ช่วยชาติวิเคราะห์ : จัดทีมเจอ ยูเออี ยังไงดี เมื่อไทยขาดตัวหลักเพียบ!!

2 years ago
5,692 reads • 2,652 shares
ช่วยชาติวิเคราะห์ : จัดทีมเจอ ยูเออี ยังไงดี เมื่อไทยขาดตัวหลักเพียบ!!
โดย:

แผนการเล่นที่น่าสนใจ ที่อาจเป็นทางเลือกให้ มิโลวาน ราเยวัช ตัดสินใจใช้ในเกมที่ไทยเปิดบ้านเจอ ยูเออี

มิโลวาน ราเยวัช ต้องปวดหัวเรื่องการจัดทีม ในเกมเปิดบ้านพบ ยูเออี ในศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก วันอังคารนี้มากทีเดียว 

กำลังหลักจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่าง ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถอนตัวไป แถม ธีรศิลป์ แดงดา ก็อยู่ในสภาพไม่ฟิต 

กุนซือชาวเซอร์เบีย ประเดิมคุมทีมช้างศึกไปแล้ว 1 นัด โดยพาทีมออกไปอุ่นเครื่องแพ้ อุซเบกิสถาน 2-0 ซึ่ง 11 คนแรกที่ลงสนามวันนั้นเต็มไปด้วยแข้งหน้าใหม่ และไม่มีนักเตะทีมกิเลนผยองแม้แต่คนเดียว

ล่าสุดนักเตะจาก เมืองทองฯ หลายคนเข้ามาสมทบกับทีมชาติเพิ่มแล้ว และหลายคนน่าจะทวงตำแหน่งตัวจริงคืนมา ส่วนนักเตะที่ทำผลงานดีกับอุซเบฯ ก็มีลุ้นออกสตาร์ทหลายคน

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากผลงานโดยรวมที่ผ่านมาของนักเตะที่เหลืออยู่ นี่คือแผนการเล่น 2 แบบที่เราขอแนะนำว่าไทยน่าจะใช้ในเกมกับยูเออี ในสถานการณ์ที่ตัวหลักจากรั้ว เอสซีจี สเตเดี้ยม ไม่พร้อมลงเล่นทั้ง 4 คน


แบบแรก : ยึด 4-2-3-1 เหมือนเดิม


แผนนี้ ราเยวัช นิยมใช้มาตั้งแต่สมัยคุม ทีมชาติกานา ชุดเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 และเพิ่งใช้ไปในเกมคุมไทยบุกแพ้ อุซเบกิสถาน

แผงแบ็กโฟร์ น่ายึดชุดเจออุซเบฯ ต่อ

คู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กับ พรรษา เหมวิบูลย์ ยืนคู่กันได้ดีทีเดียวกับการลงเล่นทีมชาตินัดแรก และควรได้จับคู่กันต่อไปเพื่อสร้างจังหวะประสานงานที่คุ้นเคย

ดังนั้น อดิศร พรหมรักษ์ ซึ่งโอกาสลงสนามให้ เมืองทองฯ ในปีนี้ไม่มากนัก จึงน่าจะนั่งสำรองไปก่อน

ตำแหน่งฟูลแบ็กฝั่งขวา จากการที่ ทริสตอง โด ถอนตัว ทำให้ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม เตรียมยึดตัวจริงโดยอัตโนมัติ

ขณะที่ทางซ้าย แม้ที่ผ่านมา พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา จะเป็นตัวเลือกแรกหาก ธีราทร บุญมาทัน ลงเล่นไม่ได้ แต่ เควิน ดีรมรัมย์ กำลังทำผลงานได้ดี และเป็นคนที่ได้ลงสนามร่วมกับ เฉลิมพงษ์, พรรษา และ นฤบดินทร์ จึงมีลุ้นไม่น้อยที่จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง


แดนกลาง วางตัวรับ 2 ตัว ดันฐิติพันธ์ทำเกมรุก

เมื่อเพลย์เมกเกอร์ฝีเท้าดีที่สุดอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถอนตัวออกไป คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตำแหน่งจอมทัพคนอื่นๆ ที่เหลือยากที่จะทำผลงานทดแทนได้ 

แต่บางที ราเยวัช น่าจะขันเกมให้รัดกุมขึ้นอีก เพราะ ยูเออี ต้องบุกชนะไทยให้ได้สถานเดียว ถ้ายังไม่อยากตกรอบ เราจึงน่าจะเจอการบุกดุดันกว่าวันที่พบ อุซเบกิสถาน

การส่งตัวตัดเกมทั้ง วัฒนา พลายนุ่ม กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ยืนคู่กันจึงเป็นทางเลือกน่าสนใจ แล้วขยับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ผลงานปีนี้กำลังพีคขึ้นไปทำเกมรุกเต็มตัว


"ปีโป้" ฉีกออกริมเส้นดีกว่าหน้าเป้า

สิโรจน์ ฉัตรทอง ยังไม่เหมาะกับการรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า เพราะปีนี้ยังทำประตูในลีกสูงสุดไม่ได้ และเท่าที่เห็นในวันแพ้ อุซเบกิสถาน สัญชาตญาณการจบสกอร์เขายังไม่ดีนัก

แต่ถ้าเรื่องพักบอล พาบอลไปเอง และทำทางให้เพื่อน ถือเป็นจุดแข็งของเจ้าตัว ดังนั้นการจับไปเล่นริมเส้น ซึ่งมีพื้นที่ให้วิ่งมากกว่าจึงน่าจะได้ประโยชน์จาก "ปีโป้" มากที่สุด

โดยสถิติ 2 เกมหลังสุดในคัดบอลโลกชี้ว่า เขาเล่นริมเส้นได้อันตรายกว่าขึ้นไปยืนสูงถึงกรอบเขตโทษ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหากสุดท้าย ธีรศิลป์ แดงดา ไม่อาจฟิตพอลงตัวจริง ตัวเลือกตำแหน่งหน้าเป้าที่ดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้น อดิศักดิ์ ไกรษร

 

ปีกขวา นูรูล ยังดูดีกว่า "จ่าเย็น"

แม้จะเคยเป็นตัวจริงต่อเนื่องในยุคที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นโค้ช แต่ฟอร์มช่วงหลังๆ ของ มงคล ทศไกร ในรอบกว่า 1 ปีที่ผ่านมาดร็อปลงจากเดิมไปมาก

แม้ นูรูล ศรียานเก็ม จะโดนวิจารณ์ไม่น้อย ว่าครองบอลนานเกินไปในวันอุ่นเครื่องกับ อุซเบกิสถาน แต่สถิติในไทยลีกเลกแรกที่ผ่านมา เจ้าตัวเหนือกว่าจ่าเย็นหมด

และแมตช์ฟิตเนสของ นูรูล ก็น่าจะพร้อมกว่า เพราะเป็นตัวหลักของทีมโดยที่โปรแกรมไม่ชุกเกินไป และได้โอกาสลงปรับจูนจังหวะการเล่นกับเพื่อนไปแล้ว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 

แบบที่ 2 : ปรับแท็กติกเล่นหลัง 3


อีกทางเลือกที่น่าลองคือระบบกองหลัง 3 คน ซึ่งไทยใช้บ่อยครั้งในช่วงหลัง

แต่รายละเอียดปรับนิดหน่อยจากยุค "โค้ชซิโก้" ที่มีกองหน้า 2 คน เป็นวางตัวเป้าไว้คนเดียว แล้วใช้นักเตะที่ไปกับบอลได้ดีช่วยกันพาบอลขึ้นหน้าแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่มี เมสซี่เจ เป็นจอมทัพ

ส่วนกองหลังจะแน่นกว่าเดิม เมื่อมี อดิศร พรหมรักษ์ ลงมายืนเซนเตอร์ฝั่งขวา ซึ่งเป็นบทบาทที่ได้รับในทีมชุดคว้าแชมป์ ซูซูกิ คัพ 2016 ขณะที่ พรรษา เหมวิบูลย์ ก็คุ้นเคยกับระบบเซนเตอร์ 3 ตัวอยู่แล้วในทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสุดท้ายแล้ว มิโลวาน ราเยวัช จะเลือกจัดทีมเช่นไร ซึ่งเราเชื่อว่าเขาและสต๊าฟโค้ชต้องวิเคราะห์เป็นอย่างดีแล้วแน่

แล้วมาลุ้นกันต่อว่า ทีมชาติไทยโฉมใหม่จะเวิร์คกว่าเดิมไหม?