Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลังเกม บุรีรัมย์ แซงอัด เชียงราย ซิวแชมป์สุดมันส์

10 months ago
2,304 reads • 1,858 shares
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลังเกม บุรีรัมย์ แซงอัด เชียงราย ซิวแชมป์สุดมันส์
โดย:

5 จุดต้องพูดถึงหลังเกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 3-1

จบลงไปแบบสุดมันส์จริงๆ สำหรับศึก ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 หลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แซงชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 3-1 คว้าถ้วยไปครองอย่างอย่างยิ่งใหญ่ประเดิมปี 2019

และนี่คือ 5 จุดที่ต้องพูดถึงหลังเกมที่ ทัพปราสาทสายฟ้า คว้าถ้วยแชมป์ไปนอนกอดเมื่อคืนที่ผ่านมา!!

 

1. ต้องมีตัวแทน “กัปตันกบ”

สุเชาว์ นุชนุ่ม กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง โดยในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาเขารับบทมิดฟิลด์คู่กลางที่ต้องลงไปช่วยเกมรับ และเติมไปเล่นเกมรุก

ซึ่งต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นหน้าที่ที่ดูจะหนักเกินไปเหมือนกันกับแข้งซีเนียร์วัย 35 ปีรายนี้

“กัปตันกบ” มีจังหวะจ่ายบอลเสียง่ายๆ หรือครองบอลนานจนโดนตัดบอลโต้กลับไปหลายครั้ง จนครึ่งหลัง โบซิดาร์ บันโดวิช ต้องถอดเขาออกและส่ง จักรพันธ์ แก้วพรม ลงไปเล่นแทน

อย่างไรก็ตามจุดที่ต้องชื่นชม คือแม้จะวิ่งแข่งกับเด็กหนุ่มเหมือนสมัยก่อนไม่ไหว แต่ สุเชาว์ ก็ยังคงมีความเก๋าที่เอาตัวรอดได้จากจังหวะที่ต้องใช้เหลี่ยมบอลเหมือนกัน

 

2. ศุภชัยปีนี้มาแน่!!

หากจะหาใครที่ฟอร์มโดดเด่นที่สุดในเกมเมื่อคืนนี้ เชื่อเหลือเกินว่าทุกคนคงต้องยกให้ ศุภชัย ใจเด็ด ดาวยิงบุรีรัมย์ ที่ซัดคนเดียว 2 ประตู

นอกจากประตูที่ทำได้ “เจ้าอาร์ม” ยังมีประโยชน์สุดๆ โดยเฉพาะในเกมรุกที่เขาสามารถทำได้หมดทั้งเลี้ยงกินตัว สร้างโอกาสให้เพื่อน หรือแม้กระทั่งจบสกอร์เอง

เอาเข้าจริง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจไม่ต้องหาตัวแทน ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่ไหนแล้วล่ะ??

เพราะถึงตอนนี้ ศุภชัย ในวัย 20 ปี พัฒนาฝีเท้าตัวเองขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด จนสามารถยกระดับเป็นดาวยิงเบอร์ต้นๆ ของทีมชาติไทยได้แล้ว

และปี 2019 นี่แหละที่จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองอย่างจริงจัง ว่าเขาพร้อมหรือยังที่จะกลายเป็นยอดดาวยิงของไทยลีก

 

3. เชียงรายพลาดนิดเดียว

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เริ่มต้นได้อย่างดุดันสุดๆ แถมใช้เวลาเพียงนาทีเศษ ก็ออกนำแชมป์ไทยลีก 2018 ไปอย่างรวดเร็วจากการขึ้นโขกของ บรินเนอร์ เอ็นริเก้ ก่อนที่พวกเขาจะครองเกมบุกได้ดีกว่า

แต่แล้วในช่วงท้ายครึ่งแรกเมื่อ กว่างโซ้งมหาภัย ลงไปตั้งรับลึกทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้บุกกดอยู่ฝ่ายเดียวก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอ

จากนั้นเหมือนพวกเขายังไม่ทันได้กลับมามีสมาธิ ก็มาโดนประตูที่สองติดๆ ภายในเวลาห่างกันไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ

จากนำอยู่ดีๆ ทำให้ต้องจบครึ่งแรกด้วยการเป็นฝ่ายตามซะอย่างงั้น เช่นเดียวกับครึ่งหลัง ในช่วงท้ายเกมที่กำลังบุกอยู่แท้ๆ ก็มาโดนตัดบอลก่อนจะโดนประตูตอกฝาโลงชนิดที่หมดเวลาแก้ตัวทันที

 

4. แข้งใหม่เซราะกราวยังไม่เปรี้ยง

ต้องยอมรับเลยว่าการมาของ โมดิโบ ไมก้า ถือเป็นแข้งที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ความหวังที่จะมาแทน ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต แต่จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาต้องยอมรับเลยว่าเขาไม่ใช่สไตล์นั้นเลย

ไมก้า ไม่ใช่ดาวเตะที่คล่องแคล่ว ลีลาลากเลื้อยสุดพริ้ว หรือไปกับบอลได้ดีขนาดนั้นเหมือน ดิโอโก้ แต่จุดเด่นที่ได้เห็นคือเรื่องการหาตำแหน่ง และจบสกอร์ที่เฉียบขาด แม้จะไม่ได้มีโอกาสมากนัก

เช่นเดียวกับ สเตฟาน ปัลล่า แนวรับชาวฟิลิปปินส์ ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทันที ซึ่งจากที่เห็นก็เหมือนว่าเขาจะดูตื่นๆ อยู่เหมือนกัน

โดยเฉพาะลูกแรกที่เสียประตูก็มาจากจังหวะที่เขาดูจะคิดมากไปหน่อย ก่อนจะเคลียร์ผิดเหลี่ยมออกหลังจนเสียเตะมุม จนนำมาซึ่งประตูขึ้นนำของ เชียงราย

หลังจากนั้นแม้เขาจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีลูกพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นอยู่ตลอดจนโดน อันเดรส ตูเญซ ดุไปหลายครั้งเหมือนกัน

เอาเข้าจริงจากฝีเท้าแล้วก็ต้องยอมรับว่าแข้งใหม่ บุรีรัมย์ ก็มีของเหมือนกัน แต่ก็คงต้องให้เวลาพวกเขาปรับตัวสักหน่อย

 

5. ไร้ตัวแทนกว่างโซ้ง 2018

ถ้าจะบอกว่า สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ตอนนี้คือโฉมใหม่เกือบทั้งทีมก็คงไม่ผิดนัก เมื่อพวกเขาเปลี่ยนแปลงทีมจากเดิมไปเพียบไล่ตั้งแต่ประธานสโมสร, เฮดโค้ช มาจนถึงนักเตะในทีม

การหายไปของ ฉัตรชัย บุตรพรม คงยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนนักเมื่อ สรานนท์ อนุอินทร์ ก็ยังทำหน้าที่แทนได้ดีพอสมควร

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือตำแหน่งของ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ที่ซีซั่นที่แล้วเขาคือความแข็งแกร่งสุดๆ ในแนวรับ แถมยังมีจุดแข็งในการเติมไปโขกประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก

แม้ กว่างโซ้งมหาภัย จะซื้อตัว บรินเนอร์ เอ็นริเก้ ที่มีทั้งความสูงใหญ่มาเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าจะยังทำผลงานได้ไม่โดนใจแฟนบอลนัก

จริงอยู่ที่เขาเป็นคนโขกระตูขึ้นนำให้ทีมไป แต่ในเรื่องเกมรับเขายังดูไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่า วิคเตอร์ ซักเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องให้เวลาปรับตัวกับ บรินเนอร์ ก่อนจะตัดสินอะไรได้มากกว่านี้

ส่วนอีกจุดสำคัญคือ ปิยพล ผานิชยกุล แบ็กขวาตัวสำคัญที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในปี 2018 ที่บาดเจ็บถึงขั้นผ่าตัดและต้องพักยาวราวครึ่งปี

แม้ เชียงราย จะเลือกใช้ ชินภัทร์ ลีเอาะ มาเล่นแทน แต่ก็ดูจะทำได้ไม่ดีนักโดยเฉพาะในเกมรุก เพราะจริงๆ “เจ้าบอม” จะถนัดในตำแหน่งเซนเตอร์มากกว่า

ก่อนที่ไทยลีก 2019 จะเปิดฉากขึ้นในช่วงสิ้นเดือนนี้ โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส คงต้องมีเรื่องให้แก้ไขมากเหมือนกัน หากอยากพาทีมกลับมาผงาดอีกครั้ง!!

 

ถือเป็นศึกแชมป์ชนแชมป์ที่สมศักดิ์ศรีจริงๆ หลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แซงชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ไปครองอย่างสุดมันส์

และนี่แหละคือเรื่องที่จะเตือนแฟนบอลว่า ไทยลีก 2019 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!!