ต้องรีบแก้ด่วน!! 5 ปัจจัยทำ เมืองทอง อยู่ในช่วงวิกฤติ

6 months ago
6,664 reads • 5,138 shares
ต้องรีบแก้ด่วน!! 5 ปัจจัยทำ เมืองทอง อยู่ในช่วงวิกฤติ
โดย:

5 เหตุผลที่ทำให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ ในไทยลีก 2018

หลายคนคงสงสัยกันเป็นแถวว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่บุกไปโดน พีที ประจวบ เอฟซี ถล่มยับถึง 6-1

แถมตอนนี้พวกเขาออกสตาร์ท 5 นัดแรกได้แย่ที่สุดนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเทียบเท่ากับปี 2011 ที่มีเพียง 7 แต้มเท่านั้น (ปีนี้ประตูได้เสียแย่กว่า)

และอะไรคือปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ กิเลนผยอง 2018 เข้าสู่ช่วงวิกฤติของทีม เราลองไปดูกัน??

 

1. ไม่ลองให้โอกาส ประสิทธิ์ ผดุงโชค

เมืองทอง เลือกใช้ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ขึ้นเป็นมือหนึ่งแทน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ย้ายไปค้าแข้งเบลเยียมตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น

และเลือกเก็บ ประสิทธิ์ ผดุงโชค ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในปี 2017 จนมีชื่อติด ทีมชาติไทย ไว้เป็นสำรองยาวไปซะอย่างงั้น

โดยแฟนบอลส่วนใหญ่ยกให้ เจ้าไอซ์ เหนียวกว่าอยู่แล้ว แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กไปสักนิดทำให้เจ้าตัวมีปัญหาลูกกลางอากาศอย่างชัดเจนอย่างเกมกับ ประจวบ ก็โดนลูกโยนเล่นงานไป 3 ดอกเต็มๆ

เมื่อ กัมพล อยู่ในช่วงขาดความมั่นใจบางที ประสิทธิ์ อาจจะมาช่วยตรงนี้ให้ดีขึ้นก็ได้ แต่จากรูปเกมที่เห็น แนวรับก็ควรจะโดนตำหนิเช่นกันเพราะการปล่อยให้คู่แข่งมาล่อเป้าบ่อยๆ แบบนี้บางทีก็น่าเห็นใจผู้รักษาประตูจริงๆ

 

2. ยึดชุดเดิมมากเกินไป

กิเลนผยอง 2018 เลือกใช้ สารัช อยู่เย็น, ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ชาริล ชัปปุยส์ และ เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส เป็นแกนหลักมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นยาวมาในลีก

แบบที่ไม่ว่าฟอร์มจะตกแค่ไหนก็ยังได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีตัวสำรองอย่าง รัชพล นาวันโน, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ หรือ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ที่น่าส่งมาเปลี่ยนรูปแบบดูบ้าง

จริงอยู่ที่ตัวสำรองของ กิเลนผยอง ทดแทนตัวจริงแทบไม่ได้เลย แต่การยึดติดอะไรเดิมๆ มากเกินไป บางทีก็จะส่งผลเสียโดยตรงกับทีมอย่างงี้แหละ

 

3. ปล่อยตัวท็อปเพียบ

เอาแค่เสีย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไปในช่วงเลกสองของปี 2017 ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าส่งผลโดยตรงแค่ไหนต่อ เมืองทอง หลังจากนำจ่าฝูงอยู่ดีๆ ก็ปล่อยแชมป์หลุดมือให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปซะอย่างงั้น

ยิ่งปีนี้การปล่อย 3 ตัวทีเด็ดอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ออกไปอีก ยิ่งส่งผลชัดเจนโดยเฉพาะตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ตอนนี้บอกเลยว่ายังหาใครมาแทนไม่ได้เลย

ตัดมาที่กองหน้า เมืองทอง ที่หวังดัน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่กำลังฟอร์มดีช่วงปรีซีซั่นมาแทน เทพมุ้ย ก็กลับมาเจ็บหนักพักยาวไปซะอีก

แม้ในทีมจะมีนักเตะชื่อดังอยู่อีกเกือบทั้งทีม แต่บอกได้เลยว่ายังไม่มีใครแทน 4 คนที่ส่งไปค้าแข้งต่างแดนได้เลย!!

 

4. เสริมทัพไม่ตรงจุด

น่าแปลกที่ เมืองทอง เลือกเสริมทัพหลักๆ เพียง 3 คนเท่านั้นคือ ชาช่า, เจนรบ สำเภาดี และ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ ทั้งที่ปล่อยแข้งหลักออกไปเพียบ

โดยเฉพาะกองหลังที่ก่อนเปิดซีซั่นทั้ง นาอาโอกิ อาโอยามะ และ เซลิโอ ซานโต๊ส ก็มีข่าวเจ็บทั้งคู่ กลับเลือกเก็บไว้ทั้งสองคน และปล่อย ไบฮัคกี้ ไคซาน ไปให้ อุดรธานี ซะอย่างงั้น

และก็ชัดเลยว่าพวกเขาคิดผิด หลังทั้ง 2 คนยังไม่สามารถกลับคืนฟอร์มเดิมได้เลย แถมอายุก็ปาเข้าสู่เลขสามทั้งคู่แล้วด้วยยิ่งยากต่อการคืนฟอร์ม

ยิ่งการตัด อี โฮ ทิ้งจากทีมชุดไทยลีก ทั้งที่เป็นกองกลางต่างชาติคนเดียว ทำให้น่าคิดเหลือเกินว่าหากมีมิดฟิลด์พลังโสมที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ ACL น่าจะทำให้แดนกลางของ กิเลนผยอง นิ่ง และคุมจังหวะได้ดีกว่านี้หรือเปล่า

แต่ก็นั่นแหละถึงตอนนี้ เมืองทอง ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงประคองตัวให้ดีที่สุด และค่อยไปเร่งเสริมทัพกันใหม่ในช่วงปิดเลก!!

 

5. นักเตะไร้แรงกระตุ้น

เป็นอีกจุดที่โดนแฟนบอลตำหนิมากเหลือเกินสำหรับความกระหายของนักเตะในทีม เพราะดูแต่ละคนจะเล่นกับแบบไม่เห็นความมุ่งมั่นกันเสียเลย

ยิ่ง “โค้ชแบน” ออกมายอมรับหลังประกาศลาออกด้วยว่า “นักเตะในทีมขาดแรงจูงใจที่จะเล่นหรืออาจจะไม่มีความสุขในการเล่นหรือเปล่า รวมทั้งผมก็ไม่สามารถควบคุมน้องๆ ในทีมให้เล่นตามแท็กติกได้”

มันยิ่งชี้ชัดว่านี่แหละน่าจะเป็นต้นเหตุหลักๆ ที่ดูจะรุนแรงที่สุดแล้ว และบอกได้เลยว่าหากยังแก้จุดนี้ไม่ได้ ไม่ว่าใครจะมาคุมทีมก็คงยากที่จะกลับมาประสบความสำเร็จได้!!

 


ตอนนี้ก็ยังไม่มีบทสรุปว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเอาอย่างไรกับการลาออกของ ธชตวัน ศรีปาน

แต่บอกได้เลยว่า กิเลนผยอง คงต้องเร่งฟอร์มเก่งให้กลับมาไวที่สุด และหากเกมนัดหน้าที่จะพบ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด หากยังพลาดท่าอีกก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะตกลงไปอยู่ในโซนแดง!!