ช่วยชาติวิเคราะห์ : เดาใจ ราเยวัช 4 แผนเด็ด ช้างศึก น่าใช้ลุย เอเชียน คัพ 2019

5 months ago
3,456 reads • 2,372 shares
ช่วยชาติวิเคราะห์ : เดาใจ ราเยวัช 4 แผนเด็ด ช้างศึก น่าใช้ลุย เอเชียน คัพ 2019
โดย:

4 แผนการเล่นน่าสนใจของ ทีมชาติไทย ที่ มิโลวาน ราเยวัช น่าเลือกใช้ลุยเอเชียน คัพ 2019

ทีมชาติไทย เตรียมประเดิมสนาม เอเชียน คัพ 2019 รอบแบ่งกลุ่มนัดแรกในวันที่ 6 ม.ค.นี้ พบกับ ทีมชาติอินเดีย

ต้องยอมรับเลยว่านัดนี้น่าจะสำคัญสุดๆ ของ ทัพช้างศึก และ มิโลวาน ราเยวัช เพราะหากคว้าสามแต้มได้โอกาสเข้ารอบต่อไปก็มีมากพอสมควรเลยทีเดียว

ที่น่าสนใจคือนี่จะเป็นโอกาสดีที่ ราเยวัช จะได้เลือกใช้นักเตะชนิดที่ฟูลทีมสุดๆ ขาดก็เพียง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ คนเดียวเท่านั้นที่บาดเจ็บ และถอนตัวไป

จาก 23 แข้งที่เขาเลือกติดทีมมาครั้งนี้ น่าสนใจทีเดียวว่าเฮดโค้ชชาวเซอร์เบียจะเลือกใช้แผนไหนประเดิมสนามชิงแชมป์เอเชีย และนี่คือ 4 แผนน่าสนใจที่น่าประเดิมใช้บู๊กับ อินเดีย!!

 

ยึดแผนเดิม : 4-2-3-1

แน่นอนว่า 4-2-3-1 นี่คือแผนหลักของ มิโลวาน ราเยวัช นับตั้งแต่เข้ามาคุม ทีมชาติไทย เลยก็ว่าได้ โดยตำแหน่งผู้รักษาประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กับ ฉัตรชัย บุตรพรม คงต้องแย่งกันอย่างหนักเพื่อมือหนึ่งของทีม

โดยในแนวรับ 3 จาก 4 คนยึดมาจากชุดลุย ซูซูกิ คัพ 2018 ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่แบ็กซ้ายอย่าง กรกช วิริยอุดมศิริ มาถึงคู่เซนเตอร์คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กับ พรรษา เหมวิบูลย์

ที่น่าสนใจคือแบ็กขวามีโอกาสสูงทีเดียวที่จะใช้ อดิศร พรหมรักษ์ ที่ทำได้ดีเหลือเกินเมื่อมาเล่นทีมชาติในยุคราเยวัช

ขยับมาที่คู่มิดฟิลด์ถ้าแผนนี้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ คงต้องประจำการคู่กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ชัวร์

ด้านแนวรุก ชนาธิป สรงกระสินธ์ คงกลับมายืนเป็นจอมทัพคอยปั้นเกมขึ้นแดนหน้า โดยใช้ ธีราทร บุญมาทัน ออกไปเล่นริมเส้นฝั่งซ้ายตามที่ ราเยวัช เคยใช้อยู่บ่อยๆ

และขยับ ทริสตอง โด ไปเป็นปีกขวาแทน มงคล ทศไกร ที่เลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว หลัง โด ทำได้ดีเหลือเกินในตำแหน่งตัวรุกฝั่งขวากับ เมืองทอง ในซีซั่นนี้

ส่วนกองหน้าตัวเป้าในเวลานี้ไม่มีใครมาแทนกัปตันทีมอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ที่ทำได้หมดทั้งเก็บบอล เลี้ยงกินตัว หรือแม้กระทั่งจบสกร์ได้แบบคมๆ

 

ลองเน้นรุก : 4-3-3

4-3-3 ถือว่าเป็นแผนที่น่าสนใจเหมือนกันหากอยากเน้นเกมรุกให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแผนเด็ดในยุค “โค้ชซิโก้” ในอดีตซะด้วย

แน่นอนกองหลังยังไงเสีย พรรษา กับ เฉลิมพงษ์ คงต้องยืนคู่กันอยู่แล้วโดยใช้ อดิศร เป็นแบ็กขวา และเลือก ธีราทร มาเป็นแบ็กซ้ายตามถนัด

ขณะที่ตัวรับคงต้องเลือกใช้สักคนระหว่าง ธนบูรณ์ กับ ฐิติพันธ์ และดัน ชนาธิป กับ สรรวัชญ์ ขึ้นไปคอยทำเกมรุกคู่กัน

ขณะที่ 3 แนวรุกด้านบน ศุภชัย ใจเด็ด น่าได้รับโอกาสลงเป็นปีกซ้ายแบบที่ทำได้ดีเหลือเกินในซูซูกิ คัพ โดยมี ทริสตอง โด เป็นปีกขวาที่สามารถลงมาช่วยเกมรับได้ดีอยู่แล้ว และให้ ธีรศิลป์ รับบทศูนย์หน้าจบสกอร์

ซึ่งแผนนี้ อาจขยับ สรรวัชญ์ ลงมายืนคู่ ฐิติพันธ์ และน่าจะทำให้ “เมสซี่เจ” มีอิสระในเกมรุกได้พอสมควรหากได้เล่นเป็นตัวฟรีในเกมรุก

 

หลังสามแบบ ซัปโปโร : 3-4-2-1

จริงอยู่ที่ระบบนี้ มิโลวาน รายเวัช ยังไม่เคยลองใช้เลยสักครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าแผนนี้ทำให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ท็อปฟอร์มสุดๆ กับการเล่นให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในเจลีก 2018

ในเวลานี้กองหลัง 3 ตัวคงต้องใช้ เฉลิมพงษ์, พรรษา และ อดิศร เหมือนเดิม โดยมี ธีราทร กับ ทริสตอง โด เป็นวิงแบ็กซ้าย และขวาตามลำดับ

ส่วนคู่กลาง ธนบูรณ์ กับ ฐิติพันธ์ ยังคงจับคู่กันเหมือนเดิม และให้ ชนาธิป กับ สรรวัชญ์ เล่นเป็นตัวรุกคู่กันเพื่อคอยทำเกมอยู่หลังหน้าเป้าอย่าง ธีรศิลป์

โดยระบบนี้จะทำให้ เมสซี่เจ และ เจ้าแคมป์ จะมีอิสระในการสร้างสรรค์เกมมากเหลือเกิน เพราะสามารถยืดหยุ่น และสลับตำแหน่งกันได้อยู่ตลอดเวลา

 

ไดมอนด์ที่เคยลองในซูซูกิ คัพ : 4-4-2

เป็นระบบที่ มิโลวาน ราเยวัช เคยลองใช้มาบ้างแล้วใน ซูซูกิ คัพ ที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับเลยว่าตอนนั้นมันดูไม่ค่อยจะเวิร์คสักเท่าไหร่

แต่กลับกันการได้ ชนาธิป มาอาจทำให้มิติเกมรุกเราดีขึ้นก็ได้ จากการอัดมิดฟิลด์ลงไปแบบแน่นๆ 4 คนโดยให้ ธนบูรณ์ เล่นเป็นตัวรับ

แล้วให้ สรรวัชญ์ กับ สุมัญญา ปุริสาย เล่นคู่กันแบบที่เคยเล่นในสโมสรแบงค็อก เพื่อคอยซับพอร์ต ชนาคุง ที่รับบทเพลย์เมคเกอร์ ขณะที่แดนหน้าน่าจะเป็นโอกาสดีที่ อดิศักดิ์ ไกรษร กับ ธีรศิลป์ จะได้ลงเล่นคู่กัน

ซึ่งการมีหน้าคู่เห็นได้ชัดเลยว่า เทพมุ้ย จะแผลงฤทธิ์ได้ดีกว่าอยู่คนเดียว เอาเข้าจริงหากปรับดีๆ แผนนี้ดูท่าจะเหมาะกับทัพช้างศึกเหมือนกัน

 

นี่ก็เป็นระบบการเล่นที่เราดูแล้วว่าน่าสนใจเหมือนกัน แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับ มิโลวาน ราเยวัช ว่าจะเลือกแท็กติกไหนลุย เอเชียน คัพ 2019

เพราะแน่นอนว่าพวกเขาคงมีการวางแผนมาไว้แล้วว่าระบบไหน เหมาะกับ ทีมชาติไทย ชุดนี้มากที่สุด

และคืนวันพรุ่งนี้ เรามาลุ้นกันว่า ทัพช้างศึก จะมาในรูปแบบใดในนัดประเดิมสนามกับ อินเดีย