ใครจะชิงทีมแรก? 5 ประเด็นน่าจับตา บิ๊กแมตช์รอบรองบอลโลก ฝรั่งเศส บู๊ เบลเยียม

4 months ago
2,065 reads • 1,429 shares
ใครจะชิงทีมแรก? 5 ประเด็นน่าจับตา บิ๊กแมตช์รอบรองบอลโลก ฝรั่งเศส บู๊ เบลเยียม
โดย:

5 ประเด็นที่น่าจับตา ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส พบ เบลเยียม

หลังจากศึก ฟุตบอลโลก 2018 หยุดพักกันไป 2 วัน ค่ำคืนนี้ก็จะกลับมาฟาดแข้งเกมสำคัญกันต่อ ซึ่งมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว

คู่แรกที่จะหวดกันในคืนวันอังคาร ถือเป็นนัดหยุดโลกที่แฟนบอลห้ามพลาดเลยทีเดียว เมื่อ ฝรั่งเศส แชมป์โลกปี 1998 จะพบกับ เบลเยียม ชุดที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์

และก่อนจะไปลุ้นบิ๊กแมตช์คู่นี้ ที่จะคิกออฟกันช่วงดึก (ตีหนึ่งคืนวันอังคาร ตามเวลาไทย) ไปดูกันว่า 5 ประเด็นที่น่าสนใจ และต้องจับตามองของเกมมีอะไรบ้าง?

 

1. นี่คือการเจอกันของ 2 ทีมที่ดีที่สุด!!

ว่ากันว่าเกมนัดนี้แทบจะเป็น "นัดชิงชนะเลิศ" ก็ว่าได้ เพราะใครๆ ต่างก็มองว่า 2 ทีมนี้ ล้วนแข็งแกร่งกว่า โครเอเชีย และ อังกฤษ ซึ่งจากผลงานในรอบที่ผ่านๆ มา 2 ทีมนี้ก็เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีกว่าใครในทัวร์นาเมนต์จริงๆ

เบลเยียม คือทีมเดียวที่ชนะทุกนัดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ ฝรั่งเศส ก็เสมอแค่เกมเดียว นัดที่พบกับ เดนมาร์ก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พวกเขาเข้ารอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว

โดยทั้งคู่ต่างชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่งในรอบน็อกเอาต์ 2 นัดที่ผ่านมา โดยไม่ต้องยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาเลยด้วย

แม้ชื่อชั้นและประสบการณ์ของ ฝรั่งเศส จะเหนือกว่านิดๆ แต่ เบลเยียม ก็อยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม โดยไม่แพ้ใครรวมทุกรายการมานานถึง 24 นัดติดต่อกัน (ชนะ 19 เสมอ 5)

เรียกได้ว่าผลการแข่งขันคาดเดาได้ยากมาก เพราะออกได้ทุกหน้าจริงๆ

 

2. หากเบลเยียมชนะ จะเข้าชิงหนแรกในประวัติศาสตร์!!

การเอาชนะเต็งหนึ่งอย่าง บราซิล 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้ เบลเยียม ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 ที่ได้อันดับ 4

โดย 32 ปีที่แล้ว นั่นคือครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ เบลเยียม ไปไกลถึงรอบตัดเชือกของทัวร์นาเมนต์ลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นหมายความว่า ทีมปีศาจแดงยุโรป ยังไม่เคยไปไกลถึงนัดชิงมาก่อนเลย

ส่วน ฝรั่งเศส ผ่านเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งที่ 5 ต่อจากปี 1958, 1982, 1986, 1998 และ 2006 โดยทีมตราไก่สามารถเข้าชิงได้ตลอด 2 ครั้งหลังสุด ที่เดินทางมาถึงรอบนี้

 

3. ชิรูด์ จะยิงประตูได้หรือยัง?

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งเป็นกองหน้าตัวเป้าอันดับหนึ่ง ที่ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ กุนซือทีมตราไก่เลือกส่งลงเป็นตัวจริง ยังไม่สามารถทำประตูได้เลยในบอลโลกปีนี้

ทั้งที่แนวรุกที่สนับสนุนเขาอย่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ อ็องตวน กรีซมันน์ ต่างกดไปแล้วคนละ 3 ลูก ส่วนกองหน้าตัวเป้าของอีก 3 ชาติที่เข้ารอบรองชนะเลิศมาด้วยกัน ทั้ง แฮร์รี่ เคน, โรเมลู ลูกากู และ มาริโอ มานด์ซูคิช ก็มีสกอร์ที่รัสเซียกันแล้วทุกคน

เดส์ช็องส์ ยืนยันว่าเขายังเชื่อมั่นในตัวของ ชิรูด์ เหมือนเดิม และจะให้เป็นตัวจริงต่อไปแน่นอน ว่าแล้วก็น่าจับตามองมากทีเดียว ว่าดาวยิงรูปหล่อจากเชลซีคนนี้ จะหยุดสถิติปืนฝืดได้ซะทีหรือยัง

 

4. เบลเยียม จะปรับหมากอย่างไร เมื่อไร้ "เมอนิเย่ร์"

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือของ เบลเยียม ต้องเจอปัญหาในการจัดทีม เพราะ โธมัส เมอนิเย่ร์ แบ็กขวาตัวหลักจะลงสนามไม่ได้ เพราะติดโทษแบน

ตรงกันข้ามกับ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ กุนซือทีมตราไก่ ที่จะได้ แบลส มาตุยดี้ พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมลงตัวจริงทางฝั่งซ้าย และน่าจะทำให้ เดส์ช็องส์ กลับไปใช้ทีมชุดเดียวกับนัดชนะ อาร์เจนตินา 4-3 ในรอบ 16 ทีม

ส่วน มาร์ติเนซ ก็ยังน่าจะยึดระบบหลัง 3 ไว้ต่อไป เพราะใช้มาตลอดทัวร์นาเมนต์ โดย ยานนิค การ์ราสโก้ มีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งวิงแบ็กซ้าย แล้วโยก นาเซอร์ ชาดลี่ ไปฝั่งขวาแทน เมอนิเย่ร์ 

ที่น่าจับตาก็คือ การเจอทีมแกร่งอย่าง ฝรั่งเศส จะทำให้ เบลเยียม ใช้แผนให้ โรเมลู ลูกากู ฉีกออกไปยืนประจำการทางฝั่งขวา เพื่อเปิดทางให้ เอแด็น อาซาร์ กับ เควิน เดอ บรอยน์ ได้ตะลุยขึ้นหน้าเต็มที่ เหมือนที่ใช้ได้ผลมาแล้วในเกมล้ม บราซิล 2-1 หรือไม่


5. จับตา "ก็องเต้" หยุดเพื่อนซี้ "อาซาร์"

หนึ่งในจุดตัดสินผลการแข่งขันก็คือ ฝรั่งเศส จะหยุดตัวทำเกมรุกที่สำคัญที่สุดของ เบลเยียม อย่าง เอแด็น อาซาร์ ได้หรือไม่

และคนที่จะรับหน้าที่จัดการกับสตาร์จาก เชลซี ก็คือตัวตัดเกมคนเก่งเพื่อนร่วมสังกัดของ อาซาร์ อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นั่นเอง

ในขณะที่ อาซาร์ คือผู้เล่นที่เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งมากที่สุด (22 ครั้ง) ในบรรดานักเตะที่เหลืออยู่ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ทางด้าน ก็องเต้ ก็คือนักเตะที่ตัดบอลได้มากที่สุด (17 ครั้ง) เช่นเดียวกัน

อาซาร์ ได้กล่าวยกย่อง ก็องเต้ ที่จะต้องกลายมาเป็นคู่แข่งของเขาในคืนนี้ว่า เป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลก และถ้าหากมิดฟิลด์ร่างเล็กทำผลงานได้ดี โอกาสที่ ฝรั่งเศส จะชนะมีสูงถึง 95% เลยทีเดียว

 

แม้เกมคู่ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ เบลเยียม จะเตะกันดึกพอสมควร (คิกออฟตีหนึ่ง) แต่เชื่อว่าด้วยความเป็นบิ๊กแมตช์ และมีตั๋วนัดชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนจะต้องยอมนอนดึก เพื่อลุ้นเกมคู่นี้อย่างแน่นอน