิศ ทัพปราสาทสายฟ้า จะดูเหนือกว่าทุกทีม แต่นี่คือ ช้าง เอฟเอ คัพ ที่มีโควตา เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ เป็นเดิมพันรับรองไม่มีใครยอมกันแน่!!