ผีลุ้นยาก แต่ลุ้นได้!! 5 จุดความหวัง ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ลุ้นล้ม เปแอสเช

4 months ago
473 reads • 597 shares
ผีลุ้นยาก แต่ลุ้นได้!! 5 จุดความหวัง ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ลุ้นล้ม เปแอสเช
โดย:

5 จุดความหวัง ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีลุ้นผ่าน เปแอสเช เข้ารอบ 8 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

จากการที่ทีมขวัญใจมหาชนอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เปแอสเช คาบ้านมา 0-2 ในเกมเลกแรกของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้โอกาสที่ทีมปีศาจแดงจะตกรอบบอลถ้วยใหญ่สุดของยุโรปไว้เพียงรอบนี้มีสูงมาก

นอกจากเงื่อนไขสุดหิน ที่ต้องบุกชนะทีมแชมป์ฝรั่งเศส ด้วยการยิงให้ได้อย่างน้อย 3 ประตูเท่านั้นแล้ว สภาพทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็ไม่พร้อมเอาเสียเลย

กองกลางตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา ติดโทษแบนอดลงสนาม แถมตัวหลักอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, เนมานย่า มาติช, อเล็กซิส ซานเชซ และ ฆวน มาต้า ก็ต่างมีอาการบาดเจ็บรบกวนอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ผีแดงยังมีอีก 90 นาทีให้ได้ลุ้น ซึ่งในเกมฟุตบอล อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ หากยังไม่หมดเวลา

และนี่คือ 5 จุดที่บรรดา "เร้ด อาร์มี่" ยังพอได้ลุ้นบ้าง ว่าทีมรักจะสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้ ในเกมที่ ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ คืนนี้

 

1. "ตู้เย็น" กำลังท็อปฟอร์ม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ชัยชนะสำคัญใน 2 เกมหลังสุด ที่บุกอัด คริสตัล พาเลซ 3-1 ตามด้วยเปิดบ้านแซงชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-2 ด้วยฟอร์มสุดยอดของ โรเมลู ลูกากู ที่เหมายิง 2 ลูก 2 นัดติดต่อกัน

การกลับมาเข้าฝักอีกครั้งของหัวหอกทีมชาติเบลเยียม ทำให้แฟนผีแดงลดความกังวลจากการที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, เจสซี่ ลินการ์ด และ ฆวน มาต้า ไม่พร้อมลงสนามไปได้เยอะ

เกมแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เปแอสเช 0-2 นั้น ลูกากู ได้โอกาสลงสนามแค่ช่วง 6 นาทีสุดท้าย แต่คืนนี้จะต่างออกไป เพราะเขาต้องออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก และเป็นความหวังสูงสุดในแนวรุกของผีแดง

หากเจ้าตัวยังหาจังหวะจบสกอร์แบบคมกริบได้อย่างช่วง 2 เกมหลังสุดในลีก ก็ถือว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีลุ้นไม่น้อยเหมือนกัน

 

2. ผียุคโซลชาร์ เก่งนอกบ้านมากกว่าในบ้าน

นับตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาพาทีมทำสถิติชนะเกมเยือนได้แบบ 100% (8 นัดติด รวมทุกรายการ) โดยยิงประตูนอกบ้านรวมกันถึง 20 ประตู และโดนเจาะตาข่ายเพียง 3 ลูก เท่านั้น

หากเทียบกับผลงานที่ "น้าลูกอม" คุม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นในบ้าน 8 นัดเท่ากัน ผีแดงชนะที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพียง 5 นัด สะดุดเสมอ 2 ครั้ง และแพ้ 1 เกมต่อ เปแอสเช โดยยิงประตูได้น้อยกว่า (16 ลูก) และเสียประตูเยอะกว่าเกมเยือนถึง 3 เท่า (9 ประตู)

นอกจากนั้นแล้ว ในช่วง 8 นัดที่ชนะรวดนอกบ้านที่ผ่านมา ยังรวมถึงการไปเยือนทีมที่แข็งแกร่งทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในลีก และงานหนักอย่างการเจอ อาร์เซน่อล และ เชลซี ใน เอฟเอ คัพ ซึ่งเป็นหลักฐานว่า ทีมปีศาจแดงไม่เกรงกลัวเจ้าถิ่น และด้วยแท็กติกที่เน้นการโต้กลับ ทำให้บางที การที่ต้องเล่นเป็นทีมเยือน อาจจะลุ้นคว้าผลการแข่งขันที่ดีกว่าก็ได้

 

3. "ดาโลต์" ช่วงหลังไว้ใจได้

ดีโอโก้ ดาโลต์ แบ็กดาวรุ่งวัย 19 ปีชาวโปรตุกีสของ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำผลงานดีวันดีคืนในตอนนี้ โดยล่าสุดก็เพิ่งเป็นซูเปอร์ซับลงมาเปลี่ยนเกมในครึ่งหลัง นัดที่แซงชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-2 เมื่อลงมาสร้างความวูบวาบให้เกมริมเส้น และทำได้ 1 แอสซิสต์

นอกจากนั้นแล้ว อีกสถิติที่แฟนผีแดงน่าจะชื่นใจได้มากขึ้นก็คือ นับตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มาเป็นกุนซือ หากเกมไหนที่ ดาโลต์ ลงตัวจริง ทีมจะชนะได้ 100% ด้วย (5 นัดรวด รวมทุกรายการ)

มีโอกาสสูงที่ ดาโลต์ จะได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาในคืนนี้ เมื่อทีมไม่มีทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า และ อเล็กซิส ซานเชซ 

 

4. เปแอสเช มักทำได้ไม่ดีใน UCL เลกสอง

ในประวัติศาสตร์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อาจจะไม่เคยมีทีมไหน ที่แพ้คาบ้าน 0-2 ในนัดแรก แล้วสามารถพลิกสถานการณ์เข้ารอบในเลกสองได้มาก่อน

แต่ต้องไม่ลืมว่า ในปี 2017 เปแอสเช ก็คือทีมแรกในประวัติศาสตร์ถ้วยนี้ ที่ตุนสกอร์ 4-0 จากเลกแรก แต่ดันตกรอบในเลกสองแบบไม่น่าเชื่อ เมื่อโดน บาร์เซโลน่า เอาคืน 6-1 ที่ คัมป์ นู

ขณะที่ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายปี 2014 โคตรทีมแดนน้ำหอม สามารถเปิดบ้านชนะ เชลซี ได้ก่อน 3-1 ในนัดแรก แต่ก็มาตกรอบในเกมที่ 2 ที่โดนสิงห์บลูส์ชนะคืน 2-0 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

แม้ 2 ครั้งที่ว่า จะเป็นสถานการณ์ที่ เปแอสเช ไปเยือนทีหลัง แต่สถิติระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา พวกเขาสามารถชนะในเกมน็อกเอาต์ UCL เลกสองได้เพียง 2 ครั้ง จากทั้งหมด 10 เกม (เสมอ 3 แพ้ 5) ถือเป็นหลักฐานฟ้องชัดว่า คู่แข่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในคืนนี้ ทำผลงานในการลงเตะเลกสองได้ไม่ดีเท่าไร

 

5. "คาวานี่-เนย์มาร์" ยังไม่พร้อม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจเจอปัญหาขาดนักเตะตัวหลักกันหลายคน แต่ทางด้านเจ้าถิ่นอย่าง เปแอสเช ก็จะไร้ดาวดังอย่าง เนย์มาร์ ที่ยังไม่หายเจ็บข้อเท้า ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ ก็ยังต้องลุ้นหนักว่าจะหายเจ็บสะโพก กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองหรือไม่

ทีมของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ต้องหวังพึ่งทีเด็ดจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ อังเคล ดิ มาเรีย เป็นหลัก ซึ่งหากแนวรับผีแดงเล่นกันได้แบบท็อปฟอร์ม ไม่ให้ 2 คนนี้สร้างอันตรายได้ ก็ถือว่ามีลุ้นขึ้นเยอะ เพราะผู้เล่นอย่าง เอริก มักซิม ชูโป-โมติง และ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่น่ากลัวเลยในตอนนี้

 

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า เปแอสเช คือฝ่ายที่ได้เปรียบ และพร้อมกว่ามากในเกมคืนนี้ ซึ่งแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คงทำใจล่วงหน้าไว้แล้ว ว่าทีมรักจะตกรอบ ตั้งแต่แพ้คาบ้านก่อนในเกมเลกแรก

หากสุดท้าย ทีมปีศาจแดงไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ นั่นคือเรื่องที่ใครๆ ก็คาดเดาไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่หากมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น รับรองได้เลยว่า นี่จะเป็นนัดแห่งความทรงจำระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่นอน!!