โอบาอย่างฮอต!! บาร์คลี่ย์ก็แรง ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์เดือนตุลา โดย Balltoro

1 year ago
1,504 reads • 654 shares
โอบาอย่างฮอต!! บาร์คลี่ย์ก็แรง ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์เดือนตุลา โดย Balltoro
โดย:

11 นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนตุลาคม 2018 จัดโดยทีมงาน Balltoro

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่านพ้นเดือนที่ 3 ของฤดูกาลไปแล้ว ต้องชมเชย แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี ที่ยังรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อยังไม่แพ้ใครในลีกกันทั้งหมด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ที่ลีกสูงสุดอังกฤษมีทีมที่ยังไม่แพ้ถึง 3 ทีม หลังผ่านไปแล้ว 10 นัด

นอกจากกลุ่ม 3 ทีมนำ ทางฝั่ง อาร์เซน่อล ก็ทำผลงานร้อนแรงขึ้นมาจนน่าจับตามอง ขณะที่ทีมเล็กๆ อย่าง บอร์นมัธ และ ไบรท์ตัน ก็ไม่แพ้ใครเลยในเดือนตุลาคม ชนะกันไปทีมละ 3 นัดอย่างเซอร์ไพรส์

สำหรับนักเตะ 11 คนที่ทีมงาน Balltoro มองว่าโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเดือนตุลาคม จะเป็นใครบ้างนั้น เราคัดสรรมาให้พิจารณากัน ณ ที่นี้แล้ว!!

 

ผู้รักษาประตู : แม็ทธิว ไรอัน (ไบรท์ตัน)

นายด่านทีมชาติออสเตรเลีย ทำสถิติไม่เสียประตูเลยตลอด 3 นัดที่ลงเฝ้าเสาให้ ไบรท์ตัน ในเดือนตุลาคม ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 7 เกม เขาเสียประตูทุกนัด ถือว่ายกระดับฟอร์มเหนียวแน่นขึ้นมาได้อย่างน่าปรบมือ

ไรอัน ทำสถิติเซฟรวมกันมากถึง 17 ครั้ง จาก 3 นัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมบุกชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 เขาเซฟสำคัญรวมกันถึง 6 ครั้ง ก่อนจะเซฟอีก 7 หน ในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0

 

กองหลัง : เชน ดัฟฟี่ (ไบรท์ตัน)

ปราการหลังทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์วัย 26 ปี ตอนนี้เป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่เคลียร์บอลทิ้งมากเป็นอันดับ 3 ของลีก (72 ครั้ง) และบล็อคลูกยิงมากเป็นอันดับ 2 (19 ครั้ง)

เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดัฟฟี่ เคลียร์บอลทิ้งถึง 33 ครั้ง จากการลงเล่นครบ 90 นาทีทั้ง 3 เกม และช่วยให้ทีมไม่เสียประตูเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมบุกเฉือน นิวคาสเซิ่ล 1-0 เจ้าตัวเคลียร์บอลทิ้งไปถึง 19 ครั้ง และบล็อคลูกยิงอีกถึง 2 หน

 

กองหลัง : เดยัน ลอฟเรน (ลิเวอร์พูล)

จากที่ไม่ได้โอกาสลงสนามเลยใน 2 เดือนแรก กลายเป็นว่าในเดือนตุลาคม เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งดาวเตะทีมชาติโครเอเชียลงตัวจริงในแผงหลังทั้ง 3 นัด และช่วยให้ทีมเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้น

ลอฟเรน โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในเกมเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 เมื่อทำสถิติเข้าปะทะสำเร็จมากที่สุดในเกมนั้น (5 ครั้ง) ก่อนจะเด่นอีกเกม นัดบุกชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-0 ด้วยการเคลียร์บอลทิ้งอีก 10 หนด้วยกัน

 

กองหลัง : ลูอิส ดังค์ (ไบรท์ตัน)

กัปตันทีมไบรท์ตันวัย 26 ทำผลงานเด่นจนถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน

เขาช่วยให้ทีมไม่เสียประตูทั้ง 3 นัดในพรีเมียร์ลีกเดือนตุลาคม โดยเคลียร์บอลทิ้งรวมกันถึง 29 ครั้ง ซึ่ง 15 ครั้ง จากจำนวนนั้น เกิดขึ้นในเกมบุกเฉือน นิวคาสเซิ่ล 1-0

นอกจากนั้นแล้ว ดังค์ ยังช่วยบล็อคลูกยิงฝั่งตรงข้ามในช่วง 2 เกมหลังสุดอีกนัดละ 3 ครั้ง ด้วยกัน ถือว่ากำลังเล่นด้วยฟอร์มสุดแกร่งเลยทีเดียว

 

กองกลางตัวรับ : แฟร์นันดินโญ่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

มิดฟิลด์จอมเก๋าทีมชาติบราซิลวัย 33 ปีคือกองกลางเพียงคนเดียว ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ส่งลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ครบทุกนัด และเจ้าตัวก็ทำผลงานยอดเยี่ยมสมกับที่ผู้จัดการทีมไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง

ในเดือนตุลาคม แฟร์นันดินโญ่ ยกระดับความโดดเด่นด้วยการยิงประตูแรกของตัวเองในซีซั่นนี้ ในเกมเปิดบ้านถล่ม เบิร์นลี่ย์ 5-0 โดยเกมดังกล่าว เขาทำแอสซิสต์ได้อีก 1 ลูก

นอกเหนือจากนั้น เจ้าตัวยังเข้าปะทะสำเร็จได้ไม่ต่ำกว่านัดละ 2 ครั้ง ตัดบอลได้เฉลี่ยนัดละ 3 ครั้งในเดือนที่ผ่านมา แถมยังผ่านบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมเขาถึงเป็นตัวเลือกแรก ที่จะได้ลงเล่นในแผงมิดฟิลด์ทีมจ่าฝูงอย่างต่อเนื่อง

 

กองกลางตัวทำเกม : ดาบิด ซิลบา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติสเปน คือผู้เล่นที่สร้างโอกาสทำประตูในจังหวะโอเพ่นเพลย์ ได้มากที่สุดใน 5 ลีกดังยุโรปฤดูกาลนี้ (29 ครั้ง)

แค่เฉพาะเดือนตุลาคม ดาวเตะวัย 32 ปีสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นประตูในลีกถึง 11 ครั้ง และกลายเป็น 2 แอสซิสต์ในเกมเปิดบ้านถล่ม เบิร์นลี่ย์ 5-0

ขณะที่เกมบิ๊กแมตช์นัดล่าสุดที่บุกเฉือน สเปอร์ส 1-0 เจ้าตัวก็สร้างโอกาสได้มากที่สุดในสนาม (5 ครั้ง) ด้วย

 

กองกลางตัวทำเกม : รอสส์ บาร์คลี่ย์ (เชลซี)

อดีตดาวเตะเอฟเวอร์ตัน คือผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมที่สุดของ เชลซี ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อทำผลงาน ยิง 3 แอสซิสต์ 3 แถมฟอร์มแต่ละนัดเข้าตากรรมการทั้งนั้น

บาร์คลี่ย์ ยิง 1 จ่าย 1 นัดบุกถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0 ก่อนจะกลายเป็นซูเปอร์ซับ ซัดประตูตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ทีมยังไม่เสียสถิติไร้พ่าย

จากนั้นในเกมล่าสุด ที่ทีมสิงโตน้ำเงินครามบุกยำใหญ่ เบิร์นลี่ย์ 4-0 กลายเป็นดาวเตะวัย 24 ผู้นี้นี่เอง ที่ทำหน้าที่แทน เอแด็น อาซาร์ อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการ ยิง 1 จ่าย 2 และด้วยผลงานระดับนี้ ทำให้ บาร์คลี่ย์ คือตัวเต็งอันดับต้นๆ ที่จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนตุลาคมด้วย

 

ปีกขวา : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ฟอร์มกลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง เมื่อผ่านพ้นช่วงเบรกทีมชาติเดือนตุลาคม เมื่อซัดประตูชัยพาทีมบุกเฉือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ หวุดหวิด 1-0 ก่อนจะมาท็อปฟอร์มในเกมล่าสุด ที่ ยิง 1 จ่าย 2 พาทีมเปิดบ้านถล่ม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 จนทำให้หงส์แดงยังคงมีแต้มเท่ากับจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ยังไม่นับรวมผลงานใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมที่ถล่ม เซอร์เวน่า ซเว็ซด้า 4-0 ที่สตาร์อียิปต์ทำได้เยี่ยมเช่นกัน ด้วยการยิงในเกมนั้นคนเดียว 2 ประตู

 

ปีกซ้าย : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

เบียด อเล็กซิส ซานเชซ กระเด็นไปนั่งสำรองถาวร เมื่อยิ่งเล่นยิ่งฟอร์มเยี่ยม ซัดไปถึง 4 ประตู จาก 3 นัดที่ลงสนามในพรีเมียร์ลีกเดือนตุลาคม และทีมปีศาจแดงไม่แพ้เลยทั้ง 3 เกม

ผลงานโดดเด่นที่สุดคือการเหมาคนเดียว 2 ลูก นัดบุกเสมอ เชลซี 2-2 ชนิดที่น่าจะชนะได้ ขณะที่เกมเปิดบ้านชนะ นิวคาสเซิ่ล และ เอฟเวอร์ตัน เขาก็ซัดประตูที่ 2 ของทีมได้อย่างเด็ดขาด

ตอนนี้แฟนผีแดงหวังให้เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมโดยเร็ว และแทบทุกคนต่างเห็นตรงกันแล้วว่าดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้ ควรเป็น 11 ตัวจริงของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยาวๆ

 

กองหน้า : คัลลั่ม วิลสัน (บอร์นมัธ)

หัวหอกวัย 26 ปีระเบิดฟอร์ม ยิง 3 แอสซิสต์ 2 ในเดือนที่ผ่านมา จนตอนนี้ซัดในลีกไปแล้ว 5 ประตู เกาะกลุ่มลุ้นดาวซัลโวอีกคน และทำให้อันดับของ บอร์นมัธ ขึ้นไปถึงที่ 6 ด้วยผลงาน ชนะ 3 เสมอ 1 ในเดือนตุลาคม

ฟอร์มของ วิลสัน เข้าตากรรมการสุดๆ ในเกมนัดเยือน เพราะนัดบุกถล่ม วัตฟอร์ด 4-0 ก็ทำผลงานยิง 1 จ่าย 1 ก่อนจะมากดเบิ้ลคนเดียว 2 ลูก นัดล่าสุดที่บุกถล่ม ฟูแล่ม 3-0


กองหน้า : ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง (อาร์เซน่อล)

ตอนนี้หัวหอกกัปตันทีมชาติกาบอง กลายเป็นดาวซัลโวร่วมกับ เอแด็น อาซาร์ ด้วยการยิงไป 7 ประตูในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้แล้ว หลังจาก โอบาเมย็อง ระเบิดฟอร์มโหดสุดๆ ในเดือนตุลาคม ด้วยการซัดคนเดียวไปถึง 5 ประตู

หากนับผลงานตั้งแต่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาล่าตาข่ายกับ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนมกราคม โอบาเมย็อง ยิงในพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 17 ประตู จากการลงสนามรวมกันเพียง 1,752 นาที เท่านั้น 

สถิติดังกล่าว ทำให้ดาวยิงวัย 29 ปีรายนี้ มีเปอร์เซ็นต์ยิงเฉลี่ยต่อนาทีสูงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกทันที (1 ประตูทุกๆ 103.1 นาที) หากนับเฉพาะผู้เล่นที่ยิงได้อย่างน้อย 10 ลูกของลีกสูงสุดอังกฤษ

 

ผู้จัดการทีม : เอ็ดดี้ ฮาว (บอร์นมัธ)

พาทีมเก็บไปถึง 10 แต้ม จาก 12 คะแนนเต็มในเดือนตุลาคม โดยยิงรวมกันถึง 9 ประตู ถือเป็นมาตรฐานที่สุดยอดมากสำหรับทีมเล็กๆ อย่าง บอร์นมัธ

ด้วยผลงานตอนนี้ ที่ทีมตามหลังอันดับ 4 แค่แต้มเดียว หาก ฮาว พาทีมรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โอกาสทำอันดับไปลุยฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าได้ ก็ไม่ใช่เรื่องเกินฝันเลย