เซราะกราวลุ้นเฮ!! 5 ปัจจัยต้องดู บุรีรัมย์ บุกดวล อูราวะ เปิดหัว ACL2019

7 months ago
929 reads • 987 shares
เซราะกราวลุ้นเฮ!! 5 ปัจจัยต้องดู บุรีรัมย์ บุกดวล อูราวะ เปิดหัว ACL2019
โดย:

5 ปัจจัยห้ามพลาดชม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกดวล อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส ในศึก ACL 2019 นัดแรก

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนหนึ่งเดียวของไทย เตรียมลงเล่นศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก เย็นนี้ ด้วยการบุกเยือนยอดทีมจากญี่ปุ่นอย่าง อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส ที่เคยเป็นแชมป์รายการนี้มาแล้วถึง 2 สมัย

แม้จากชื่อชั้นแล้ว ทัพปราสาทสายฟ้า จะเป็นรองเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันฟอร์มของ อูราวะ ตอนนี้ก็ไม่สู้ดีนัก ก็ถือว่าทีมจากไทยมีโอกาสเหมือนกัน

และนี่คือ 5 ปัจจัยเด็ดที่แฟนบอลไทยห้ามพลาดชมเกมถ้วยเอเชียเย็นนี้เด็ดขาด!!

 

ฟอร์มในลีกไม่ดีทั้งคู่

การมาพบกันตอนนี้เหมือนเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีเอาซะเลยของทั้งสองทีมโดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยตลอด 2 เกมที่ผ่านมาในไทยลีก 2019 (เสมอ 2 นัด)

โดยเฉพาะ อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส นี่น่าจะหนักกว่าเพราะตั้งแต่ออกสตาร์ทปี 2019 มาพวกเขายังไม่สามารถเก็บชัยได้เลยแถมแพ้ไปถึง 2 จาก 3 เกม แถมในศึกเจลีก ที่เริ่มต้นมา 2 นัด อูราวะ ก็เพิ่งมีเพียงแต้มเดียวรั้งรองบ๊วยอยู่ในเวลานี้

จากฟอร์มล่าสุดของ อูราวะ ที่เปิดบ้านโดน คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ บุกมาอัดไป 2-0 บอกได้เลยว่าหาก ทัพปราสาทสายฟ้า พร้อมใจกันเพรสซิ่ง และเล่นเกมรุกแบบนั้นก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะบุกคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ

 

จะทำไงเมื่อไม่มี ดิโอโก้??

การไม่มี ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสุดๆ ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเกมรุกที่เห็นได้ชัดเลยว่าตั้งแต่ปล่อยตัวตำนานดาวยิงคนนี้ออกไปดูจะทำให้การทำเกม จบสกอร์ หรือความหวือหวาก็ดูหายไปด้วยเช่นกัน

จริงอยู่ที่พวกเขาเสริม 2 ดาวยิงอย่าง โมดิโบ ไมก้า และ เปโดร จูเนียร์ เข้ามาแต่จากสองเกมที่ผ่านมาในลีกก็ชัดเจนเลยว่ายังไม่มีใครแทนที่ ดิโอโก้ ได้จริงๆ

ยิ่งในเกม ACL ตลอดหลายปีที่ผ่านมาต้องยอมรับเลยว่า ดิโอโก้ นี่แหละคือตัวความหวังของ บุรีรัมย์ ที่สู้กับยอดทีมชั้นนำระดับเอเชียได้ดี

ทำให้เย็นนี้น่าสนใจทีเดียวว่าเมื่อไม่มีอดีตดาวยิงคนเก่งชาวแซมบ้า โบซิดาร์ บันโดวิช จะเลือกใช้ใครลงเล่น และระบบไหนเพื่อประเดิมสนามกับยอดทีมจากญี่ปุ่น

 

เซราะกราวเปิดหัวพ่ายครั้งเดียว

ตลอด 6 ครั้งที่ผ่านมาของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาถือเป็นทีมนึงที่เริ่มต้นได้ดีพอตัว

เมื่อ ทัพปราสาทสายฟ้า ประเดิม ACL นัดแรก แพ้ไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในปี 2016 (เปิดบ้านแพ้ เอฟซี โซล 0-6) ส่วนอีก 5 เกมที่เหลือแบ่งออกเป็น ชนะ 2 และ เสมอ 3 นัด

ที่น่าสนใจคือการผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ของ บุรีรัมย์ ทั้งสองครั้งนั้น กลับเริ่มต้นเกมแรกด้วยการบุกเสมอทั้งสองครั้งเหมือนกันด้วย คือปี 2013 ที่บุกเสมอ เวกัลตะ เซนได 1-1 บุรีรัมย์ และปีที่แล้ว ที่ประเดิมนัดแรก บุกเจ๊า กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ 1-1

ซึ่งแน่นอนว่าการประเดิมนัดแรกด้วยการไม่แพ้ อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้โอกาสลุ้นเข้ารอบยังดูสดใสมากกว่ากลับบ้านมือเปล่าแน่ๆ

 

สถิติบุกญี่ปุ่นน่าห่วง!!

ผลงานของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่บุกไปเยือนทีมจากญี่ปุ่นใน ACL ที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าน่าเป็นห่วงสุดๆ

เพราะจากสถิติที่ผ่านมา 6 ครั้ง ทัพปราสาทสายฟ้า ไม่เคยบุกไปเก็บชัยได้เลยสักครั้งเดียว โดยแบ่งเป็นแพ้ 3 และเสมอ 3 นัดเท่ากันเป๊ะๆ

ในขณะเดียวกัน อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส ก็เคยเจอทีมจากไทยมาแล้วในปี 2013 โดยตอนนั้นพวกเขาก็เอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในรอบแบ่งกลุ่มได้ทั้งไป-กลับ

ที่น่าสนใจคือนับตั้งแต่ใช้ชื่อ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มา ยังไม่เคยมีทีมจากไทยบุกไปชนะทีมญี่ปุ่นได้เลยสักครั้ง ทำให้คืนนี้ยิ่งน่าติดตามยิ่งขึ้นไปอีกว่า บุรีรัมย์ จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการบอลไทยได้หรือยัง??

 

จับตาพลังหนุ่มเซราะกราว

แม้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดนี้จะไม่ได้มีนักเตะที่เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับชาติ หรือชื่อดังมากมายนัก แต่ที่น่าสนใจคือทีมชุดนี้กลับให้โอกาสดาวรุ่งเป็นแกนหลักของทีม

ไม่ว่าจะเป็นตัวริมเส้นอย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน หรือแดนกลายอย่าง รัตนากร ใหม่คามิ รวมทั้ง เลือง ซวน เชือง มิดฟิลด์จากเวียดนาม

โดยเฉพาะตัวรุกที่มี ศุภชัย ใจเด็ด และ สุภโชค สารชาติ สองคู่หู U23 ทีมชาติไทย ที่ก้าวมาเป็นตัวความหวังมากกว่าแข้งนอกซะอีก

นี่ยังไม่นับรวมตัวสำรองอย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ดาวเตะวัย 16 ปีอีกที่ก้าวขึ้นมาทันรุ่นพี่ในทีมได้แล้ว

จับตาแข้งวัยทีนเหล่านี้ให้ดี หากพวกเขารักษาฟอร์มแจ่มๆ ที่เคยทำได้ในปีที่แล้ว อูราวะ ก็มีเหนื่อยเหมือนกัน

 


หากคุณคือแฟนบอลไทยเย็นนี้ห้ามพลาดเชียร์สโมสรหนึ่งเดียวจากไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้บุกไปอัด อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส ถึงแดนปลาดิบเพื่อสามแต้มแรกประเดิม ACL 2019!!