Fact หลังเกม : 5 ปัจจัยทำไม บุรีรัมย์ พ่าย ปักกิ่ง ยับคาบ้าน??

7 months ago
6,422 reads • 1,190 shares
Fact หลังเกม : 5 ปัจจัยทำไม บุรีรัมย์ พ่าย ปักกิ่ง ยับคาบ้าน??
โดย:

5 ปัจจัยทำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แพ้ ปักกิ่ว กั๋วอัน คาบ้าน 1-3 ในศึก ACL 2019

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องกลับไปอยู่ในสถานการณ์ลุ้นเข้ารอบ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 อย่างหนักอีกครั้ง หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาเปิดบ้านแพ้ ปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมจ่าฝูงไชนีส ซูเปอร์ ลีก 2019 ไปอย่างน่าเจ็บใจ 1-3

ต้องยอมรับเลยว่าในเกมนี้ ทัพปราสาทสายฟ้า ตกเป็นรองเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะระบบการเล่นในช่วงแรกที่ดูจะติดขัดจนนำมาซึ่งการเสีย 2 ประตูติดๆ ในช่วงต้นครึ่งแรก

และนี่คือ 5 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมจ่าฝูงไทยลีก 2019 ต้องพบกับความพ่ายแพ้คาบ้านในศึก ACL2019!! 


แผนคล้ายนัดแรก แล้วก็พังเหมือนกัน

เหมือน โบซิดาร์ บันโดวิช จะยังไม่เข็ดกับการเลือกใช้ระบบการเล่น 3-5-2 โดยใช้แผงกลางเป็น จักรพันธ์ แก้วพรม, ศุภชัย ใจเด็ด และ ศศลักษณ์ ไหประโคน คล้ายๆ กับเกมนัดแรกที่บุกไปแพ้ อูราวะ เรด ไดมอนด์ส

แถมเลือกที่จะถอย รัตนากร ใหม่คามิ ไปยืนเป็นปราการหลังฝั่งขวาแทนที่ของ ชิติพัทธ์ แทนกลาง ที่ยังไม่ฟิตมากนัก

และก็ไม่ต่างจากเกมนัดแรกนักเมื่อการจัดผู้เล่น และระบบแปลกๆ แบบนี้ก็ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นได้ไม่ค่อยเป็นทรงนัก และโดนยิงนำไปตั้งแต่ช่วงนาทีเศษๆ เท่านั้นเอง

จริงอยู่ที่ ศศลักษณ์ คือนักเตะที่ไปกับบอลได้ดี และมีความสามารถเฉพาะตัว แต่ต้องยอมรับว่าตำแหน่งถนัดของเขาคือริมเส้น ทำให้การถูกโยกมาเล่นตรงกลางมันดูไม่ค่อยจะเวิร์คนัก ต่างกับช่วงท้ายที่กลับไปยืนที่เดิมมันทำให้เขามีชีวิตชีวามากขึ้นเยอะ

ในขณะเดียวกันเมื่อ รัตนากร ไปยืนเซนเตอร์ ก็ทำให้ จักรพันธ์ ต้องถอยไปเป็นกลางรับ ซึ่งมันไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาเหมือนกัน การที่ “กัปตันโน๊ต” ถอยไปต่ำขนาดนั้นทำให้ ทัพปราสาทสายฟ้า ขาดตัวสร้างสรรค์เกมรุกดีๆ ไปเหมือนกัน

จากสามนัดที่ผ่านมา บันโดวิช น่าจะพอวิเคราะห์ได้แล้วว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น่าจะไม่เหมาะกับแผนนี้จริงๆ

 

ไม่เพรสซิ่งอีกแล้ว

เกมนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลือกที่จะเน้นแท็คติกรับให้แน่น โดยไม่ขึ้นไปบีบนักเตะปักกิ่ง กั๋วอัน ในแดนของพวกเขาเลย

และนั่นก็เปิดโอกาสให้แข้งนอกอย่าง โจนาธาน วิเอร่า และ เรนาโต้ ออกุสโต้ 2 แข้งนอกทีเด็ดมีโอกาสสร้างสรรค์เกมได้อย่างอิสระเหลือเกิน

โดยเฉพาะ ออกุสโต้ ที่มีดีกรีเป็นถึงนักเตะทีมชาติบราซิลการที่เราเลือกเปิดโอกาสให้เขาง่ายๆ แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการรอโดนเลย

และการปล่อยให้พวกเขาได้เล่นง่ายๆ แบบนี้ก็ทำให้เสียไปสองประตูจากจังหวะแทงทะลุช่องจากแนวลึกถึงสองลูก และปิดท้ายด้วยการวางยาวข้ามฟากแบบง่ายๆ ซึ่งนี่ก็มาจากการไม่บีบสูงทำให้แดนกลาง ปักกิ่ง มีโอกาสเลือกเลยว่าจะเล่นเกมรุกแบบไหน

กลับกันช่วงท้ายเกมเมื่อ บุรีรัมย์ เปลี่ยนมาเพรสซิ่งบ้างเห็นได้ชัดเลยว่า ปักกิ่ง ก็มีเป๋จนโดนตีไข่แตก และเกือบโดนยิงอีกหลายลูกเหมือนกัน น่าเสียดายที่ ทัพปราสาทสายฟ้า เลือกไล่บอลช้าไปหน่อย เพราะด้วยอากาศร้อนๆ แบบนี้ถ้าเราเริ่มบี้ตั้งแต่แรกมีโอกาสที่ผู้มาเยือนจะหมดแรงเหมือนกัน

 

โดนแบบเดิมซ้ำๆ

หนึ่งในจุดที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แก้ไม่หายในเกมเมื่อคืนนี้เลยคือ การถูกโจมตีที่ริมเส้น เริ่มตั้งแต่ลูกแรกทางฝั่งขวา และตามมาในลูกที่สองกับการจ่ายตัดหลังช่องวิงแบ็กขวา กับ เซนเตอร์ อย่าง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กับ รัตนากร ใหม่คามิ ก่อนจ่ายเข้ากลางไปยิงง่ายๆ เช่นเดียวกับลูกสามที่ ปักกิ่งวางบอลยาวไปขวาให้เพื่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ามานั่นเอง

ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ ปักกิ่ง ดูจะดีกว่า เรียกได้ว่าตัวต่อตัวผ่านเกือบหมด แต่ บุรีรัมย์ กลับไม่ค่อยมีตัวมาช่วยซ้อนเพื่อน ซึ่งนี่ก็ทำให้ ปักกิ่ง อาศัยจังหวะแบบเดิม และได้ผลตลอด

 

แพ้ความเฉียบขาด

แม้ผลการแข่งขันจะดูห่างกันพอสมควร แต่หากใครได้ดูสถิติคงมีตกใจกันบ้าง เพราะตลอด 90 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงมากถึง 16 ครั้งมากกว่า ปักกิ่ง กั๋วอัน เกินครึ่งด้วยซ้ำ (ปักกิ่ง มีโอกาสยิง 6 ครั้ง)

แต่สิ่งที่ต่างกันคือความเฉียบขาด เพราะจากโอกาสยิงขนาดนั้น ทัพปราสาทสายฟ้า ซัดตรงกรอบไปแค่ 6 ครั้ง ต่างจากทีมแกร่งจากจีน ที่ยิงตรงกรอบหมดทั้ง 6 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 3 ประตูทันที

คิดดูเล่นๆ เกิด บุรีรัมย์ มีตัวจบคมๆ เพิ่มมาสักตัวจากโอกาส 16 ครั้งที่พูดมาน่าสนใจเหมือนกันว่าจะมีประตูเพิ่มมากกว่าลูกเดียวหรือไม่

 

ต้องให้โอกาสคนอื่นบ้าง

อันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันว่าทำไม โบซิดาร์ บันโดวิช ถึงไม่ลองให้โอกาสนักเตะคนอื่นที่พร้อมจะลงในตำแหน่งถนัดได้ลงสนามบ้าง

การขาด ชิติพัทธ์ แทนกลาง ที่ไม่ฟิตนักก็กลับเลือกใช้ รัตนากร ใหม่คามิ ลงไปเลนแทนทั้งที่มีเซนเตอร์อาชีพอย่าง อภิวัฒน์ งั่วลำหิน อยู่

ขณะที่แดนกลางก็ดันโยก ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงไปซะงั้นทั้งๆ ที่ เลือน ซวน เชือง มิดฟิลด์เวียดนามชุดเข้ารอบ 8 ทีมเอเชียน คัพ ก็สแตนบายรออยู่มาหลายนัดแล้ว

เช่นเดียวกับ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่แม้จะลงมาช่วง 15 นาทีสุดท้าย แต่กลับทำให้เกมรุก บุรีรัมย์ ดูมีชีวิตชีวมากกว่าเดิมเยอะเหลือเกิน แถมยังซัดประตูสำคัญให้ทีมได้อีกต่างหาก

ด้วยศักยภาพของแข้งสำรองที่ก็มีของอยู่พอตัวบางที บันโดวิช น่าลองเปลี่ยนใช้นักเตะคนอื่นดูบ้างเพื่อมิติที่เปลี่ยนไป และความฟิตที่พวกเขาเหล่านี้มีมากกว่าแข้งหลายคนที่ลงติดๆ กันจนล้าเหมือนกัน

 


แม้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะมีเพียง 3 แต้มจากการลงเล่น 3 นัด แต่โอกาสเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยังดูเปิดกว้างมากเหลือเกินสำหรับในกลุ่มจี

แต่ที่น่าสนใจคือนัดต่อไปสุดสำคัญเหลือเกินเพราะ ทัพปราสาทสายฟ้า ต้องบุกไปคว้าสามแต้มให้ได้เท่านั้นเพื่อโอกาสสดใจในการเข้ารอบ แต่กลับกันหากพลาดท่าอีกมีแววตกรอบสูงเลยทีเดียว!!