โฟกัสให้ตรงจุด!! เจาะจุดอ่อนแท้จริง ที่ทำให้เราต้องตกรอบฟุตบอลโลก

2 years ago
6,117 reads • 3,160 shares
โฟกัสให้ตรงจุด!! เจาะจุดอ่อนแท้จริง ที่ทำให้เราต้องตกรอบฟุตบอลโลก
โดย:

วิเคราะห์จุดอ่อนที่แท้จริงของทีมชาติไทย จากผลงานในคัดบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย

ควันหลงจากการที่ ทีมชาติไทย ปิดฉาก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดยไม่สามารถชนะใครได้เลยในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ถือว่ามีประเด็นมากมายที่ถูกพูดถึง

...ว่าต่อจากนี้ มิโลวาน ราเยวัช จะยกระดับทีมช้างศึกมากขึ้นไปได้แค่ไหน และอย่างไร?

แน่นอนว่าก่อนจะพัฒนาทีม เราต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้เราได้ตำแหน่งสุดท้ายของกลุ่ม และหมดลุ้นไปบอลโลกก่อนใครเพื่อนในรอบนี้

 

เราตกรอบ เพราะโดนโกงจริงหรือ?

"เราโดนโกง" กลายเป็นข้ออ้างสุดคลาสสิคเสมอ ในวันที่เราแพ้ ซึ่งนัดที่แฟนบอลโทษผู้ตัดสินมากที่สุด คือเกมแรกที่บุกพ่าย ซาอุดิอาระเบีย 1-0 และ 2 นัดที่พบกับ ออสเตรเลีย ทั้งเหย้าและเยือน

ธีรศิลป์ แดงดา ถูกปฏิเสธจุดโทษ แถมคู่แข่งรอดใบแดง ในจังหวะหลุดเดี่ยวไปโดนเจตนารวบล้ม เกมบุกเยือน ซาอุดิอาระเบีย และนัดล่าสุดที่บุกแพ้ทีมจิงโจ้ 2-1

ในทางตรงกันข้าม เรากลับเสียจุดโทษอย่างง่ายดาย ในเกมแพ้ ซาอุฯ 1-0 ที่ริยาด และโดน ออสเตรเลีย ตามตีเสมอ 2-2 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ลองสมมติว่าถ้าทั้ง 3 นัดดังกล่าว เราคว้าชัยชนะได้ทั้งหมด เราจะมีคะแนนเพิ่มขึ้นอีก 8 คะแนน 

ถ้าเป็นแบบนั้น เราจะมีคะแนนเป็น 10 แต้ม ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่งก็ยังไม่ช่วยให้พ้นจากอันดับสุดท้ายของกลุ่มอยู่ดี ในเมื่อ อิรัก ที่อยู่อันดับ 5 เก็บได้ 11 แต้ม

นั่นหมายความว่า ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา เรายังเป็นทีมที่ผลงานแย่ที่สุดของกลุ่มในรอบนี้

และจะว่าไป จุดโทษที่เราเสีย หรือเราอดได้ นอกจากชอตที่ ธีรศิลป์ โดนเสียบล้มในเกมล่าสุดแล้ว จังหวะปัญหาที่เหลือ ยังไม่สามารถใช้คำว่าผู้ตัดสินผิดพลาดได้เต็มปาก และบอกเลยว่า เราเองไม่ใช่ทีมเดียว ที่เสียประโยชน์จากการตัดสินของกรรมการ

ทุกทีมในโลก ล้วนเคยเจออะไรแบบนี้กันทั้งนั้น ถ้าวนเวียนกับการโทษผู้ตัดสิน คงไม่ต้องพัฒนาอะไรกันแล้ว

ทีนี้ตัดประเด็นกรรมการตัดสินไม่เป็นใจออกไป มาดูกันดีกว่า ว่าจุดอ่อนของเราคืออะไรกันแน่?

 

เปิดสถิติ มักเสียประตูท้ายเกมประจำ!!

ทีมช้างศึกเสียไปถึง 24 ประตู ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย มากกว่าทุกทีมที่เข้ามาถึงรอบนี้ และน่าสนใจตรงที่ว่า 10 ประตู เกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม

5 นัดหลังสุดของคัดบอลโลก ซึ่งล้วนเป็นเกมในปี 2017 ไม่มีนัดไหนที่เรารอดพ้นการเสียประตูในช่วง 7 นาทีสุดท้าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 นัดในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช คือเปิดบ้านเสมอ ยูเออี 1-1, แพ้ อิรัก 1-2 และบุกพ่าย ออสเตรเลีย 2-1 หากเราไม่โดนยิงในช่วงเวลาแบบนั้น จะสามารถเก็บแต้มได้เพิ่มถึง 4 แต้ม และทั้ง 3 นัดจะไม่มีเกมไหนที่เราแพ้เลย


นี่คือจุดที่ มิโลวาน ราเยวัช ต้องไปติวเข้มให้หนัก ทั้งในเรื่องสมาธิจนจบเกม, ระวังตัวอย่าทำฟาวล์ง่ายๆ และอย่าเป็นฝ่ายตั้งรับรอโดนบุกท่าเดียว!!

 

เราพร้อมเสียประตูทุกรูปแบบ

24 ประตู ที่โดนยิงมาจากแทบทุกสถานการณ์ ถ้าแยกย่อยไปอีก เราโดนส่องไกลจากนอกกรอบแบบหมดปัญญารับมาแล้ว ในวันที่บุกแพ้ ญี่ปุ่น 4-0

เกมนั้น ยูยะ คุโบะ ส่องประตูที่ 3 แต่จุดเริ่มต้นของประตูนั้นมาจาก "ลูกทุ่ม" และเรายืนตำแหน่งกันหลวม ปล่อยให้ทีมซามูไรเล่นเร็วแล้วยิงเข้าไปอย่างเฉียบคม

สมัยที่ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุมทีม เกมรับของเรายังไม่แน่นเท่าไรนัก จึงเสียถึง 4 ประตู จากการโดนสวนกลับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่บุกแพ้ ยูเออี 3-1 ไทยโดนพลิกสถานการณ์จากกำลังบุกหวังตีเสมอให้สกอร์เป็น 1-1 กลายเป็นเสียลูก 2-1 ที่ โอมาร์ อับดุลราห์มาน วางยาวทีเดียว อาลี มับคูต ได้หลุดเดี่ยวทันที

และช่วงทดเจ็บในเกมนั้น หลังจากเราโหมบุกหวังตีเจ๊าเป็น 2-2 แต่กลับโดนลูกที่ 3 เพราะกองหลังลอยสูงเกินไป จนลงไปรับไม่ทัน

 

"ลูกครอส" คือปัญหาหนักสุดของไทย

ในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช เราเน้นความรัดกุมขึ้น จึงไม่เสียประตูในจังหวะโต้กลับเร็ว ทว่าปัญหาการเสียประตูในจังหวะโอเพ่นเพลย์ หรือเซตพีซ ที่เป็นการเปิดบอลจากด้านข้างของคู่แข่ง ยังคงไม่หายไป

อารอน มอย มีพื้นที่และเวลาเหลือเฟือ ในการเปิดบอลจากกราบซ้ายให้ โทมี่ ยูริช โขกอย่างเหมาะเหม็งเป็นประตูแรกของ ออสเตรเลีย เมื่อวันอังคาร

ส่วนประตูชัยของเจ้าบ้าน ที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ปัดไปให้ แม็ทธิว เล็คกี้ ยิงสวนเข้าไป ก็มาจากจังหวะเตะมุมทางฝั่งซ้ายของ มอย อีก

นับรวมผลงานตลอด 10 นัดที่ผ่านมาของรอบ 12 ทีม ไทยเสียประตูจากลูกครอสด้านข้างถึง 5 ครั้ง และบวกกับจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุมอีก 3 หน คิดเป็นหนึ่งในสามของ 24 ประตู ที่เสีย 

 

เรามีความหวัง!! "ราเยวัช" ยอมรับเองในจุดอ่อนตรงนี้

หลังจบเกมบุกแพ้ ออสเตรเลีย 2-1 มิโลวาน ราเยวัช ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า...

“เรื่องการพัฒนาเกมรับ เป้าหมายเราจะทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม แล้วก็วันนี้ผมรู้สึกพอใจกับเกมรับที่ทำได้ดีขึ้น"

"แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องแก้ไขให้คู่ต่อสู้เปิดลูกโด่งเข้ามาเล่นได้ยากกว่าเดิม แต่เราก็เพิ่งจะมาร่วมทำงานกันในระยะเวลาที่สั้นเป้าหมายต่อไปคือต้องพัฒนาในเรื่องของเกมรุกและรับ”

“จริงๆ เราก็รับทราบ ก็ได้คุยกันในห้องแต่งตัวในการวางแผน ว่าเราเป็นทีมที่เสียประตูในช่วงท้ายเกมบ่อยมาก หลังๆ เราเสียไปหลายประตู เราก็พยายามแก้ไขเพื่อป้องกันให้ดีขึ้นในช่วงท้ายเกม”


ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ ก่อนที่ทีมช้างศึกจะลงแข่งขันรายการสำคัญๆ ครั้งต่อไป อย่างเช่น คิงส์ คัพ 2018, เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 และ เอเชียน คัพ 2019 ก่อนที่จะถึงศึก คัดบอลโลก ครั้งต่อไป

แง่ดีก็คือตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง ราเยวัช มองเห็นปัญหาอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งมาทำทีมไม่กี่นัด โดยไม่ใช้คำว่า "โดนโกง" มาเป็นคำกล่าวอ้างแล้วทิ้งปัญหาที่แท้จริงไว้

และเราหวังว่าเขาจะแก้ไขจุดอ่อนนี้ให้เร็วที่สุด แฟนบอลทั้งประเทศจะเอาใจช่วย