ไอ้นี่มีของ : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ "จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หงส์แดงรออยู่"

2 years ago
1,310 reads • 712 shares
ไอ้นี่มีของ : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ "จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หงส์แดงรออยู่"
โดย:

แนะนำปราการหลังตัวเก่ง เซาธ์แฮมป์ตัน ที่เป็นเป้าหมายเสริมทัพอันดับหนึ่งของ ลิเวอร์พูล

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ลิเวอร์พูล ยังจำเป็นต้องเสริมทัพเพิ่ม หากหวังเบียดลุ้นแชมป์กับทีมยักษ์ใหญ่ในฤดูกาลใหม่ที่จะถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมรับที่เป็นจุดอ่อน จำเป็นต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

เป้าหมายอันดับหนึ่งที่ทีมหงส์แดงต้องการ คือ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งล่าสุด เขาได้ยื่นเรื่องขอย้ายทีมอย่างเป็นทางการเมื่อคืนนี้


จากกรณีที่นักเตะยื่นเรื่องขอขึ้นบัญชีย้ายอย่างเป็นทางการ ทำให้ทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีกมีโอกาสกลับมาทาบทามอีกครั้งอย่างเปิดเผย หลังก่อนหน้านี้ เคยประกาศล้มเลิกการเจรจา เพราะทีมนักบุญขู่ฟ้องร้อง จากการแอบติดต่อนักเตะโดยไม่ผ่านสโมสร

โดยนอกจาก ลิเวอร์พูล แล้ว แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง เชลซี ก็พร้อมร่วมวงแย่งตัวด้วยเช่นกัน แล้วเพราะอะไรเขาถึงเป็นผู้เล่นที่ทีมใหญ่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งหงส์แดง ไปดูเหตุผลกัน


สถิติชี้ชัด เป็นกองหลังสำคัญสุดนักบุญ


ฟาน ไดค์ ย้ายเข้าสู่ถิ่น เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะซัมเมอร์ปี 2015 ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ หลังจากพา กลาสโกว์ เซลติก คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสกอตแลนด์ 2 สมัยติดต่อกัน

การเข้ามาของเขา ทำให้ทีมนักบุญคว้าอันดับ 6 ในลีกเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน พร้อมคว้าสิทธิ์ไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมทำสถิติเสียไปแค่ 41 ประตู น้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของลีก

ส่วนฤดูกาลที่แล้ว ทีมนักบุญแพ้ไปถึง 8 นัด จากทั้งหมด 17 เกม ที่ ฟาน ไดค์ ไม่ได้ลงเล่น หลังเจ็บหนักที่ข้อเท้าเมื่อปลายเดือนมกราคม

ถือว่าการขาดเขาไป ทำให้โอกาสที่จะปราชัยคู่แข่ง มีสูงเกือบ 50% เลยทีเดียว และสถิติการเสียประตูต่อเกมมีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ก้าวขึ้นเป็นตัวหลักทีมชาติ หลังโยกเล่นพรีเมียร์ลีก


หลังย้ายไปเล่นในลีกที่สูงกว่าสกอตแลนด์ อย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และโชว์ฟอร์มได้เหนียวแน่น ทำให้ ฟาน ไดค์ ได้โอกาสลงสนามให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มากถึง 12 นัด ระหว่างเดือนตุลาคม 2015 ถึง พฤศจิกายน 2016 ก่อนหลุดจากทีมไปเพราะเจ็บยาว

ในช่วงที่เขาฟิตสมบูรณ์ เขาสามารถเบียดอดีตกองหลังตัวหลักชุดอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2014 อย่าง บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ ให้หลุดไปเป็นตัวเลือกรองจากเขาได้แบบสบายๆ

 

กองหลังเบอร์หนึ่งพรีเมียร์ลีก เรื่องลูกกลางอากาศ


กองหลังเจ้าของส่วนสูงถึง 193 เซนติเมตร มีสถิติชนะดวลลูกกลางอากาศในพรีเมียร์ลีกซีซั่นที่ผ่านมาสูงถึง 98 ครั้ง จากจังหวะเทกตัวทั้งหมด 130 ครั้ง (75%) 

และถ้าหากนับเฉพาะผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ทั้งลีก ไม่มีใครอีกแล้วที่จะมีสถิติขึ้นดวลลูกโหม่ง มีเปอร์เซ็นต์ชนะคู่แข่งสูงกว่าเขา

ไมเคิ่ล คีน กองหลังตัวใหม่ค่าตัวแพงของ เอฟเวอร์ตัน อาจครองสถิติขึ้นโหม่งชนะมากที่สุด (152 ครั้ง) แต่จากการเทกตัวตีคู่กับฝั่งตรงข้ามทั้งหมด 232 ครั้ง ถือว่าเปอร์เซ็นต์ดวลชนะกลางอากาศ มีแค่ 65.5%

ขณะที่ แกรี่ เคฮิลล์ เซนเตอร์แบ็กที่เก่งลูกโด่งที่สุดของทีมแชมป์อย่าง เชลซี ยังขึ้นโหม่งชนะแค่ 62% (91 ครั้ง จากทั้งหมด 147 ครั้ง) 


ฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวยังสอดขึ้นไปทำประตูได้ถึง 4 ลูก รวมทุกรายการ ถือเป็นอีกอาวุธหนัก ยามที่ทีมได้ลุ้นลูกเซตพีซ และจะเป็นผู้เล่นที่แก้ไขจุดอ่อนเรื่องลูกโด่งของ ลิเวอร์พูล ได้ดีที่สุดแน่

 

สถิติฟ้องชัด เจ๋งกว่าเซนเตอร์หงส์แดงทุกคน

ฤดูกาลที่แล้ว ฟาน ไดค์ ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก น้อยกว่าคู่เซนเตอร์ตัวหลักของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทั้ง โฌแอล มาติป และ เดยัน ลอฟเรน เกือบ 10 นัด

แต่ดาวเตะชาวดัตช์ โชว์ให้เห็นถึงสถิติการเล่นเกมรับทั้งลูกกลางอากาศ (โหม่ง) และภาคพื้นดิน (ดักบอล) ที่เจ๋งกว่า 2 คนดังกล่าวชัดเจน

ฤดูกาลนี้ จากการที่ เหลือตัวหลักแค่ มาติป, ลอฟเรน และ คลาวาน ในตำแหน่งเซนเตอร์ ขณะที่ มามาดู ซาโก้ ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ คล็อปป์ ส่วน โจ โกเมซ ก็ยังกระดูกไม่แข็งพอ ชัดเจนมากว่าทีมหงส์แดงควรมองหากองหลังตัวกลางฝีเท้าดีๆ เข้ามาเสริม


จากทั้งหมดที่กล่าวมา ชัดเจนมากว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ คือคนที่ ลิเวอร์พูล ต้องคว้าตัวให้ได้ ก่อนที่คู่แข่งจะเป็นฝ่ายตัดหน้าเอาตัวไป

____________________________________

ติดตามคอลัมน์ "ไอ้นี่มีของ" ได้ทุก วันอังคาร เวลา 20.00 น. ทาง Facebook และเว็บ balltoro.com