ช่วยชาติวิเคราะห์ : ไทยพัฒนาขึ้นแค่ไหน? ในยุคที่ "ซิโก้" คุมทีม

2 years ago
8,905 reads • 919 shares
ช่วยชาติวิเคราะห์ : ไทยพัฒนาขึ้นแค่ไหน? ในยุคที่ "ซิโก้" คุมทีม
โดย:

ตีแผ่สถิติทีมชาติไทย ตลอดช่วงเวลาที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทำหน้าที่กุนซือ

ถือเป็นข่าวใหญ่ประจำวันของวงการฟุตบอลไทยเลยทีเดียว เมื่อ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่คุมทีมชาติไทยต่อไปในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่สมาคมฟุตบอลขีดเส้นตายให้ "ซิโก้" ตัดสินใจว่าจะเซ็นคุมทีมต่อหรือไม่

ล่าสุด อดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกาได้เดินทางไปถึงสมาคมฟุตบอลแล้ว และสื่อทุกสำนักรายงานข่าวว่า เขากำลังจะเซ็นคุมทีมต่ออย่างไม่มีปัญหา ยุติข่าวลือที่ว่า ทีมชาติไทยกำลังจะหาคนอื่นมาทำทีมแทน


วันนี้เราจึงนำสถิติของทีม "ช้างศึก" ภายใต้การคุมทีมของ "ซิโก้" มาตีแผ่ให้เห็นกันอีกครั้ง ว่าช่วงเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้พาทีมชาติของเราจากจุดไหน มาอยู่ตรงจุดไหน

 

ผลงานดีกว่ายุคกุนซือต่างชาติ

เกมแรกที่ทีมชาติไทยลงเตะนัดฟีฟ่าเดย์ในยุคของ เกียรติศักดิ์ คือการใช้ชุดยู-23 บุกไปถล่ม จีน 5-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2013

หลังจากนั้น ซิโก้ คุมทีมโดยใช้นักเตะสายเลือดใหม่ๆ เป็นแกนหลัก คว้าเหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ก่อนที่ผู้เล่นชุดดังกล่าวแทบทั้งหมด ต่างก้าวขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมา

ซิโก้คือเฮดโค้ชเพียงคนเดียวในรอบทศวรรษหลัง ที่มีสถิติคุมทีมชนะเกินครึ่งของจำนวนเกมทั้งหมด (ชนะ 22 จากทั้งหมด 42 เกม)

สถิติด้านบนชี้ว่า เขาคุมทีมทำผลงานได้ดีกว่ากุนซือจากต่างชาติทั้ง 3 คนก่อนหน้าเขา นั่นหมายความว่าต่อให้เอา อเลฮานโดร ซาเบย่า อดีตกุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดรองแชมป์บอลโลก 2014 มาทำทีมต่อตามกระแสข่าวเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ไม่อาจการันตีได้ว่า ผลงานทีมจะดีกว่าตอนนี้เสมอไป

 

ไทยมาตรฐานสูงขึ้นในเวทีอาเซียน

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อาจถูกครหาว่าพาไทยทำผลงานยอดเยี่ยมได้แค่ในเวทีระดับอาเซียนเท่านั้น แต่ยังไม่อาจพาทีมเข้าสู่ “ระดับเอเชีย” ได้อย่างแท้จริง

แต่ต้องไม่ลืมเด็ดขาด ว่าเขาคือกุนซือคนแรกในรอบ 12 ปี ที่ทวงแชมป์ ซูซูกิ คัพ กลับสู่ประเทศได้ แถมยังป้องกันแชมป์ต่ออีกสมัยในปีล่าสุด ด้วยผลงานที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนั้นแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ทีมชาติไทยทะลุถึงรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายของศึก คัดบอลโลก ยังต้องย้อนไปไกลกว่า 15 ปี ซึ่งตอนนั้นซิโก้ยังรับบทกองหน้าของทีมอยู่เลย

 

แรงกิ้งฟีฟ่าสูงขึ้นทุกปี

ไทยทำอันดับขึ้นสูงที่สุดในรอบทศวรรษบนแรงกิ้งของฟีฟ่าได้เมื่อปี 2009 (อันดับ 105) ทว่าหลังจากนั้นมา ผลงานกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ

ซึ่งปัจจัยนอกเหนือจากผลงานไม่ดีนัก ยังเป็นเพราะว่าในช่วงที่อันดับร่วงดิ่งนั้น เราไม่ได้ใช้ช่วง ฟีฟ่าเดย์ ในการอุ่นเครื่องสักเท่าไร


ทว่าพอเข้าสู่ยุคที่ “ซิโก้” คุมทีม ทีมชาติไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งผลการแข่งขันและรูปทรงการเล่น จนเป็นทีมที่ต่างชาติต้องการมาอุ่นเครื่องด้วยมากขึ้น อันดับแรงกิ้งจึงค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ


ให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ เฉลี่ยปีละ 8 คน

ตลอดช่วงเวลา 3 ปีเศษๆ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ได้ลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกรวมกันถึง 25 คน

ซึ่งในจำนวนนั้น ประกอบด้วยตัวหลักของทีมชุดปัจจุบันอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ชาริล ชัปปุยส์, อดิศร พรหมรักษ์ และ ทริสตอง โด

แม้ช่วงหลังมานี้ ซิโก้อาจเน้นใช้บริการนักเตะหน้าเดิมๆ ที่คุ้นเคยซะส่วนมาก แต่ปีล่าสุดก็ยังมี สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่โผล่ขึ้นมาเป็นฮีโร่คนใหม่ของชาติ


รายชื่อนักเตะ 25 คน ที่ลงสนามทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในยุค “ซิโก้”

ปี 2013 (6 คน)
พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, พุทธินันท์ วรรณศรี, ไพโรจน์ โสคํา, ภิญโญ อินพินิจ

ปี 2014 (6 คน)
ชาริล ชัปปุยส์, อดิศร พรหมรักษ์, ประวีณวัช บุญยงค์, ประกิต ดีพร้อม, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ชัยณรงค์ ทาทอง

ปี 2015 (10 คน)
กรวิทย์ นามวิเศษ, ทริสตอง โด, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, มิก้า ชูนวลศรี, เอกชัย สําเร, อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์, วิทยา หมัดหลํา, ฉัตรชัย บุตรพรม, ศิลา ศรีกำปัง, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร

ปี 2016 (3 คน)
สิโรจน์ ฉัตรทอง, เจนรบ สำเภาดี, นัสตพล มาลาพันธ์

ช่วง 2 ปีหลัง เปอร์เซ็นต์ชนะของไทยอาจจะดูลดน้อยลงจากเดิม แต่นั่นเป็นเพราะเราได้มีโอกาสไปต่อสู้กับคู่แข่งระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีก่อน ที่ได้ลงเตะใน รอบ 12 ทีมสุดท้ายของศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

และระหว่างเดือน พฤษภาคม 2015 จนถึง มีนาคม 2016 ไทยทำสถิติไร้พ่ายรวมทุกรายการนานถึง 9 นัดติดต่อกัน แถม 6 เกม ในจำนวนนั้น คือผลงานไม่แพ้ใครในรายการ คัดบอลโลก 2018 รอบที่แล้ว

นัดล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย 2-2 นั้น เราได้เห็นสัญญาณที่ดีแล้วว่า ทัพช้างศึกมีศักยภาพดีพอ ที่จะสร้างความลำบากให้ทีมชั้นนำระดับทวีป และมีโอกาสแก้ตัวที่เคยออกสตาร์ท 4 เกมแรกด้วยสถิติแพ้รวดได้ในนัดที่เหลือ


การยกระดับให้เข้าใกล้สู่การเป็นทีมลุ้นไปบอลโลก ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้สำเร็จในเวลาอันสั้น และต้องยอมรับว่า ทีมชาติไทยต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการพัฒนาไปสู่จุดนั้น


แต่จากผลงานที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยทำมา ถือว่าเขาพาทีมชาติไทยพัฒนามามากแล้ว