อาซาร์ฮอตสุด!! เรือใบติด 4 คน ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์เดือนกันยา โดย Balltoro

1 year ago
1,879 reads • 444 shares
อาซาร์ฮอตสุด!! เรือใบติด 4 คน ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์เดือนกันยา โดย Balltoro
โดย:

11 นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนกันยายน 2018 จัดโดยทีมงาน Balltoro

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่านมาแล้ว 2 เดือน ถือว่าการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ยังน่าติดตามทุกสัปดาห์ เมื่อตำแหน่งจ่าฝูงพร้อมสลับกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี ตลอด

ในเดือนกันยายน ทั้ง 3 ทีมนำยังรักษาสถิติไร้พ่ายไว้ได้ต่อไป ขณะที่ทีมอย่าง อาร์เซน่อล ก็ฟอร์มแรงขึ้นมาจนน่าจับตามอง ส่วนน้องใหม่อย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ก็เก็บไปถึง 10 แต้มแบบเซอร์ไพรส์

และนี่คือ 11 นักเตะที่ผลงานยอดเยี่ยมที่สุด จากการคัดเลือกโดยทีมงานของเรา...

 

ผู้รักษาประตู : รุย ปาทริซิโอ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส)

นายด่านมือหนึ่งทีมชาติโปรตุเกส เจ้าของเสื้อเบอร์ 11 ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน สามารถเก็บคลีนชีตถึง 3 นัด เสียไปแค่ลูกเดียว ช่วยให้ทีมหมาป่าไม่แพ้ใครเลยในเกมลีกเดือนที่ผ่านมา

รุย ปาทริซิโอ ทำสถิติเซฟรวมกันถึง 16 ครั้ง ในเดือนกันยายน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 นัดหลังสุดที่บุกเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเปิดบ้านชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน เขาเซฟไม่ต่ำกว่านัดละ 5 ครั้ง

 

แบ็กขวา : แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส)

คือแบ็กขวาที่โดดเด่นที่สุดในพรีเมียร์ลีกเดือนกันยายนอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทั้ง 4 นัดที่ดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ลงครบ 90 นาที เขาช่วยให้ต้นสังกัดไม่แพ้เลย เสียไปเพียงประตูเดียว แถมทำแอสซิสต์อีกถึง 2 ลูก

โดเฮอร์ตี้ ที่รับบทวิงแบ็กขวาให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในระบบ 3-5-2 สามารถสร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 9 ครั้ง และยังเล่นเกมรับได้เหนียวแน่น เมื่อดักตัดบอลได้ถึง 8 หนด้วยกัน


เซนเตอร์แบ็ก : ชโคดราน มุสตาฟี่ (อาร์เซน่อล)

ปราการหลังชาวเยอรมัน ทำสถิติเคลียร์บอลทิ้งรวมกันตลอดเดือนถึง 22 ครั้ง ซึ่งมากกว่านักเตะทีมปืนใหญ่ทุกคน และยังเติมขึ้นไปทำประตูได้ด้วยในนัดบุกชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-2

มุสตาฟี่ คือหัวใจสำคัญอันดับหนึ่งในแนวรับของ อาร์เซน่อล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส บาดเจ็บ แต่ 2 เกมหลังสุด ที่พบกับ เอฟเวอร์ตัน และ วัตฟอร์ด เขาช่วยให้ทีมไม่เสียประตูทั้ง 2 นัด


เซนเตอร์แบ็ก : อายเมอริค ลาปอร์กต์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศส ยังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้ในเกมลีก นับตั้งแต่ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคม

ในพรีเมียร์ลีกเดือนที่ผ่านมา ลาปอร์กต์ ลงสนามแบบเต็มเกมครบทุกนัดให้ทีมเรือใบสีฟ้า พาทีมชนะรวด เก็บคลีนชีตไปถึง 3 นัด

แม้ดาวเตะวัย 24 จะไม่ได้เข้าปะทะมากมายนัก แต่เขาเล่นด้วยชั้นเชิงที่แน่นอน แถมมีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพการผ่านบอล ซึ่งแม่นยำเฉลี่ยนัดละไม่ต่ำกว่า 90%

 

แบ็กซ้าย : จอนนี่ กาสโตร (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส)

วิงแบ็กซ้ายสแปนิช เพิ่งทำประตูแรกในฤดูกาลนี้ เมื่อเติมขึ้นไปยิงปิดท้ายพา วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดบ้านชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ในเกมส่งท้ายเดือนกันยายน

จอนนี่ มีจุดเด่นที่การวิ่งขึ้นลงตลอดเกมด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง เขาเข้าปะทะสำเร็จถึง 11 ครั้ง จาก 4 เกมหลัง และเติมขึ้นไปหาโอกาสลุ้นทำประตูเองอีกถึง 6 ครั้ง ด้วยกัน

 

ปีกขวา : ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ดาวเตะตัวจี๊ดทีมชาติอังกฤษ มีส่วนกับการทำประตูของทีมทุกนัดในพรีเมียร์ลีกเดือนที่ผ่านมา โดยยิงได้ทั้ง 3 เกมที่เล่นที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งพบกับ นิวคาสเซิ่ล, ฟูแล่ม และ ไบรท์ตัน บวกกับทำแอสซิสต์ไปอีก 2 ครั้งจาก 4 เกมที่ผ่านมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานนัดล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ ไบรท์ตัน 2-0 นั้น เจ้าตัวเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วยการ ยิง 1 จ่าย 1 ด้วย


กองกลาง : แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

จากที่ปีก่อนเป็นตัวสำรองบ่อยกว่าตัวจริง มาปีนี้ดาวเตะจอมเทคนิคทีมชาติโปรตุเกส ได้โอกาสลงสนามมากขึ้นจากการบาดเจ็บของ เควิน เดอ บรอยน์ เมื่อได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกครบทั้ง 7 นัด และเป็นตัวจริงถึง 6 เกม

แบร์นาร์โด้ สามารถสร้างโอกาสทำประตูให้ทีมเรือใบสีฟ้าถึง 12 ครั้ง จาก 3 เกมหลังสุดที่เขาลงตัวจริงในลีก และอยู่ในสนามครบ 90 นาที

โดยท็อปฟอร์มสุดขีด วันที่พา แมนฯ ซิตี้ บุกยำใหญ่ คาร์ดิฟฟ์ 5-0 เพราะ ยิง 1 จ่าย 1 คว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

 

กองกลาง : กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน (เอฟเวอร์ตัน)

แม้เดือนกันยายน เอฟเวอร์ตัน จะผลงานไม่ดีนัก เพราะเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีกเพียงนัดเดียว แต่ในแง่ผลงานส่วนตัว ดาวเตะทีมชาติไอซ์แลนด์โชว์ฟอร์มโดดเด่น ด้วยการยิงไปถึง 3 ประตู

ซิกูร์ดส์สัน 
สร้างโอกาสทำประตูให้ทีมทอฟฟี่มากถึง 9 ครั้ง จาก 2 นัดหลังสุด โดยเขาทำประตูได้ในเกมแพ้ เวสต์แฮม คาบ้าน 1-3 ก่อนจะมาท็อปฟอร์มสุดๆ ในนัดถล่ม ฟูแล่ม 3-0 ที่เหมาคนเดียว 2 ประตู และสร้างโอกาสถึง 5 หน

 

ปีกซ้าย : เอแด็น อาซาร์ (เชลซี)

เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนกันยายน เพราะระเบิดฟอร์มซัดไปถึง 5 ประตู จนแซงขึ้นมานำดาวซัลโวแบบเดี่ยวๆ ด้วยยอดสะสมประตู 6 ลูก ในลีกตอนนี้

ผลงานมาสเตอร์พีซในเดือนกันยายนของ อาซาร์ คือการระเบิดฟอร์มกดแฮตทริกพา เชลซี แซงถล่ม คาร์ดิฟฟ์ 4-1 และการซัดประตูสำคัญให้ทีมขึ้นนำ ลิเวอร์พูล ในเกมนัดล่าสุด ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แบบที่ทีมน่าชนะ

นี่ยังไม่นับรวมเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่กัปตันทีมชาติเบลเยียมโชว์ความมหัศจรรย์ ลากแหวกแนวรับหงส์แดงเข้าไปกดเต็มข้อเสียบเสาสอง เขี่ย ลิเวอร์พูล ตกรอบคาแอนฟิลด์ แต่แค่ผลงานในลีก ชัดเจนว่าชั่วโมงนี้ อาซาร์ คือนักเตะที่ดีที่สุดจริงๆ

 

กองหน้า : เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ถึงดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา จะทำประตูในพรีเมียร์ลีกเดือนกันยายนเพียง 2 ลูก แต่เขาก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูครบทั้ง 4 นัด ซึ่งต้นสังกัดชนะ 100%

อเกวโร่ แอสซิสต์ในเกมที่เจอกับ นิวคาสเซิ่ล และ ฟูแล่ม นัดละ 1 ลูก ก่อนซัด 2 เกมติดในนัดบุกเยือน คาร์ดิฟฟ์ และเปิดบ้านพบ ไบรท์ตัน


กองหน้า : อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ (อาร์เซน่อล)

นับตั้งแต่ที่ อูไน เอเมรี่ ส่งหัวหอกชาวฝรั่งเศสรายนี้ลงตัวจริงทุกนัดในเกมลีก ผลงานของทีมปืนใหญ่ก็ดีวันดีคืน ชนะรวด 100% จนขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตาราง

ลากาแซ็ตต์ คือฮีโร่ตัวจริงในเกมบุกชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-2 เมื่อทำผลงานยิง 1 จ่าย 1 ก่อนจะซัดย้ำชัยในเกมเปิดบ้านชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0

ขณะที่นัดล่าสุดที่ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 อดีตดาวยิง โอลิมปิก ลียง มีส่วนกับทั้ง 2 ประตูที่ได้ เมื่อเข้าชาร์จไปโดนคู่แข่งทำเข้าประตูตัวเอง ก่อนแอสซิสต์ให้ เมซุต โอซิล ซัดย้ำชัย


ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส)

ถึงแม้ว่า อาร์เซน่อล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือ 2 ทีมที่ชนะ 4 นัดรวดในเดือนกันยายน แต่ทีมที่ทำผลงานน่าชื่นชมมากที่สุดคือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

กุนซือชาวโปรตุกีสสามารถพาทีมน้องใหม่เอาชนะ เวสต์แฮม, เบิร์นลี่ย์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้แบบไม่เสียประตู และบุกไปเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยทั้ง 4 นัดเขาค้นพบรูปแบบการเล่น และนักเตะชุดที่ดีที่สุด ซึ่งทีมใหญ่บางทีมยังหาไม่เจอด้วยซ้ำ

ตอนนี้ วูล์ฟส์ มีแต้มห่างโซนตกชั้นถึง 10 คะแนน เป้าหมายอยู่รอดปลอดภัยถือว่าสดใสมาก และมีโอกาสลุ้นทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้เลย หากยังรักษามาตรฐานไว้ได้