ห้ามพลาดสักข้อ!! 5 สถิติต้องมีถ้าอยากเป็นแชมป์ไทยลีก

2 months ago
2,274 reads • 1,653 shares
ห้ามพลาดสักข้อ!! 5 สถิติต้องมีถ้าอยากเป็นแชมป์ไทยลีก
โดย:

ทีมแชมป์ไทยลีก 8 ปีหลังสุด ต้องมี 5 สถิตินี้เหมือนกัน

ศึกไทยลีก 2018 ผ่านมาแล้ว 6 นัด ก่อนพักเบรกให้ ทีมชาติไทย ลุยฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ถึงตอนนี้ก็เริ่มเห็นบ้างแล้วว่าทีมไหนน่าจะอยู่ในทีมที่จะลุ้นแชมป์กันบ้าง

จากการลองไล่ดูสถิติที่ผ่านมาของทีมแชมป์ไทยลีกตั้งแต่ปี 2010 มาจนถึงปีที่แล้ว นี่คือ 5 สถิติที่บ่งบอกว่า ทีมที่หวังคว้าแชมป์ต้องมี!!

 

ต้องมีช่วงไร้พ่ายอย่างน้อย 9 นัด

ตั้งแต่ปี 2010 ถึงปัจจุบัน มีแชมป์ไทยลีกที่ไร้พ่ายทั้งซีซั่นถึง 3 ครั้ง นั่นคือ เมืองทอง ปี 2012 และ บุรีรัมย์ ปี 2013 กับ 2015

การรักษาสถิติไม่แพ้เป็นระยะเวลายาวนาน คือการบ่งบอกมาตรฐานที่แข็งแกร่ง ยากจะหาใครมาล้มได้ โดยทีมแชมป์ทุกสมัยตั้งแต่ปี 2010 ต่างมีช่วงที่ทำสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 9 นัดระหว่างซีซั่น

โดยเฉพาะปี 2017 ทัพปราสาทสายฟ้า ไม่แพ้ใครยาวนานถึง 21 เกมก่อนคว้าแชมป์ตั้งแต่ยังไม่ถึงนัดสุดท้ายด้วยซ้ำ

และในเวลานี้ บุรีรัมย์ คือทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในไทยลีก 2018 หากจากสถิติพวกเขาขออีกแค่ 3 นัดก็จะเข้าข่ายแชมป์ได้แบบสบายๆแล้ว

จากสถิตินี้ พอจะกล่าวได้ว่า ทีมใดก็ตามที่ทำผลงานไม่แพ้ใครได้ยิ่งนาน ยิ่งมีลุ้นแชมป์!!

 

สถิติไม่แพ้ติดต่อกันของแชมป์ไทยลีก 8 ปีหลังสุด

2017 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด - ไม่แพ้ใคร 21 นัดติดต่อกัน (ยังไม่แพ้จนถึงปัจจุบัน)

2016 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด - ไม่แพ้ใคร 14 นัดติดต่อกัน   

2015 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด - แชมป์ไร้พ่าย

2014 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด - ไม่แพ้ใคร 19 นัดติดต่อกัน

2013 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด - แชมป์ไร้พ่าย

2012 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด - แชมป์ไร้พ่าย

2011 : บุรีรัมย์ พีอีเอ - ไม่แพ้ใคร 17 นัดติดต่อกัน

2010 : เมืองทอง ยูไนเต็ด - ไม่แพ้ใคร 9 นัดติดต่อกัน

 

ต้องเสียน้อยที่สุด

เกมรับก็ถือเป็นอีกอย่างที่ทีมแชมป์ต้องมีมีความแข็งแกร่ง และช่วยทีมให้เสียประตูน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

จากสถิติแล้วตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา แชมป์ไทยลีกจะเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดของทุกฤดูกาล เรียกได้ว่า 8 ปีหลังมานี้ เจ้าของแชมป์คือเบอร์หนึ่งด้านรับอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะซีซั่น 2011 ทีมปราสาทสายฟ้า ที่ขณะนั้นยังใช้ชื่อทีมว่า บุรีรัมย์ พีอีเอ เสียไปเพียง 15 ประตูจาก 34 นัด ถือเป็นทีมแชมป์ที่เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก ชลบุรี เอฟซี ที่เสียแค่ 14 ลูกในปี 2008 เพียงทีมเดียวเท่านั้น นับตั้งแต่ฟุตบอลลีกของไทยรีแบรนด์ใหม่

สถิติจำนวนการเสียประตูของทีมแชมป์ 8 ปีหลังสุด

2017 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 22 ประตู

2016 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 24 ประตู

2015 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 24 ประตู

2014 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 26 ประตู

2013 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสีย 23 ประตู

2012 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 31 ประตู

2011 : บุรีรัมย์ พีอีเอ 15 ประตู

2010 : เมืองทอง ยูไนเต็ด เสีย 19 ประตู

 

ต้องไม่แพ้ในเกมประเดิมสนาม

“เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” แต่กลับกัน หากประเดิมซีซั่นด้วยความพ่ายแพ้ตั้งแต่นัดแรก ความมั่นใจที่เตรียมมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นอาจหายไปเลยก็ได้

เจ้าของแชมป์ไทยลีก 8 ครั้งหลัง มักออกสตาร์ทได้ดีเสมอ เมื่อเปิดหัวซีซั่นด้วยการคว้า 3 แต้มเต็มเกือบทุกปี มีเพียง 2 ปีเท่านั้นที่พวกเขาทำได้แค่เสมอ

ในปี 2013 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-1 และปีที่แล้ว บุรีรัมย์ ก็เปิดบ้านเสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2

สำหรับทีมลุ้นแชมป์ และกลุ่มหัวตารางในปีนี้ก็จะเหลือเพียง บุรีรัมย์, สุโขทัย, การท่าเรือ, เมืองทอง และ เชียงราย เท่านั้นที่ออกสตาร์ทด้วยการไม่แพ้

สถิติการประเดิมสนามไทยลีกของทีมแชมป์ 8 ปีหลังสุด

2017 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-2 ชลบุรี เอฟซี (เหย้า)

2016 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-0 (เยือน)

2015 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ การท่าเรือ เอฟซี 2-0 (เหย้า)

2014 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ สงขลา ยูไนเต็ด 3-0 (เหย้า)

2013 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-1 (เยือน)

2012 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนะ บีอีซี เทโรศาสน 2-1 (เหย้า)

2011 : บุรีรัมย์ พีอีเอ ชนะ บีอีซี เทโรศาสน 2-1 (เยือน)

2010 : เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 2-1 (เยือน)

 

ต้องมีดาวยิงตัวท็อป

ศึกไทยลีก 8 ครั้ง ที่ผ่านมา มีถึง 5 ครั้ง ที่ตำแหน่งดาวซัลโวตกเป็นของทีมแชมป์

มีเพียง 3 ครั้งเท่านั้นที่ เจ้าของสถิติยิงเยอะสุด คือนักเตะทีมอื่น ได้แก่ เฮเบอร์ตี้ แฟร์นันเดส (ราชบุรีฯ) ที่ยิงไปถึง 26 ประตู ในปี 2014, ปี 2010 ลูโดวิค ทาคาม (พัทยาฯ) ยิงไป 17 ประตู และปี 2017 ดราแกน บอสโควิช (แบงค็อก) ยิงไป 38 ประตู

แต่ถึงอย่างนั้น ใน 3 ปีดังกล่าว ดาวซัลโวสูงสุดของทีมแชมป์ ก็ติดอยู่ในชาร์ทดาวซัลโว 2 อันดับแรก

เมื่อมองถึงตอนนี้ก็มีทั้ง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ก็นำอยู่แบบเดี่ยวๆ โดยทิ้งดาวยิงทีมยักษ์ใหญ่ของ เมืองทอง, แบงค็อก และ เชียงราย อยู่พอสมควรเหมือนกัน

 

สถิติดาวซัลโวประจำทีมแชมป์ไทยลีก 8 สมัยหลังสุด

2017 : ชาช่า (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) 34 ประตู - รองดาวซัลโว

2016 : เคลตัน ซิลวา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) 27 ประตู - ดาวซัลโวลีก

2015 : ดิโอโก หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) 33 ประตู - ดาวซัลโวลีก

2014 : ฆาเบียร์ ปาตินโญ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) 21 ประตู - รองดาวซัลโวลีก

2013 : คาร์เมโล่ กอนซาเลซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) 23 ประตู - ดาวซัลโวลีก

2012 : ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) 24 ประตู - ดาวซัลโวลีก

2011 : แฟรงค์ โอฮันด์ซ่า (บุรีรัมย์ พีอีเอ) 19 ประตู - ดาวซัลโวลีก

2010 : ดักโน่ เซียก้า (เมืองทอง ยูไนเต็ด) 15 ประตู - รองดาวซัลโวลีก

 

อย่างน้อยต้องเกือบ 80 แต้ม!!

แน่นอนว่าการเป็นแชมป์ลีกปัจจัยง่ายๆ เลยนั่นก็คือทำแต้มให้มากกว่าทุกทีม แต่ในไทยลีกตลอด 8 ปี ที่ผ่านมาเรียกได้ว่ามาตรฐานค่อนข้างสูงทีเดียว

หลังมีถึง 5 ปีที่แชมป์ลีกมีแต้มทะลุ 80 คะแนน โดยเฉพาะปีที่แล้ว บุรีรัมย์ เพิ่งสร้างสถิติใหม่ทำแต้มสูงสุดตลอดกาลไทยลีกไว้ที่ 86 คะแนนเลยทีเดียว

มีเพียงปี 2010 ปีเดียวเท่านั้นที่ทีมแชมป์อย่าง เมืองทอง ทำแต้มได้ไม่ถึง 70 คะแนน นั่นอาจเป็นเพราะในตอนนั้นไทยลีกมีเพียง 16 ทีมทำให้แมตช์การแข่งขันหายไปถึง 4 นัดเต็มๆ

ส่วนในปี 2018 เรายังคงต้องลุ้นกันอีกนานเลยทีเดียว เพราะตอนนี้เพิ่งลงเล่นกันไปเพียง 6 เกมเท่านั้น เอาเป็นว่าช่วงปลายๆ เลกเราค่อยกลับมาดูกันใหม่แล้วกัน

 

สถิติคะแนนทีมแชมป์ไทยลีก 8 ปีหลังสุด

2017 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 86 แต้ม

2016 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 80 แต้ม

2015 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 84 แต้ม

2014 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 79 แต้ม

2013 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 78 แต้ม

2012 : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 84 แต้ม

2011 : บุรีรัมย์ พีอีเอ 85 แต้ม

2010 : เมืองทอง ยูไนเต็ด 67 แต้ม

  

คงต้องยอมรับเลยว่าหากทีมไหนที่สามารถทำสถิติ 5 อย่างนี้ครบแล้วก็เหมาะสมแล้วล่ะที่จะครองแชมป์ไทยลีกไปครอง

เพราะแน่นอนว่าต้องเป็นทีมที่ครบเครื่องทั้งเกมรุก และเกมรับ แถมมีฟอร์มที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปี 2018

และสุดท้ายเรามาลองดูกันว่า ทีมไหนจะคว้าแชมป์ปีนี้ไปครอง และที่สำคัญทีมที่ครองถ้วยไทยลีก 2018 จะยังมีสถิติ 5 อย่างนี้ครบถ้วนต่อไปหรือเปล่า??