ครั้งแรกในรอบ 28 ปี!! อังกฤษฟอร์มดี ทุบไวกิ้ง 2-0 ผ่านเข้ารอบรอง

1 year ago
903 reads • 693 shares
ครั้งแรกในรอบ 28 ปี!! อังกฤษฟอร์มดี ทุบไวกิ้ง 2-0 ผ่านเข้ารอบรอง
โดย:

อังกฤษ เอาชนะ สวีเดน 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี

ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

สวีเดน 0-2 อังกฤษ

สนาม : ซามาร่า อารีน่า (ซามาร่า)

เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายคืนวันเสาร์ คู่แรก เป็นการเจอกันระหว่าง 2 ทีมจากยุโรป สวีเดน พบ อังกฤษ 

ยานเน่ อันเดอร์สสัน กุนซือทีมไวกิ้ง อดใช้งาน มิคาเอล ลุสติก แบ็กขวาตัวหลักที่ติดโทษแบน จึงต้องส่ง เอมิล คราฟธ์ ลงตัวจริงแทน นอกนั้นแนวรุกยังนำโดย เอมิล ฟอร์สเบิร์ก และคู่หัวหอกอย่าง มาร์คุส เบิร์ก กับ โอล่า ตอยโวเน่น

ทางด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมสิงโตคำราม ยังยึด 11 คนแรกจากนัดดวลจุดโทษชนะ โคลอมเบีย นำมาโดย แฮร์รี่ เคน ดาวยิงกัปตันทีม ซึ่งนำดาวซัลโวด้วยการซัดไปแล้ว 6 ประตู

นาทีที่ 12 สวีเดน ได้ลุ้นประตูจากจังหวะลองส่องไกลด้วยขวาของ วิคตอร์ แคลสสัน แต่บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาที 19 อังกฤษ น่าจะขึ้นนำบ้างเมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงบอลจากฝั่งขวามาหน้าเขตโทษ แล้วเสียการครองบอล แต่ยังเปิดโอกาสให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งเข้ายิงเน้นๆ บอลเรียดเฉี่ยวเสาออกหลังไปหวุดหวิด



นาที 30 อังกฤษ ขึ้นนำ 1-0 เมื่อมาได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย แอชลี่ย์ ยัง เปิดเข้าไปให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ สอดเข้าโหม่งตุงตาข่าย

นาที 45 อังกฤษ พลาดได้ประตูที่ 2 อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เบิ้ลบอลขึ้นหน้าให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดไปดวลเดี่ยวกับ โรบิน โอลเซ่น โดยไม่ล้ำหน้า แต่ สเตอร์ลิง กลับทำเสียของ 2 จังหวะเน้นๆ ไม่ว่าจะพยายามแตะหลบก็ไม่ผ่าน หรือแม้จะตามไปเก็บบอลได้ ก็ไม่ยอมจ่ายให้เพื่อนยิง แต่ดันซัดไปติดบล็อค อันเดรียส กรานควิสต์ ออกหลังซะอย่างนั้น



จบครึ่งแรก อังกฤษ จึงนำ สวีเดน อยู่แค่ 1-0

ครึ่งหลังเปิดฉากมาเพียง 2 นาที สวีเดน น่าจะตีเสมอได้ เมื่อ ลุดวิก ออกุสตินส์สัน บรรจงครอสจากซ้ายไปให้ มาร์คุส เบิร์ก เทกตัวโขกเหน่งๆ แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด พุ่งปัดทิ้งได้อย่างสุดยอด

นาที 59 อังกฤษ หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ คีแรน ทริปเปียร์ จ่ายบอลมาหน้าเขตโทษให้ เจสซี่ ลินการ์ด เบิ้ลต่อไปเสาไกลให้ เดเล่ อัลลี่ ขึ้นโหม่งแสกหน้า โรบิน โอลเซ่น เข้าไปอย่างเด็ดขาด



นาที 62 สวีเดน พลาดตีไข่แตกอย่างน่าเสียดาย เมื่อต่อบอลขึ้นมาได้สวย ก่อนที่จังหวะสุดท้าย มาร์คุส เบิร์ก แตะคืนหลังให้ วิคตอร์ แคลสสัน วิ่งเข้าแปเน้นๆ แต่ พิคฟอร์ด ยังพุ่งปัดไว้ได้อย่างสุดยอด

นาที 66 อังกฤษ น่าจะได้ประตูที่ 3 จากจังหวะชุลมุนกันในเขตโทษของสวีเดนหลังได้เตะมุม แล้ว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ วิ่งเข้าตะบันด้วยซ้าย แต่ซัดโดนใต้ลูก บอลเหินข้ามคานออกไป

นาที 71 สวีเดน พลาดได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ มาร์คุส เบิร์ก แตะหนี แม็คไกวร์ แล้วกลับตัวยิงด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลกำลังจะเสียบใต้คาน แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โดดปัดทิ้งได้อย่างเหลือเชื่อ

จากนั้น อังกฤษ ยังครองเกมได้เหนือกว่าจนหมดเวลา ก่อนคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1990 โดยจะไปพบกับผู้ชนะระหว่าง รัสเซีย กับ โครเอเชีย

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

สวีเดน (4-4-2) : โรบิน โอลเซ่น - เอมิล คราฟธ์ (พอนตุส ยานส์สัน น.85), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อันเดรียส กรานควิสต์ (กัปตันทีม), ลุดวิก ออกุสตินส์สัน - วิคตอร์ แคลสสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อัลบิน เอ็คดาล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก (มาร์ติน โอลส์สัน น.65) - มาร์คุส เบิร์ก, โอล่า ตอยโวเน่น (จอห์น กุยเด็ตติ น.65)

อังกฤษ (3-1-4-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เอริก ดายเออร์ น.85) - คีแรน ทริปเปียร์, เจสซี่ ลินการ์ด, เดเล่ อัลลี่ (ฟาเบียน เดลฟ์ น.77), แอชลี่ย์ ยัง - ราฮีม สเตอร์ลิง (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.90+1), แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม)

ผู้ตัดสิน : บียอร์น ไคเปอร์ส (เนเธอร์แลนด์)