Fact หลังเกม : 5 สถิติสุดเหลือเชื่อ หลังผีบุกแซงอัดยูเว่ท้ายเกม 2-1

1 week ago
1,261 reads • 2,013 shares
Fact หลังเกม : 5 สถิติสุดเหลือเชื่อ หลังผีบุกแซงอัดยูเว่ท้ายเกม 2-1
โดย:

5 สถิติที่น่าเหลือเชื่อ จากเกมบิ๊กแมตช์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ ยูเวนตุส แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2

เกมบิ๊กแมตช์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา ถือว่าแฟนบอลต้องงงไปตามๆ กัน เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ดูเป็นรอง ยูเวนตุส ทุกแง่มุม กลับสามารถบุกไปชนะทีมม้าลายได้ถึงถิ่น 2-1

ฤดูกาลนี้ทีมของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ออกสตาร์ทด้วยการไร้พ่ายใน เซเรีย อา 11 นัดติดต่อกัน แถมยังชนะ 100% ในเกมยุโรป ส่วน โชเซ่ มูรินโญ่ พาผีแดงโชว์ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ ตลอดอย่างที่แฟนบอลรู้กันดี

และเมื่อมาดู 5 สถิติต่อไปนี้จากเกมเมื่อคืน ต้องบอกเลยว่าแฟนบอลน่าจะรู้สึกตกใจมากขึ้นไปอีก!!

 

1. ผีเยือนอิตาลีดีเหลือเชื่อ

ยูเวนตุส ต้องแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คารังเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกไม่น้อย เพราะการได้เล่นในบ้านตัวเอง น่าจะทำให้ทีมมีโอกาสชนะมากกว่า

2 ครั้งก่อนหน้านี้ที่ผีแดงบุกคว่ำม้าลาย ต้องย้อนไปถึงสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือ โดยบุกแซงชนะ 3-2 ในรอบรองชนะเลิศ นัดชี้ชะตา ฤดูกาล 1998-99 ก่อนที่จะบุกยำใหญ่ 3-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม รอบที่ 2 ของฤดูกาล 2002-03

นอกจากนั้นแล้ว ชัยชนะเมื่อคืนนี้ของปีศาจแดง ยังทำให้พวกเขาไม่แพ้ในการเยือนทีมจากอิตาลีเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันอีกต่างหาก!!

 

2. ยูเว่ โอกาสยิงเยอะกว่าเกิน 2 เท่าแต่แพ้!!



โอกาสยิงของ ยูเวนตุส มีมากถึง 21 ครั้ง ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นเพียง 9 ครั้ง ทว่าสถิติการยิงตรงกรอบ กลับอยู่ที่ทีมละ 3 ครั้ง เท่ากัน

ทีมม้าลายยิงชนทั้งเสาและคานในเกมนี้ โดย ซามี่ เคดิร่า แปไปชนเสาจนอดขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนที่ เปาโล ดีบาล่า จะปั่นโค้งไปชนคานช่วงต้นครึ่งหลัง

เท่านั้นไม่พอ หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดสุดสวยให้ทีมออกนำ 1-0 ในนาที 65 เจ้าถิ่นยิงตรงกรอบครั้งสุดท้ายคือช็อตที่ มิราเล็ม ปานิช ยิงไปโดน ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดทิ้ง นอกนั้นยิงนกตกปลาไปซะหมด

เทียบกับทีมปีศาจแดง ตลอดทั้งเกมแทบไม่สร้างปัญหาอะไรให้แนวรับทีมม้าลาย ทว่าช่วงผ่านพ้น 5 นาทีสุดท้าย กลับฉวยโอกาสจากฟรีคิกระยะหวังผล ทำประตูแซงชนะได้หน้าตาเฉย


3. โด้แพ้ทีมเก่าครั้งแรกในชีวิต

แม้ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะวอลเลย์สุดสวยให้ ยูเวนตุส ออกนำ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 ซึ่งเป็นประตูแรกของเจ้าตัวใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ (แถมแสดงอาการดีใจออกนอกหน้าด้วย) แต่นี่คือครั้งแรกในชีวิตของเขา ที่ต้องแพ้ในการลงเจอ "ทีมเก่า" ของตัวเอง

สมัยที่เล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาพาผีแดงเอาชนะต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน ได้ทั้งไปและกลับ ในรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2007-08

จากนั้นเมื่อย้ายจากทีมปีศาจแดงไปเล่นให้ เรอัล มาดริด เขาก็พาราชันชุดขาวถีบผีแดงตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซีซั่น 2012-13 โดยสามารถยิงประตูได้ทั้ง 2 เกม

ในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2017 กัปตันทีมชาติโปรตุเกสลงเล่นเป็นตัวสำรอง และก็จบเกมด้วยการทุบผีแดงอีก 2-1 ก่อนที่ 2 สัปดาห์ก่อน เขาก็ลงตัวจริงพา ยูเวนตุส บุกชนะที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1-0

ว่าแล้วก็น่าติดตามเหลือเกิน ว่าเขาจะมีโอกาสเจอ เรอัล มาดริด ในรอบน็อกเอาต์บ้างหรือไม่?

 

4. "มาต้า" เทพฟรีคิก

ฆวน มาต้า ที่ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เดือนมกราคม 2014 ทำประตูจากลูกฟรีคิกให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 8 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกับเบอร์เสื้อของเขาพอดี

หลังจากเมื่อคืนนี้ เขาลุกจากม้านั่งสำรอง ไปปั่นเสียบสามเหลี่ยมอย่างงามหยด เป็นประตูตีเสมอ 1-1

ย้อนไปไม่กี่สัปดาห์ก่อน มาต้า ก็เป็นคนปั่นฟรีคิกตีไข่แตกให้ทีม ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกจากตามหลัง นิวคาสเซิ่ล 2 ประตู กลับมาแซงชนะ 3-2 ถือว่าเป็นไม้ตายของทีมอย่างแท้จริง


5. "เดจาวู" นัดชิง 1999

ครั้งสุดท้ายที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งในนาทีที่ 85 แต่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะได้ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องย้อนไปถึงนัดชิงชนะเลิศปี 1999 ที่สร้างปาฏิหาริย์ยิง 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 แบบช็อคโลก

ประตูตีเสมอของ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อคืนนี้ อาจไม่ต้องรอจนถึงช่วงทดเวลา เมื่อ ฆวน มาต้า ปั่นฟรีคิกเข้าไปในนาทีที่ 86 ทว่ารูปเกมนัดล่าสุดมีส่วนคล้ายกับการได้ประตูในเกมดับเสือใต้ครั้งนั้น ตรงที่ทีมปีศาจแดงเล่นเป็นรองคู่แข่งชัดเจน แต่ด้วย "ทีเด็ดเซตพีซ" ทำให้ได้ประตูที่ต้องการจนได้

ในนัดชิงเกมยุโรปของฤดูกาลทริปเปิลแชมป์ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 2 ประตูจากจังหวะเตะมุม ขณะที่เมื่อคืนนี้ ลูกฟรีคิกท้ายเกม 2 ลูก กลับเป็นจุดตัดสินผลการแข่งขันของเกมแบบไม่มีใครคาดคิด

ยูเวนตุส ต้องพลาดโอกาสที่จะกวาดชัยชนะ 3 นัดรวด และเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์กลุ่ม

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมามีลุ้นเข้ารอบในฐานะอันดับ 1 อีกครั้ง ด้วยการคว้า 3 แต้ม พร้อมอะเวย์โกลอีก 2 ลูก ซึ่งจะทำให้ผีแดงมี เฮด ทู เฮด ที่ดีกว่าทีมม้าลาย ในกรณีที่จบรอบนี้แล้วมีแต้มเท่ากัน

ขณะที่ บาเลนเซีย ซึ่งเพิ่งเปิดบ้านชนะ ยัง บอยส์ 3-1 ก็ยังมีโอกาสเข้ารอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากนัดหน้าสามารถบุกไปชนะ ยูเวนตุส ถึงถิ่น จะทำคะแนนแซงหน้าทีมม้าลายได้ทันที

ถือได้ว่า ผลการแข่งขันที่ออกมาแบบนี้ ทำให้โปรแกรมนัดที่เหลือของกลุ่ม H กลับมาน่าติดตามกว่าเดิมหลายเท่าทีเดียว