เรือใบน่าคืนฟอร์ม!! 5 เหตุผล แมนฯ ซิตี้ น่าชนะ อาร์เซน่อล ได้แน่ คืนนี้

6 months ago
304 reads • 215 shares
เรือใบน่าคืนฟอร์ม!! 5 เหตุผล แมนฯ ซิตี้ น่าชนะ อาร์เซน่อล ได้แน่ คืนนี้
โดย:

5 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงที่จะชนะ อาร์เซน่อล ศึกพรีเมียร์ลีกนัด "ซูเปอร์ซันเดย์"

เกมคู่เอกของศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ อยู่ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า จะต้องเปิดบ้านรับมือ อาร์เซน่อล ที่กำลังลุ้นทำอันดับกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สถานการณ์ของทีมเรือใบสีฟ้าในลีกตอนนี้ ถือว่าไม่ดีสักเท่าไร หลังจากเพิ่งออกไปพ่ายให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แบบพลิกล็อค 2-1 เมื่อกลางสัปดาห์ จนตามหลัง ลิเวอร์พูล เพิ่มเป็น 5 แต้ม

ขณะที่ผลการแข่งขันในคืนวันเสาร์ ก็ไม่เป็นผลดีต่อทั้งคู่ โดย แมนฯ ซิตี้ ต้องหล่นลงมาอยู่อันดับ 3 เพราะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สามารถเฉือนชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ทำให้เกมนี้ ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ห้ามแพ้เด็ดขาด หากอยากกลับไปรั้งอันดับ 2 ตามเดิม



แต่ในทางกลับกัน หากเรือใบสีฟ้าคว้าชัยชนะได้สำเร็จ จะทำแต้มไล่จี้จ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล เหลือแค่ 2 แต้ม ก่อนที่หงส์แดงจะบุกเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในคืนวันจันทร์

ขณะที่ อาร์เซน่อล ที่เพิ่งขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ได้เมื่อวันพุธ ต้องหล่นลงไปอยู่อันดับ 5 อีกครั้ง จากการที่ เชลซี ถล่ม ฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 ซึ่งทางเดียวที่ทีมปืนใหญ่จะกลับไปอยู่อันดับ 4 เหมือนเดิม คือต้องบุกถล่ม แมนฯ ซิตี้ คืนนี้ด้วยผลต่าง 5 ประตูให้ได้เท่านั้น

เท่านั้นไม่พอ การที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งตามหลัง เดอะ กันเนอร์ส เพียง 2 แต้มจะลงแข่งก่อนในคืนนี้ หากทีมปีศาจแดงบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้อีก จะทำให้ อาร์เซน่อล ต้องร่วงลงไปอยู่อันดับ 6 เลยทีเดียว

เกมในคืนนี้ ถือว่าเป็นนัดสำคัญที่ต่างฝ่ายต้องพยายามคว้า 3 แต้มให้ได้ ซึ่งในมุมมองของเรา ยังเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าชนะมากกว่า ด้วย 5 เหตุผลต่อไปนี้

 

1. เรือใบเทพมาก ใน เอติฮัด สเตเดี้ยม

จาก 12 นัดที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงเตะเกมพรีเมียร์ลีกในบ้านตัวเองฤดูกาลนี้ ทีมเรือใบสีฟ้าสามารถคว้าชัยไปถึง 11 นัด มีพลิกล็อคแพ้ต่อ คริสตัล พาเลซ 2-3 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เพียงนัดเดียวเท่านั้น

ซึ่งนับตั้งแต่เกมที่แพ้ทีมปราสาทเรือนแก้วคาบ้าน ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็กลับมาทำสถิติชนะ 5 นัดติดต่อกัน รวมทุกรายการ เมื่อได้เล่นที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม 

เกมเหย้า 5 นัดหลังสุดรวมทุกถ้วย แมนฯ ซิตี้ ซัดรวมกันถึง 26 ประตู (เฉลี่ยนัดละเกิน 5 ลูก) และเสียประตูแค่ลูกเดียวเท่านั้น ในเกมเฉือนจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล 2-1

เพราะฉะนั้น แม้ว่าผลงานนัดเยือนช่วงหลังของแชมป์เก่าจะไม่ดีนัก แต่บอกเลยว่าถ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เล่นในบ้านตัวเอง จะยิ่งน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า!!

 

2. ปืนใหญ่เยือนสุดห่วย

อาร์เซน่อล ไม่ชนะเลย ตลอด 5 นัดหลังสุดที่ออกนอกบ้านในพรีเมียร์ลีก (เสมอ 2 แพ้ 3) เสียประตูรวมกันถึง 12 ประตู เท่ากับว่าเฉลี่ยนัดละเกิน 2 ลูก

เท่านั้นไม่พอ หากนับเฉพาะการเยือนทีมในกลุ่ม "บิ๊กซิกซ์" ทัพปืนใหญ่ก็เก็บ 3 คะแนนกลับออกมาไม่ได้เลยตลอด 4 ปีหลังสุด แม้ทีมใหญ่ทีมสุดท้าย ที่แพ้พวกเขาคาบ้านในลีกจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตาม (0-2 เมื่อเดือนมกราคม 2015)

ทีมปืนใหญ่อาจจะเรียกความมั่นใจคืนมาได้บ้าง จากการเปิดบ้านชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 ในนัดล่าสุด แต่การชนะทีมระดับท้ายตารางแบบหวุดหวิด ยังวัดอะไรไม่ได้นัก ว่าพวกเขาพร้อมจริงๆ ในการบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เล่นในบ้านได้ดีมากๆ

 

3. สถิติชี้ชัด ช่วงหลังมานี้ แมนฯ ซิตี้ ข่มขาดในลีก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่แพ้ อาร์เซน่อล ในพรีเมียร์ลีกมานานถึง 6 นัดติดต่อกัน (ชนะ 4 เสมอ 2) ซึ่งการเจอกันในนัดเปิดฤดูกาลนี้ ทีมแชมป์เก่าก็บุกชนะถึง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มา 2-0

โดย 6 นัดหลังที่คู่นี้เจอกันในพรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ ยิงได้นัดละไม่เคยต่ำกว่า 2 ลูก โดยที่ อาร์เซน่อล ยิงทีมเรือใบสีฟ้าไม่ได้เลย ใน 2 หนหลังสุดที่เจอกัน


4. "เป๊ป" ไม่เคยแพ้ "เอเมรี่"

ตลอดชีวิตการคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขาไม่เคยคุมทีมไหน แพ้ให้ทีมที่คุมโดย อูไน เอเมรี่ มาก่อนเลย (ชนะ 7 เสมอ 4)

นอกจากนั้นแล้ว หากนับเฉพาะเกมที่ทีมของ เป๊ป เล่นในบ้าน เอเมรี่ ก็แพ้รวด 100% ด้วย (แพ้ทั้ง 5 นัด) โดยทั้ง 5 นัดนั้น เกิดขึ้นสมัยที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุม บาร์เซโลน่า ระหว่างปี 2008-2012

 

5. แนวรับอาร์เซน่อลหลวมมาก

อาร์เซน่อล สามารถเก็บคลีนชีตได้แค่ 4 นัด จากทั้งหมด 24 นัด ที่ลงสนามในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และเสียไปแล้วถึง 33 ประตู เท่ากับทีมในกลุ่มครึ่งล่างของตารางอย่าง คริสตัล พาเลซ หรือ นิวคาสเซิ่ล

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีเกมรุกที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยยิงไปแล้วถึง 63 ประตู จากเกมลีก 24 นัดที่ผ่านมา ส่วนเกมรับของเรือใบสีฟ้า ก็เสียประตูน้อยเป็นอันดับ 2 (19 ประตู) รองจากจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ที่เสียแค่ 14 ลูกเพียงทีมเดียว

อูไน เอเมรี่ ยังประสบปัญหาตัวหลักในแนวรับบาดเจ็บหลายคนด้วย ไม่ว่าจะเป็น เอคตอร์ เบเยริน, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส และ ร็อบ โฮลดิ้ง แถมยังต้องลุ้นว่า โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ จะฟิตลงตัวจริงได้ทันเวลาหรือไม่อีกด้วย

ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขาดแค่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี คนเดียวเท่านั้น นอกนั้นยังอาจได้ตัว เบนฌาแม็ง เมนดี้ และ เอแดร์ซอน โมราเอส ผ่านการทดสอบความฟิตลงสนามได้ทันเวลา ขณะที่ตัวหลักในแนวรุกยังอยู่กันครบ

 

ผลเสมอไม่เป็นผลดีสำหรับทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝั่งเจ้าบ้านที่กำลังลุ้นแชมป์ ซึ่งการที่ทั้งสองทีมต้องการ 3 แต้ม น่าจะทำให้เกมนี้เป็นเกมที่สนุกสุดมันส์แน่นอน!!