ช่วยชาติวิเคราะห์ : เผยตัวรุกอันตรายสุดญี่ปุ่น ไม่ใช่ "ฮอนดะ-คากาวะ"

2 years ago
2,265 reads • 803 shares
ช่วยชาติวิเคราะห์ : เผยตัวรุกอันตรายสุดญี่ปุ่น ไม่ใช่ "ฮอนดะ-คากาวะ"
โดย:

เผยตัวรุกที่อันตรายที่สุดของทีมชาติญี่ปุ่น ในคัดบอลโลก รอบ 12 ทีม ไม่ใช่ เคซึเกะ ฮอนดะ และ ชินจิ คากาวะ

เย็นวันอังคารนี้ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมหนักรออยู่อีกนัดในศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย เมื่อจะต้องบุกไปเยือนทีมเต็งแชมป์ของกลุ่มอย่าง ญี่ปุ่น

หากนึกถึงตัวอันตรายของทีมจากแดนอาทิตย์อุทัย แทบทุกคนคงนึกถึงชื่อของ เคซึเกะ ฮอนดะ ตัวรุกจาก เอซี มิลาน หรือ ชินจิ คากาวะ เพลย์เมกเกอร์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นอันดับแรกๆ 

แต่ขอบอกเลยว่านักเตะที่ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดให้ญี่ปุ่นในรอบ 12 ทีม คือ เงนกิ ฮารางูจิ ปีกตัวเก่งจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ทีมในบุนเดสลีกา เยอรมนี ต่างหาก!!

ในขณะที่ คากาวะ ยังไม่มีผลงานยิงหรือแอสซิสต์ในรอบนี้ ส่วน ฮอนดะ แม้ ยิง 1 จ่าย 1 แต่ 2 เกมหลังสุดก็เริ่มหลุดไปนั่งสำรอง

แต่ว่า ฮารางูจิ ระเบิดฟอร์มยิงไปแล้วถึง 4 ประตู ซึ่ง 3 จาก 4 เกมที่ยิงได้ ช่วยให้ทัพซามูไรเก็บ 3 แต้มเต็ม


ตัวแสบตั้งแต่เกมที่ราชมังฯ


ฮารางูจิ นอกจากจะเป็นคนพุ่งโหม่งพังประตูเบิกร่อง ในเกมที่ ไทย แพ้ ญี่ปุ่น 0-2 คาราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อปีที่แล้วแล้ว เกมดังกล่าวเขายังทำสถิติ ยิงเข้ากรอบมากที่สุด (4 ครั้ง) ด้วย ทำให้ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต้องออกแรงเซฟอุตลุด

ด้วยผลงานยอดเยี่ยมเสมอมา และยิงประตูได้ต่อเนื่องอีกในเกมพบ อิรัก, ออสเตรเลีย และ ซาอุดิอาระเบีย ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งปีกซ้าย โดยเบียด ฮิโรชิ คิโยตาเกะ ไปนั่งสำรอง แถมทำให้ตำแหน่งของดาวดังอย่าง เคซึเกะ ฮอนดะ, ชินจิ คากาวะ หรือ ชินจิ โอกาซากิ เริ่มสั่นคลอนอีกด้วย


ยึดตัวหลักให้ต้นสังกัด

ดาวเตะวัย 25 ปีย้ายจาก อุราวะ เร้ด ไดมอนส์ ไปเล่นกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ตั้งแต่จบศึก ฟุตบอลโลก 2014 และยึดตัวหลักได้ทันทีมาจนถึงปัจจุบัน

บทบาทที่เขาเล่นให้กับต้นสังกัดคือตำแหน่งปีกขวา บ่งบอกชัดเจนถึงความสารพัดประโยชน์ ในการเล่นเกมรุกริมเส้นทั้ง 2 ข้าง 

จากทั้งหมด 25 นัด ที่ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ลงเตะเกมลีกซีซั่นนี้ มีถึง 24 นัด ที่ ฮารางูจิ ลงตัวจริง โดยมี 20 เกม ที่เขาออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก

 

ความอันตรายคืออะไร?

1. การหาพื้นที่ทำประตู

อย่างแรกเลยคือความฉลาดในการหาพื้นที่เข้ายิงประตูในเขตโทษ ทั้ง 4 ลูก ที่เขายิงได้ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ล้วนเกิดขึ้นในกรอบ 18 หลา และใช้ทั้งเท้าซ้าย, เท้าขวา และหัว ทำประตูได้ทั้งหมด

แถม 3 ลูก คือการทำประตูแบบไม่ต้องจับก่อน อย่างเช่นลูกโขกตอร์ปิโดบกใส่ไทย หรือลูกไขว้แบบเหนือๆ ใส่อิรัก

แม้เจ้าตัวมักหาโอกาสลองส่องไกลบ่อยๆ ยามลงเตะในบุนเดสลีกา (จากโอกาสยิงทั้งหมด 23 ครั้ง ในฤดูกาลนี้ มีถึง 11 หน ที่ลองยิงจากนอกกรอบ)

ทว่ายังไม่แม่นยำเท่าไรนัก และตั้งแต่ไปเล่นที่เยอรมนีมา เขายังไม่เคยทำประตูจากนอกเขตโทษเลย หากจะหาวิธีลดความอันตรายของ ฮารางูจิ คือ ทริสตอง โด ต้องพยายามกันหมอนี่ไม่ให้เข้าไปป้วนเปี้ยนในเขตโทษ




2. การเลี้ยงบอล

นี่คือจุดที่ยุโรปยกให้ว่าอันตรายที่สุดของ ฮารางูจิ โดยการเลี้ยงบอลของเขามีค่าพลังสูงถึง 81 ในเกม FIFA 17

ค่าพลังดังกล่าวไม่ใช่กำหนดมามั่วๆ เพราะสถิติการเลี้ยงผ่านคู่แข่งของเขาในลีกฤดูกาลนี้ ถือว่าสูงที่สุดในทีม แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (42 ครั้ง) 

นอกจากนั้น ยังติดอันดับ 8 ของผู้เล่นบุนเดสลีกาทุกคน โดยหากนับเฉพาะชาวเอเชียในลีกเยอรมัน ไม่มีใครกระชากหนีคู่ต่อสู้มากเท่าเขาเลย


ฟอร์มนัดล่าสุดเป็นไง?



เกมเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ ญี่ปุ่น บุกชนะ ยูเออี 2-0 ปีกตัวเก่งรายนี้ยังได้ลงตัวจริงในตำแหน่งปีกซ้าย และโชว์ความจี๊ดจ๊าด ด้วยการเอาชนะการดวลกันตัวต่อตัวกับนักเตะคู่แข่งถึง 10 ครั้ง และเรียกฟาวล์จากเจ้าบ้านได้ถึง 5 หน


แม้ว่านัดล่าสุด ฮารางูจิ จะยิงประตูไม่ได้ และมีโอกาสยิงแค่ครั้งเดียว หรืออาจจะไม่ได้ลงสนามเจอไทยวันอังคารนี้ หลังมีข่าวลือว่า วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช อาจพักตัวหลัก แล้วให้โอกาสตัวสำรองลงเล่นหลายคน

แต่เชื่อว่าทีมงานของทีมชาติไทย ต้องทำการบ้านอย่างหนักในการรับมือปีก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คนนี้แน่นอน