มุ้ยรองแชมป์-เจโหดสุด!! ส่องผลงาน ชนาธิป,ธีรศิลป์,ธีราทร ในศึกเจลีก 2018

1 week ago
257 reads • 97 shares
มุ้ยรองแชมป์-เจโหดสุด!! ส่องผลงาน ชนาธิป,ธีรศิลป์,ธีราทร ในศึกเจลีก 2018
โดย:

สรุปผลงาน 3 นักเตะไทย ในเจลีก 2018

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ ศึกเจลีก 2018 ที่น่าสนใจคือ 3 นักเตะ ทีมชาติไทย อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ที่ปีนี้ไปโชว์ฝีเท้าอย่างพร้อมเพรียงกันที่ญี่ปุ่น จนกลายเป็นที่พูดถึงในวงการฟุจบอลเอเชียมากมาย

และวันนี้เราขอมาสรุปผลงาน 3 แข้งช้างศึก กับการลุยแดนปลาดิบปีนี้กันแบบคร่าวๆ

 

ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล่ ซัปโปโร)

เจลีก : ลงสนาม 30 นัด, ยิง 8 ประตู, แอสซิสต์ 2 ครั้ง

เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ : ลงสนาม 1 นัด, ยิง 1 ประตู, แอสซิสต์ 1 ครั้ง

เลอ แว็ง คัพ : -

ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของ ชนาธิป สุดๆ หลังต้นปีเขาได้รับข่าวดีเมื่อ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ตัดสินใจซื้อตัวมาร่วมทีมด้วยสัญญาถาวร

ก่อนจะตอบแทนด้วยผลงานสุดท็อปฟอร์มยิงไปถึง 8 ประตูในศึกเจลีก 2018 ถือเป็นปีที่เขายิงได้มากที่สุดตั้งแต่เริ่มค้าแข้งมาตลอดชีวิต

และมีส่วนสำคัญพา ซัปโปโร จบ Top 4 ของตาราง สูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย น่าเสียดายที่เกมสุดท้ายทำได้เพียงเสมอ

ทำให้ เมสซี่เจ ต้องไปลุ้น คาชิม่า แอนท์เลอร์ส คว้าแชมป์ เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ต้นสังกัดของเขาถึงจะได้ไปลุย ACL 2019

 

ธีรศิลป์ แดงดา (ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า)

เจลีก : ลงสนาม 32 นัด, ยิง 6 ประตู, แอสซิสต์ 3 ครั้ง

เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ : -

เลอ แว็ง คัพ : ลงสนาม 5 นัด, ยิง 1 ประตู

ธีรศิลป์ แดงดา กลายเป็นแข้งไทยคนที่ 2 ต่อจาก ชนาธิป ที่ได้มาลุยเจลีกในปีนี้ด้วยสัญญายืมตัวจาก ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า

โดย “เทพมุ้ย” ฉายแสงตั้งแต่เกมแรกหลังโขกประตูชัยพาทีมชนะ ซัปโปโร 1-0 พร้อมกลายเป็นแข้งไทยคนแรกที่พังประตูได้ในลีกสูงสุดของญี่ปุ่น นับเป็นการประเดิมแมตช์แรกได้อย่างน่าประทับใจสุดๆ

จากนั้นแม้ ธีรศิลป์ จะต้องรอโอกาสในม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็ได้รับโอกาสลงอย่างต่อเนื่องช่วงครึ่งหลัง และยิงไปถึง 6 ประตู จนมีโอกาสสูงที่จะช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกไปครอง

น่าเสียดายที่ ซานเฟรซเซ่ ดันเกิดสะดุดเอาดื้อๆ ไม่ชนะใครเลยตลอด 9 เกมหลังสุดจนโดน คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ แซงคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเจ็บใจ

อย่างไรก็ตามการพาทีมคว้ารองแชมป์ได้ก็ถือว่าเป็นการจบสูงสุดในรอบ 3 ปีพร้อมคว้าสิทธิ์ลุย ACL ให้ซานเฟรซเซ่ ด้วย

สุดท้ายแม้ ธีรศิลป์ จะต้องกลับมาที่ต้นสังกัดอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ต้องยอมรับว่านี่คือการลุยต่างแดนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยได้รับโอกาสมาเลย

 

ธีราทร บุญมาทัน (วิสเซล โกเบ)

เจลีก : ลงสนาม 28 นัด, แอสซิสต์ 2 ครั้ง

เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ : ลงสนาม 3 นัด, แอสซิสต์ 1 ครั้ง

เลอ แว็ง คัพ : ลงสนาม 4 นัด, แอสซิสต์ 1 ครั้ง

ธีราทร บุญมาทัน กลายเป็นแข้งไทย คนที่ 3 ต่อจาก ชนาธิป และ ธีรศิลป์ แต่เขากลับโชคดีที่สุดเมื่อได้อยู่ร่วมทีมเดียวกับ 2 แชมป์โลกอย่าง ลูคัส โพดอลสกี้ และ อันเดรส อีเนียสต้า

แม้ในช่วงแรก “โก๋อุ้ม” ต้องพิสูจน์ตัวเองอยางหนักเพื่อโอกาสลงสนาม แต่แล้วนับตั้งแต่นัดที่ 6 ของฤดูกาลเขาก็ยึดตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายของทีมยาวมาจนถึงช่วงปิดซีซั่น

การออกลุยต่างแดนครั้งแรกของ บุญซัง ถือว่าทำได้ดีทีเดียว แม้ตามสัญญายืมตัว 1 ปี ทำให้เขาต้องกลับมาที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดก่อน

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังทีอีกหลายทีมทีเดียวที่สนใจฝีเท้าของดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้ และไม่แน่เหมือนกันปีหน้าเขาอาจจะได้โชว์ลวดลายอยู่ที่ญี่ปุ่นต่อก็ได้

 

ต้องยอมรับเลยว่าทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ต่างก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกันทุกคน

ที่น่าสนใจคือฤดูกาล 2018 เป็นปีที่มีนักเตะไทยออกลุยต่างแดนเยอะจริงๆ เพราะนี่ยังไม่นับรวม กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ไปอยู่กับ โอเอช ลูเวิน (เบลเยียม)

รวมทั้ง จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ (เอฟซี โตเกียว) และ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (เซเรโซ่ โอซาก้า) ที่เล่นอยู่ในเจ 3 ของญี่ปุ่น

และจากการพิสูจน์ฝีเท้าของแข้งไทยในปีนี้เชื่อเหลือเกินว่าในอนาคต เราคงได้เชียร์นักเตะทีมชาติไทย ที่ไปลุยต่างแดนเยอะกว่านี้แน่นอน!!