Fact หลังเกม : 5 จุดต้องชม ช้างศึก แม้พ่าย จีน โบกมือลาเอเชียน คัพ

10 months ago
2,475 reads • 3,794 shares
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องชม ช้างศึก แม้พ่าย จีน โบกมือลาเอเชียน คัพ
โดย:

5 เรื่องที่ต้องชื่นชม ทีมชาติไทย แม้จะแพ้ จีน 1-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019

ทำเอานอนกันไม่หลับกันทั้งประเทศเลยก็ว่าได้หลัง ทีมชาติไทย ต้องจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก เอเชียน คัพ 2019 เท่านั้น

หลังพลาดท่าโดน ทีมชาติจีน รัวยิงสองประตูภายในเวลา 5 นาทีแซงคว้าชัยไปอย่างหวุดหวิด

แน่นอนว่าแฟนบอลคงจะเห็นกันอยู่แล้วว่าเราพลาดอะไรตรงไหนบ้าง ถึงทำให้เราไม่ได้ไปต่อ แต่วันนี้ balltoro ขอพูดถึง 5 จุดที่ต้องชื่นชม ทัพช้างศึก แม้จะไม่ได้ไปต่อก็ตาม!!


1. เพรสซิ่งได้ดี

เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ในรอบแรกเลยก็ว่าได้ หากนับเฉพาะช่วงที่ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เข้ามาคุมชั่วคราว

ทีมชาติไทย มีการเพรสซิ่งคู่แข่งที่ดีเหลือเกิน ด้วยการไล่บีบให้คู่แข่งเล่นยากทำให้เราได้ผลการแข่งขันที่ดีมาตั้งแต่ชนะ บาห์เรน 1-0, เสมอ ยูเออี 1-1

รวมทั้งในเกมแพ้ จีน เมื่อคืนที่ผ่านมาในครึ่งแรก ทัพช้างศึก ไล่เพรสซิ่งแข้งแดนมังกรแบบไม่ให้ได้เล่นกันง่าย จนแทบจะได้ครองเกมบุกได้เหนือกว่าด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่ครึ่งหลังเหมือน ไทย จะเลือกกลับมารับลึกเพื่อรักษาสกอร์มากกว่าจนโดน จีน ตามตีเสมอ และแซงคว้าชัยไปในที่สุด

อย่างไรก็ตามในอนาคตหาก ทีมชาติไทย พัฒนาจุดนี้ไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าการเจอกับยอดทีมทั้งหลายเราก็มีลุ้นเฮได้แน่!!

 

2. จำชื่อ ศุภชัย ใจเด็ด ไว้ให้ดี

ศุภชัย ใจเด็ด เพิ่งจะเริ่มติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกช่วงเกมอุ่นเครื่องก่อนลุย ซูซูกิ คัพ 2018

ก่อนที่เขาจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวมาเป็นแกนหลักในชุดชิงแชมป์อาเซียนพร้อมยิงไปถึง 3 ประตูในรายการนั้น

ด้วยฝีเท้าที่ดีเกินอายุ “เจ้าอาร์ม” ในวัย 20 ปีกลายเป็นแข้งที่อายุน้อยสุดในทีมชุดลุยลุย เอเชียน คัพ 2019 และได้ลงสนามครบทุกเกมซะด้วย

โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมา ศุภชัย คือหนึ่งในคนที่เล่นดีสุดของทีม หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งการขึ้นเกมรุก และลงมาเล่นเกมรับ โดยที่ไม่มีอาการตื่นสนามเลย

แม้จะเจอกับยอดทีมอย่าง จีน ก็ตาม ดาวรุ่งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็โชว์ทีเด็ดซัดประตูขึ้นนำให้ ทีมชาติไทย ในช่วงครึ่งแรกด้วยสัญชาตญาณกองหน้าอย่างแท้จริง

ชัดเจนเลยว่าการเลือกเปลี่ยนตัวเขาในครึ่งหลังทำให้รูปเกมของไทยดร็อปลงไปอย่างน่าใจหาย จนนำมาสู่การเสีย 2 ประตูติดๆ

จากฟอร์มที่พิสูจน์ตัวเองได้ดีแบบนี้ คงไม่แปลกอะไรที่แฟนบอลไทยหลายคนยกให้เขาเป็นดาวยิงตัวความหวังทีมชาติไทย ต่อจาก ธีรศิลป์ แดงดา ในอนาคต

 

3. ต้องยกนิ้วให้ ศิวรักษ์

การขาด กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ทำให้หลายคนกังวลเหลือเกินเกี่ยวกับตำแหน่งผู้รักษาประตู บวกกับฟอร์มของ ฉัตรชัย บุตรพรม ก็ไม่ค่อยน่าไว้วางใจนักตั้งแต่ใน ซูซูกิ คัพ ต่อเนื่องมาจนถึงนัดประเดิมสนามที่แพ้ อินเดีย ไปแบบย่อยยับ 1-4

แต่แล้วการเลือกใช้ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ลงมายึดมือหนึ่งแทน กลับโชว์ความหนึบได้ชนิดที่ว่าแฟนบอลหายห่วงเลยทีเดียว

หากใครได้ดูเกมเมื่อคืนนี้จังหวะที่ หยู ต้าเป่า ได้ยิงจ่อๆ หลายคนคงคิดว่าเป็นประตูแล้วแน่ แต่ “เจ้าแชมป์” กลับซูเปอร์เซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

แม้กระทั้งลูกที่โดนตีเสมอที่ เสี่ยว จื้อ ทำได้ก็ต้องซ้ำดาบสอง เพราะลูกโขกจ่อๆ ก็ยังไม่ดีพอผ่านมือนายทวารวัย 34 ปีรายนี้ไปได้

จริงอยู่ที่ตอนนี้ ศิวรักษ์ จะอายุเข้าสู่ช่วงท้ายของอาชีพนักฟุตบอลแล้ว แต่อย่างน้อยเราก็สบายใจได้แล้วว่าช่วงนี้แม้ไม่มี กวินทร์ เราก็ยังมีนายทวารมือดีพร้อมทดแทนได้เหมือนกัน

 

4. สู้ได้ทุกทีม แม้เป็นรอง

เมื่อลองดูฟีฟ่าแรงกิ้งก่อนลงเล่น เอเชียน คัพ 2019 ทีมชาติไทยใน อันดับ 118 ของโลก คือทีมที่อันดับต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์ เหนือกว่าแค่ เติร์กเมนิสถาน และ เยเมน ที่ตกรอบแรกไปแบบแพ้รวดเท่านั้น

แม้นัดแรกจะออกสตาร์ทไม่ดีนัก แต่หลังจากนั้นต้องยอมรับเลยว่าเราสู้ทุมทีมได้ดีจริงๆ ทั้ง บาห์เรน (อันดับ 113 ของโลก) และเจ้าภาพอย่าง ยูเออี (อันดับ 79 ของโลก)

โดยเฉพาะการเจอ จีน ทีมอันดับ 76 ของโลก เมื่อคืนนี้เราครองเกมได้เหนือกว่าพวกเขาด้วยซ้ำในช่วงครึ่งแรก และได้ประตูออกนำไปก่อน ชนิดที่ว่ามีลุ้นเข้ารอบเลยทีเดียว

จริงอยู่ที่มาตรฐาน หรือชื่อชั้นตอนนี้เราเป็นรองแทบทุกทีมในรายการชิงแชมป์เอเชีย แต่อย่างน้อยแข้งช้างศึกชุดนี้ก็ได้พิสูจน์ให้คนทั้งทวีปได้เห็นแล้วว่า ทีมชาติไทย ก็มีดีที่จะสู้กับยักษ์ใหญ่ได้เหมือนกัน

 

5. นี่คือช้างศึกชุดประวัติศาสตร์

แม้จะต้องตกรอบเพียงแค่ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น แต่หากนับเฉพาะ เอเชียน คัพ ในช่วงที่มีรอบคัดเลือก และเล่นกันมากกว่า 8 ชาติ

นี่คือครั้งแรกที่ ทีมชาติไทย ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ ด้วยผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกนัด และเล่นได้ใจชนิดที่พร้อมล้มทุกทีม

โดยเฉพาะชื่อของ ศุภชัย ใจเด็ด ที่ถูกจารึกไว้แล้วว่าเขาคือแข้งไทยคนแรก และคนเดียวที่ยิงได้ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแล้ว

และในอนาคตหากเราพัฒนาทีมต่อไปในทิศทางที่ดีแบบนี้ เชื่อเหลือเกินว่า ทีมชาติไทย จะกลับมาสร้างสถิติใหม่อีกครั้งแน่

 

ต้องยอมรับเลยว่าการที่ ทีมชาติไทย แพ้ ทีมชาติจีน อย่างหวุดหวิด 1-2 ร่วงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019 ทำเอาแฟนบอลไทยนอนไม่หลับกันเป็นแถว

แน่นอนว่าความรู้สึกทุกคนคงเสียใจกันพอสมควร แต่อย่างน้อยเราก็อยากขอให้ ทีมชาติไทย สู้ต่อไป เพราะเชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลทั้งประเทศก็ยังคงซัพพอร์ตพวกคุณทุกคนต่อไปอยู่แล้ว

และอีก 4 ปีข้างหน้าเราในฐานะแฟนบอลไทยก็หวังว่า ทัพช้างศึก จะต้องกลับมาอีกครั้งในเอเชียน คัพ 2023 เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งให้ได้