Fact หลังเกม : 5 ปัจจัยสำคัญทำ ไทย ไร้ชัยเหนือ เวียดนาม

2 months ago
834 reads • 0 shares
Fact หลังเกม : 5 ปัจจัยสำคัญทำ ไทย ไร้ชัยเหนือ เวียดนาม
โดย:

5 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติไทย ทำได้เพียงเสมอ เวียดนาม 0-0 ในคัดบอลโลก 2022

จบลงไปแบบเสียดายกันทั้งประเทศเลยก็ว่าได้เมื่อ ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของ อากิระ นิชิโนะ ทำได้เพียง เปิดบ้านเสมอ เวียดนาม แบบไร้สกอร์ ในเกมนัดเปิดหัว ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับก่อนเลยว่า ทัพช้างศึก มีรูปแบบการเล่นที่ดีกว่าเดิม แต่จุดที่เป็นปัญหาใหญ่ตอนนี้คือตัวจบสกอร์นี่แหละ

และนี่คือ 5 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติไทย พลาดคว้าชัยอย่างน่าเสียดาย!!

 

แนวรับยังไม่นิ่งพอ

อากิระ นิชิโนะ เลือกใช้ พรรษา เหมวิบูลย์ กับ มานูเอล ทอม เบียห์ร ลงเป็นคู่เซนเตอร์ในเกมเมื่อคืน แน่นอนด้วยฟอร์มอะไรที่ผ่านมาค่อนข้างโดนใจที่เลือกสองคนนี้ลงตัวจริง

แต่กลายเป็นว่าพวกเขามีจุดผิดพลาดเยอะเหลือเกิน โดยเฉพาะจังหวะแรกของเกมที่ เวียดนาม วางบอลยาวจากหลังขึ้นหน้า แล้ว พรรษา ดันปล่อยบอลตกพื้นก่อน ทำให้โดน เหงียน วัน ตวน ใช้ความเร็วฉกบอลไปยิงหลุดเสาสองนิดเดียว

เช่นเดีนวกับ มานูเอล ทอม ที่ดูจะใช้เวลากับลูกบอลมากเกินไปทั้งหลายจังหวะ ยึกยัก ไม่ยอมเคลียร์บอลทิ้งสักที

นอกจากนั้น ทริสตอง โด ก็ดูจะยังไม่กลับสู่ฟอร์มเดิมเหมือนกันเขามีความแกร่งก็จริง แต่จังหวะการเล่นยังดูแปลกๆ อยู่ แถมเตะบอลทิ้งไปแบบไม่ได้ลุ้นหลายลูกเลย

สุดท้ายเมื่อคู่เซนเตอร์โดนโจมตีอย่างหนักทำให้ ธีราทร บุญมาทัน กับ ทริสตอง โด จึงมีความห่วงเกมรับมากเกินจนไม่สามารถขึ้นไปเตอมเกมรุกได้แบบเต็มรูปแบบเลย

 

เช็คเด็ดจริง แต่ต้องมีตัวช่วย!!

หากจะหานักเตะที่ผลงานยอดเยี่ยมที่สุดเมื่อวานนี้แน่นอนชื่อของ สุภโชค สารชาติ ต้องมาเป็นคนแรกที่แฟนบอลนึกถึงอยู่แล้ว แม้จังหวะสุดท้าย “เช็ค” จะถูกพูดถึงมากเหลือเกินว่าทำไมไม่ส่ง แต่ก็ต้องเข้าใจเขาด้วยว่า จังหวะนั้นด้วยสัญชาตญาณกองหน้ายังไงก็ต้องยิงก่อนอยู่แล้ว

หากไม่นับจังหวะนี้ สุภโชค มีจังหวะลากเลื้อยเผากองหลังเวียดนาม ตลอดทั้งเกม แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าระบบเมื่อคืนไม่มีกองหน้าธรรมชาติ ทำให้เมื่อเข้าไปถึงเขตอันตรายดันไม่มีตัวจบสกอร์แบบชั้นดีอรอยู่หน้าประตูเลยสักคน

ถ้าจะใช้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แบบเดิมก็ดูจะไม่เวิร์คเพราะจังหวะสุดท้ายก็ยังไม่เด็ดขาดเหมือนกองหน้าอาชีพจริงๆ

ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ ศุภชัย ใจเด็ด อาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อมีหน้าธรรมชาติค้ำไว้จริงๆ เพื่อช่วย สุภโชค ทำเกมรุกอีกคน

 

น่าส่งตัวจี๊ดลงสนาม

อย่างที่เราเห็นกันว่า สุภโชค สารชาติ มีจังหวะลากเลื้อย และสร้างโอกาสให้ ทีมชาติไทย ได้เกือบตลอด เรียกได้ว่าผ่านเกือบตลอดเลยก็ว่าได้

แต่การเปลี่ยนตัวของ นิชิโนะ ดันเสียไปกับมิดฟิลด์ที่บาดเจ็บถึง 2 คนทำให้ตัวจี๊ดที่มีอยู่ในทีมอย่าง บดินทร์ ผาลา, เอกนิษฐ์ ปัญญา, ศศลักษณ์ ไหประโคน หมดสิทธิ์ลงสนามไปโดยปริยาย

คิดดูเล่นๆ ถ้าเราเปลี่ยนแบบวัดกันไปเลยเมื่อ สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หรือ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ถูกถอดออกแล้วเลือกใส่ บดินทร์ หรือ เอกนิษฐ์ ลงไปเล่นแทน บางทีเกมรุกเราอาจมีมิติมากกว่าเดิมก็ได้

บางทีนัดต่อไป ทีมชาติไทย อาจลองใส่ตัวจี๊ดๆ ลงสนามบ้างก็ได้ เพราะต้องยอมรับว่าการเล่นเกลางแบบนี้เราแน่นก็จริง แต่จังหวะทำเกมรุกดูจะตื้อๆ ไปเหมือนกันเมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ โดนประกบติดๆ

 

นิชิโนะต้องการเวลา

จริงอยู่ที่เราทำได้เพียงเสมอ เวียดนาม จริงอยู่ที่เราเลือกใช้แผนที่ไม่มีกองหน้าตัวเป้าจนเกิดปัญหาในเกมรุก แต่อย่างที่เราทราบกัน อากิระ นิชิโนะ ได้บอกแล้วว่าที่ใช้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เป็นกองหน้าเพื่อไล่เพรสซิ่งแดนบนของ เวียดนาม ซึ่งก็ดูได้ผลนะจากการที่ เวียดนาม ไม่ได้ต่อบอลตามถนัดเลย (เปอร์เซ็นต์ครองบอล ไทย มากกว่า)

และที่ชัดเจนเลยคือรูปแบบการเล่น ไทยชุดนี้ ดูดีกว่าศึกคิงส์คัพ 2019 นัดที่แพ้ เวียดนาม 0-1 มาพอสมควรเลย

แม้ยังมีจุดบกพร่องอะไรหลายอย่าง แต่ต้องไม่ลืมว่า นิชิโนะ เพิ่งจะเข้ามารวมทีมกับนักเตะได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์เลยด้วยซ้ำ ต่างจาก เวียดนาม ที่อยู่ด้วยกันมา 2 ปีเต็มๆ

และด้วยจุดนี้แหละแฟนบอลไทยอาจจะต้องใจเย็นลงนิดนึงเพื่อให้เวลา นิชิโนะ ได้สร้าง ทีมชาติไทย ในรูปแบบของเขาให้เสร็จสมบูรณ์ลงตัวที่สุด แล้วค่อยว่ากันใหม่ว่าเขาดีพอหรือยัง??

 

ผู้ตัดสินใจเย็นเกิน

คงจะไม่พอใจกันหมดทั้งแฟนบอลไทย และเวียดนาม สำหรับการทำหน้าที่ของ ซาอูด อัล-อัธบาร์ ผู้ตัดสินชาวกาตาร์ เพราะเขาแทบจะไม่มีการแจกใบเหลืองคาดโทษใครเลยทั้งๆ ที่เกมมันหนักสุดๆ

ตลอด 90 นาที อัล-อัธบาร์ แจกใบเหลืองไปแค่ 2 ใบจากจังหวะฟาล์วหนักท้ายเกมของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ปาร์ค ซัง-ฮอ เฮดโค้ช เวียดนามที่มีปากเสียงอยู่ข้างสนาม

หากใครดูเกมจริงๆ มีหลายจังหวะมากที่ เวียดนาม เล่นหนักโดยเฉพาะหมายเลข 8 เหงียน ตรอง ฮวง และหมายเลข 2 โด ดุย มานห์ ที่ทำฟาล์วยังไงก็ไม่มีใบเหลืองสักที นั่นทำให้ตัวรุกไทยก็โดดนเตะอยู่เรื่อยๆ จนไม่สามารถทำเกมได้ถนัดเลย

เช่นเดียวกับแข้งไทยจังหวะที่ ฐิติพันธ์ เปิดปุ่มย่ำใส่ เกว๋ ง็อค ไฮ และ ธีราทร บุญมาทัน ที่ไปออกไม้ออกมือใส่ เหงียน ตรอง ฮวง ก็ดันไม่มีการแจกใบเหลืองเลยสักครั้ง

นั่นมันทำให้ชัดเจนเลยว่า ซาอูด อัล-อัธบาร์ ไม่ได้เข้าข้างใครเลย แต่เขาไม่ทันเกมแบบจริงจัง

 


ทีมชาติไทย อาจประเดิมสนามคัดบอลโลก 2022 ได้ไม่ได้ตามเป้าหมายนักหลังเก็บไปแค่ 1 แต้ม แต่หนทางยังอีกยาวไกล ขอแค่ อากิระ นิชิโนะ จูนทีมติดไวๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ทัพช้างศึกชุดนี้ต้องแกร่งขึ้นกว่าเดิมแน่!!