เว็บดังฟันธง : แมนฯ ยูฯ - แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล - เซาธ์แฮมป์ตัน, ลิเวอร์พูล - เลสเตอร์

3 years ago
1,972 reads • 0 shares
เว็บดังฟันธง : แมนฯ ยูฯ - แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล - เซาธ์แฮมป์ตัน, ลิเวอร์พูล - เลสเตอร์
โดย:

บทวิเคราะห์และการฟันธงจากต่างประเทศ ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่เด็ดคืนนี้ 3 คู่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (18.30 น.)

ถ่ายทอดสด : beIN Sports 1

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด



 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด (รวมเกมอุ่นเครื่อง)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อันดับ 3)

เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เหย้า) เทสติโมเนียล แมตช์ เวย์น รูนี่ย์

ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (ที่สนามเวมบลีย์, ลอนดอน, อังกฤษ) คอมมิวนิตี้ ชิลด์

ชนะ บอร์นมัธ 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อันดับ 1)

ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ชนะ สเตอัว บูคาเรสต์ 5-0 (เยือน) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก

ชนะ สโต๊ค ซิตี้ 4-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ สเตอัว บูคาเรสต์ 1-0 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2

ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

สถิติที่เคยพบกัน (รวมทุกรายการ)



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 66 ครั้ง

เสมอกัน 48 ครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 47 ครั้ง

 

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

 

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



โชเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ต่อหน้าสื่อเมื่อวานนี้ โดยยืนยันว่านักเตะทุกคนในทีมไม่มีปัญหาบาดเจ็บ โดย เฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอาร์เมเนีย ซึ่งตอนแรกมีข่าวว่าจะหมดสิทธิ์ลงเล่นนั้น มูรินโญ่เผยว่าพร้อมลงช่วยทีมได้ แม้อาจลงสนามได้ไม่ครบ 90 นาทีก็ตาม

ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายที่ต้องถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษกลางคันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อน ก็พร้อมลงสนามได้ตามปกติ เช่นเดียวกับ มารูยาน เฟลไลนี่ ซึ่งตอนแรกมีอาการเจ็บหลัง ก็ฟิตสมบูรณ์กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีมชาติเบลเยียมตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาแล้ว

ขณะที่กลุ่มผู้เล่นที่ไปทำศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ อย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เซร์คิโอ โรเมโร่ และ มาร์กอส โรโฮ ต่างก็เดินทางกลับสู่ทีมตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวานนี้อย่างไม่มีปัญหา และลงซ้อมกับทีมได้ตามปกติ

เชื่อว่าการจัดทีมนั้น กุนซือชาวโปรตุกีสจะไม่ปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 คนแรกจากชุดที่เล่นกันดีอยู่แล้ว โดย มคิทาร์ยาน รวมถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งฟอร์มฮอต น่าจะรอเป็นทีเด็ดบนม้านั่งสำรองก่อน


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา - อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริก ไบยี่, ดาลี่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์ - มารูยาน เฟลไลนี่, ปอล ป็อกบา - ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์ (กัปตันทีม), อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล - ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้



โจเซป กวาร์ดิโอล่า ได้ทำการปล่อยตัว เอเลียควิม ม็องกาล่า ให้ บาเลนเซีย, ซามีร์ นาสรี่ ให้ เซบีย่า, โจ ฮาร์ท ให้ โตริโน่, วิลฟรีด โบนี่ ให้ สโต๊ค และ เจสัน เดนาเยอร์ ให้ ซันเดอร์แลนด์ แบบยืมตัวเมื่อวันปิดตลาดนักเตะ สิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

โดย เป๊ป ได้ยืนยันว่า เคลาดิโอ บราโว่ นายประตูตัวใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งคว้าตัวมาจาก บาร์เซโลน่า ลงซ้อมกับทีมตลอด 2 วันล่าสุด และพร้อมลงสนามได้ ขณะที่ อิลคาย กุนโดกัน และ เลรอย ซาเน่ 2 ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ที่เซ็นสัญญาคว้าตัวเข้ามาตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล สภาพร่างกายดีขึ้นเรื่อยๆ และมีโอกาสมีส่วนร่วมกับเกมนี้ทั้งคู่ 

ข่าวดีอีกอย่างก็คือ แว็งซ็องต์ ก็องปานี เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีมกลับมาลงซ้อมได้แล้ว แต่ เป๊ป ยืนยันว่าจะยังไม่เสี่ยงใช้งานแน่นอน หากยังไม่ฟิตเต็มร้อยจริงๆ

เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ดาวยิงตัวเก่งทีมชาติอาร์เจนตินาจะหมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอน เพราะติดโทษแบนเป็นเกมแรกจาก 3 นัด หลังไปเจตนาตีศอกใส่ วินสตัน รีด กองหลังของเวสต์แฮมในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ หัวหอกดาวรุ่งทีมชาติไนจีเรีย เตรียมลงยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน

ส่วนตัวหลักรายอื่นๆ อย่าง จอห์น สโตนส์, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ยังอยู่กันพร้อมหน้า โดยรายหลังสุดเพิ่งคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำเดือนสิงหาคม จาก อีเอ สปอร์ตส์ มาหมาดๆ ด้วย

 

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-1-4-1) : เคลาดิโอ บราโว่ - ปาโบล ซาบาเลต้า (กัปตันทีม), จอห์น สโตนส์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ - แฟร์นันดินโญ่ - ราฮีม สเตอร์ลิง, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, โนลิโต้ - เคเลชี่ อิเฮียนาโช่


5 ประเด็นน่ารู้ก่อนเกม

ฤดูกาลนี้เป็น ครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ทั้ง 2 ทีมออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยการเก็บ 9 คะแนนเต็มจาก 3 นัดแรก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีสถิติการคุมทีมพบกับ โชเซ่ มูรินโญ่ โดยตรงเหนือกว่า เมื่อเป็นฝ่ายพาทีม ชนะถึง 7 ครั้ง นอกนั้นเสมอกัน 6 ครั้ง และแพ้เพียง 3 ครั้ง

- หากเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บคลีนชีตได้ จะเป็นการไม่เสียประตูให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 1995 (ตอนนั้นทำได้ 4 เกมติด)

- หาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเกมนี้ จะทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำสถิติชนะเกมลีก 4 นัดแรกในการประเดิมคุมทีมใหม่เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากทำไม่ได้ในสมัยที่คุม บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สามารถทำประตูได้ในเกมลีกนัดเหย้า 5 ครั้งหลังสุด ไม่ต่ำกว่านัดละ 2 ลูก (4 นัดกับ เปแอสเช และ 1 นัดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด)

 

เว็บดังฟันธง

bwin : เสมอ 1-1

Ladbrokes : เสมอ 1-1

William Hill : เสมอ 1-1 

Coral : เสมอ 1-1

Skybet : เสมอ 1-1

sbobet : เสมอ 1-1 

 

ทรรศนะจากกูรูต่างประเทศ

พอล เมอร์สัน (อดีตปีกอาร์เซน่อล ปัจจุบันเป็นกูรูของ Sky Sports)



"การติดโทษแบนของ เซร์คิโอ อเกวโร่ คือความเสียหายอย่างมากสำหรับ แมนฯ ซิตี้ ผมรู้ว่าผู้คนพากันบอกว่าพวกเขามีเงินมหาศาลและมีกำลังพอที่จะเซ็นสัญญากับใครก็ได้ แต่เขาคือนักเตะคนหนึ่งที่ยากที่จะหาใครมาทดแทน เขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยล่ะ

มันเป็นเรื่องน่าจับตามองด้วยว่า จอห์น สโตนส์ จะรับมือกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังไง สโตนส์ มีศักยภาพที่จะเป็นนักเตะระดับท็อป แต่เขายังขาดประสบการณ์ และจะต้องเตรียมปะทะกับนักเตะซึ่งผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาหมดแล้ว

เราเคยเห็นมาแล้วว่า ซลาตัน จัดการกับ ไรอัน ชอว์ครอสส์ ที่ลงเล่นเกมแรกในนามทีมชาติอังกฤษยังไง ตอนที่เขาเล่นให้สวีเดน (ยิงคนเดียว 4 ลูก) 

ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะฉวยโอกาสที่คู่แข่งไม่มี อเกวโร่ คว้า 3 คะแนนเต็มในเกมนี้"

 

เมอร์สัน ฟันธง : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1

 

มาร์ค ลอว์เรนสัน (อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ปัจจุบันเป็นกูรูของ BBC)




"การติดโทษแบนของ เซร์คิโอ อเกวโร่ คือความเสียหายครั้งใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเหลือเพียง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ เป็นตัวแทนในตำแหน่งเดียวกันเพียงคนเดียว เขาดูมีอนาคตไกลมาก แต่ก็ยังเด็กเกินไปอยู่ดี

ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่หนึ่งในทีมที่รวยที่สุดในโลกปล่อย วิลฟรีด โบนี่ ไปอยู่กับ สโต๊ค แบบยืมตัวจนจบฤดูกาล โดยไม่คว้าใครเข้ามาแทน และทำให้พวกเขาลดอะไหล่ของตัวเองลงไป

ในช่วงต้นฤดูกาลเช่นนี้ ผมสงสัยเหลือเกินว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อ อเกวโร่ ไม่ได้ลงสนาม และเราจะได้รู้คำตอบกัน

ความแตกต่างของทั้งสองทีม อยู่ตรงที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถแก้เกมได้ด้วยกองหน้าที่พวกเขามี เพราะ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ต่างมีความเร็วที่จะแหวกทะลุตรงกลางได้ ถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เล่นไม่ออก

และด้วยเหตุนี้แหละ ผมจึงขอฟันธงว่า แมนฯ ยูฯ จะชนะ ผมไม่คิดว่าซิตี้จะต้านทานได้ตลอด 90 นาทีหรอก"

 

 

ลอว์เรนสัน ฟันธง : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 1-0

 

บทวิเคราะห์จาก Balltoro



โชเซ่ มูรินโญ่ เน้นสั่งให้ลูกทีมเดินหน้าเก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้สถานเดียวแน่ๆ เพราะเป็นโอกาสทองที่จะขึ้นนำจ่าฝูงหากชนะได้ ในช่วงเวลาที่คู่แข่งต้องขาดนักเตะตัวสำคัญอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน"

นอกจากนี้ สภาพทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ดูพร้อมกว่า แถมยังได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน เชื่อว่าบดกันไปมา ทีมปีศาจแดงจะสามารถเฉือนชนะ คว้า 3 คะแนนเต็มได้อย่างหวุดหวิด

ฟันธง : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1

__________________

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน (21.00 น.)

ถ่ายทอดสด : beIN Sports 1

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม




ผลงาน 5 นัดหลังสุด (รวมเกมอุ่นเครื่อง)

อาร์เซน่อล (อันดับ 8)

 

ชนะ ไวกิ้ง เอฟเค 8-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 (ที่โกเตนเบิร์ก, สวีเดน) อุ่นเครื่อง

แพ้ ลิเวอร์พูล 3-4 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ วัตฟอร์ด 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

 

เซาธ์แฮมป์ตัน (อันดับ 15)

เสมอ เอสปันญ่อล 1-1 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

ชนะ แอธเลติก บิลเบา 1-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

สถิติที่เคยพบกัน (รวมทุกรายการ)


 

อาร์เซน่อล ชนะ 44 ครั้ง

เสมอกัน 24 ครั้ง

เซาธ์แฮมป์ตัน ชนะ 19 ครั้ง

 

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 อาร์เซน่อล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14

อาร์เซน่อล 1-0 เซาธ์แฮมป์ตัน : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 อาร์เซน่อล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 อาร์เซน่อล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

อาร์เซน่อล 0-0 เซาธ์แฮมป์ตัน : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

 

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

อาร์เซน่อล



อาร์แซน เวนเกอร์ เผยว่า ลูคัส เปเรซ และ ชโคดราน มุสตาฟี่ 2 ดาวเตะตัวใหม่ล่าสุด ต่างพร้อมลงประเดิมสนามนัดแรกให้ทีมในเกมนี้ พร้อมกับชมทั้งคู่ด้วยว่าปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ได้เร็วมาก ส่วนนักเตะที่ย้ายออกไปคือ แจ็ค วิลเชียร์ ที่ไปอยู่กับ บอร์นมัธ แบบยืมตัวจนจบฤดูกาล โดยเซ็นสัญญากันในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวฝรั่งเศสเผยว่า อเล็กซิส ซานเชซ และ ดาวิด ออสปิน่า 2 นักเตะที่ไปทำศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เดินทางกลับมาที่สโมสรล่าช้า ซึ่งมีโอกาสที่เวนเกอร์จะพักดาวดังทีมชาติชิลีไว้เป็นเพียงตัวสำรอง เพื่อให้ฟิตเต็มที่สำหรับเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสำคัญ ซึ่งจะต้องบุกไปเยือน เปแอสเช ในคืนวันอังคารนี้

ข่าวดีก็คือ อเล็กซ์ อิโวบี้ ปีกทีมชาติไนจีเรีย หายเจ็บต้นขากลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว และมีโอกาสลงตัวจริงทันที แต่ อารอน แรมซี่ย์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ซึ่งมีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ยังไม่สามารถกลับสู่ทีมได้ในเกมนี้

ในรายของ แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, กาเบรียล เปาลิสต้า, แดนนี่ เวลเบ็ค และ คาร์ล เจนกินสัน ต้องพักยาวต่อไป

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-2-3-1) : ปีเตอร์ เช็ก - เอคตอร์ เบเยริน, ชโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล - ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า (กัปตันทีม) - อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้ - ลูคัส เปเรซ

 

เซาธ์แฮมป์ตัน



โคล้ด ปูแอล กุนซือชาวฝรั่งเศสของทีมนักบุญ จะต้องคุมทีมพบกับทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ซึ่งเคยเป็นกุนซือของเขา สมัยที่ยังเป็นนักเตะของ โมนาโก ในลีก เอิง ฝรั่งเศส

สภาพความพร้อมของทีม ปูแอล ได้คว้าตัว โซฟียาน บูฟัล กองกลางตัวรุกมาจาก ลีลล์ ก่อนปิดตลาดเพียง 2 วันด้วยค่าตัวสถิติสูงสุดสโมสร (16 ล้านปอนด์) แต่ว่าจะยังไม่พร้อมประเดิมสนาม เพราะมีอาการบาดเจ็บ ต้องพักยาวจนถึงเดือนหน้า

เฌเรมี่ ปิเอ้ด์ กองหลังชาวฝรั่งเศสซึ่งเพิ่งย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ เกิดบาดเจ็บเอ็นเข่าฉีก หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมตลอดปี 2016 แล้ว เช่นเดียวกับ ฟลอริน การ์ดอส กองหลังชาวโรมาเนีย ซึ่งยังไม่มีกำหนดคืนสนามในเร็วๆ นี้

แต่ข่าวดีก็คือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งซึ่งเจ็บระหว่างลงซ้อมกับทีมชาติอังกฤษ จนต้องกลับมาที่สโมสรก่อนกำหนด พร้อมลงเฝ้าเสาในเกมนี้อย่างไม่มีปัญหา รวมถึง ไรอัน เบอร์ทรานด์ แบ็กซ้ายคนสำคัญก็ฟิตสมบูรณ์แล้วด้วย เตรียมได้ลงเล่นเป็นเกมแรกในฤดูกาลนี้


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-1-2-1-2) : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ - เซดริก โซอาเรส, โชเซ่ ฟอนเต้ (กัปตันทีม), เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์ - โอริโอล โรเมว - สตีเว่น เดวิส, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก - ดูซาน ทาดิช - เนธาน เร้ดมอนด์, เชน ลอง

 

5 ประเด็นน่ารู้ก่อนเกม

อาร์เซน่อล ไม่แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน คาบ้านในเกมลีกมานานถึง 21 นัดติดต่อกัน (ชนะ 15 เสมอ 6)

- อาร์เซน่อล เสียประตูให้ เซาธ์แฮมป์ตัน เพียงแค่ประตูเดียวจากการเจอกัน 4 ครั้งที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และ 3 ครั้งหลังสุด ทีมปืนใหญ่เก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด

อาร์เซน่อล แพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้าน ในเกมนัดเปิดฤดูกาลนี้ แต่พวกเขาไม่แพ้เกมลีกคาบ้าน 2 นัดติดต่อกัน มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2011

เมซุต โอซิล ยังยิงประตูในพรีเมียร์ลีกที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไม่ได้เลย ตั้งแต่ขึ้นปี 2016 เป็นต้นมา

โคล้ด ปูแอล จะเป็นผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสคนที่ 4 ที่จะได้คุมทีมพบกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ในพรีเมียร์ลีก ต่อจาก เชราร์ อุลลิเย่ร์, ฌอง ติกาน่า และ เรมี่ การ์ด แต่ว่ามีเพียง อุลลิเย่ร์ คนเดียวที่สามารถคุมทีมชนะเวนเกอร์ได้

 

เว็บดังฟันธง

bwin : อาร์เซน่อล ชนะ 1-0 หรือ 2-0

Ladbrokes : อาร์เซน่อล ชนะ 1-0

William Hill : อาร์เซน่อล ชนะ 1-0

Coral : อาร์เซน่อล ชนะ 1-0

Skybet : เสมอ 1-1 หรือ อาร์เซน่อล ชนะ 1-0 หรือ 2-0

sbobet : อาร์เซน่อล ชนะ 1-0

 

ทรรศนะจากกูรูต่างประเทศ

พอล เมอร์สัน (อดีตปีกอาร์เซน่อล ปัจจุบันเป็นกูรูของ Sky Sports)



"ผมฟันธงว่าอาร์เซน่อลจะชนะในวันเสาร์ เพราะได้เห็นผลงานของ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว

พวกเขาดูทื่อมากในแดนหน้า และผมมองไม่เห็นเลยว่า พวกเขาจะสร้างปัญหาให้อาร์เซน่อลได้ยังไงตอนที่พวกเขาได้บุก ซึ่งเกมนี้น่าจะเป็นเกมที่ ปีเตอร์ เช็ก เก็บคลีนชีตได้ด้วย"

 

 

เมอร์สัน ฟันธง : อาร์เซน่อล ชนะ 2-0

 

มาร์ค ลอว์เรนสัน (อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ปัจจุบันเป็นกูรูของ BBC) 



"การเซ็นสัญญากับ ลูคัส เปเรซ กองหน้าของ ลา กอรุนญ่า และ ชโคดราน มุสตาฟี่ กองหลังจาก บาเลนเซีย ทำให้ทีมปืนใหญ่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้น และผมคิดว่าพวกเขาจะได้ต่อสู้เพื่อตำแหน่งที่พวกเขาต้องการ

อาร์เซน่อล ถล่มวัตฟอร์ดได้อย่างสวยงามในเกมล่าสุด โดยที่ เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส ซานเชซ ต่างทำผลงานได้น่าประทับใจ และผมมองว่าเกมนี้ก็จะคล้ายๆ แบบนั้นอีก

แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูกาล แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็สะดุดไปไกลแล้ว จากการเก็บแต้มได้แค่ผลเสมอ 2 นัดในบ้านตัวเอง และนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขาจะมีฤดูกาลที่ลำบากกว่าเดิมในปีนี้"

  

ลอว์เรนสัน ฟันธง : อาร์เซน่อล ถล่ม 3-0

 

บทวิเคราะห์จาก Balltoro



อาร์เซน่อล เหนือกว่ามากเมื่อดูจากขุมกำลัง, ฟอร์มการเล่น และสถิติการพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่บ้านตัวเอง แต่ปัญหาก็คือ อาร์แซน เวนเกอร์ น่าจะพะวงกับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารนี้ ที่มีเกมหนักอย่างการออกไปเยือน เปแอสเช รออยู่

ทีมนักบุญน่าจะเล่นแบบรัดกุม เพื่อลุ้นหวังแบ่งแต้มออกไปไว้ก่อน และบางทีเจ้าบ้านอาจเน้นประคองเก็บ 3 คะแนนมากกว่าจะเดินหน้ายิงแหลก ยิ่งถ้าหาก เวนเกอร์ พักตัวหลักไว้หลายคน โอกาสทำได้แค่เฉือนชนะประตูเดียวมีสูงมาก

 

ฟันธง : อาร์เซน่อล แค่เฉือน 1-0

 

__________________

ลิเวอร์พูล พบ เลสเตอร์ ซิตี้ (23.30 น.)

ถ่ายทอดสด : beIN Sports 1

สนาม : แอนฟิลด์


 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด (รวมเกมอุ่นเครื่อง)

ลิเวอร์พูล (อันดับ 11)

แพ้ ไมนซ์ 05 0-4 (เยือน) อุ่นเครื่อง

ชนะ อาร์เซน่อล 4-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 (เยือน) อีเอฟแอล คัพ รอบ 2

เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

 

เลสเตอร์ ซิตี้ (อันดับ 9)

แพ้ บาร์เซโลน่า 2-4 (ที่สตอกโฮล์ม, สวีเดน) อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ

แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 (ที่สนามเวมบลีย์, ลอนดอน, อังกฤษ) คอมมิวนิตี้ ชิลด์

แพ้ ฮัลล์ ซิตี้ 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เสมอ อาร์เซน่อล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ชนะ สวอนซี ซิตี้ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

สถิติที่เคยพบกัน (รวมทุกรายการ)


 

ลิเวอร์พูล ชนะ 37 ครั้ง

เสมอกัน 24 ครั้ง

เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 34 ครั้ง

 

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

เลสเตอร์ ซิตี้ 0-0 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2003-04

เลสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

ลิเวอร์พูล 2-2 เลสเตอร์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15

ลิเวอร์พูล 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้ : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16

 

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล



เจอร์เก้น คล็อปป์ 
นำลูกทีมลงซ้อมที่ แอนฟิลด์ ซึ่งปรับปรุงอัฒจันทน์ฝั่ง เมน สแตนด์ ของสนาม แอนฟิลด์ แล้วเมื่อวานนี้ โดยเผยว่า เอ็มเร่ ชาน กองกลางตัวรับทีมชาติเยอรมนี ยังคงมีอาการบาดเจ็บข้อเท้า รวมถึง รักนาร์ คลาวาน กองหลังทีมชาติเอสโตเนีย ที่ยังเจ็บเข่าจะอดลงช่วยทีมต่อไป

มามาดู ซาโก้ และ โจ โกเมซ เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้ว ยังหมดสิทธิ์ลงเล่นเหมือนเดิม แต่ข่าวดีก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวจี๊ดซึ่งมีอาการเจ็บเข่าเล็กน้อยจากการไปเล่นให้ทีมชาติเซเนกัล ฟิตเปรี๊ยะพร้อมลงตัวจริง

นอกจากนี้ ลอริส คาริอุส นายประตูตัวใหม่ชาวเยอรมันก็กลับมาลงซ้อมได้แล้ว แต่ว่าคงเป็นตัวสำรองของ ซิมง มิโญเล่ต์ ต่อไปก่อน

สำหรับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกที่เพิ่งกลับจากการเดินทางไกลไปช่วยทีมชาติบราซิล ในศึก คัดบอลโลก โซนอเมริกาใต้ กลับมาซ้อมกับทีมโดยไม่มีปัญหาใดๆ พร้อมลงตัวจริงแน่นอน

ในวันปิดตลาดนักเตะ ทีมหงส์แดงได้ขาย หลุยส์ อัลเบร์โต้ กองกลางชาวสแปนิชไปให้ ลาซิโอ และโละ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าเจ้าปัญหาไปให้ นีซ แบบฟรีๆ แต่ว่าทั้งสองทีมก็ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ คล็อปป์ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-3-3) : ซิมง มิโญเล่ต์ - เนธาเนียล ไคลน์, โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์ - อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม - ซาดิโอ มาเน่, แดเนียล สเตอร์ริดจ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

 

เลสเตอร์ ซิตี้



เคลาดิโอ รานิเอรี่ เตรียมส่ง อิสลาม สลิมานี่ ดาวยิงตัวใหม่ทีมชาติแอลจีเรีย ที่เซ็นสัญญาคว้าตัวมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ ด้วยค่าตัวสูงถึง 29.7 ล้านปอนด์ ซึ่งแพงเป็นสถิติสโมสรลงตัวจริงทันทีในเกมนี้ 

สำหรับตำแหน่งอื่นๆ รานิเอรี่ เผยว่า แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายประตูมือหนึ่งที่เจ็บโคนขาหนีบระหว่างเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ สวอนซี ซิตี้ 2-1 พร้อมลงเฝ้าเสาได้ตามปกติ แต่ในรายของ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ และ นอมปาลีส เมนดี้ ยังไม่ฟิตพร้อมช่วยทีมในเกมนี้ 

ส่วนผู้เล่นตัวหลักอย่าง เจมี่ วาร์ดี้, ริยาด มาห์เรซ, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, ชินจิ โอกาซากิ และ เวส มอร์แกน ที่เดินทางไปฝึกซ้อมกับทีมชาติตลอดช่วงสัปดาห์เศษๆ ที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาบาดเจ็บ พร้อมลงช่วยทีมทั้งหมด


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม (4-4-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - แดนนี่ ซิมพ์สัน, เวส มอร์แกน (กัปตันทีม), โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์ - ริยาด มาห์เรซ, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, แดเนียล อมาร์เตย์, อาห์เหม็ด มูซ่า - อิสลาม สลิมานี่, เจมี่ วาร์ดี้

 

5 ประเด็นน่ารู้ก่อนเกม

ลิเวอร์พูล คือทีมที่สามารถเอาชนะทีมที่เป็น แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนหน้า ได้มากที่สุด (19 ครั้ง)

- นับตั้งแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นแชมป์ในฤดูกาล 2006-07 บุกชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 ได้ในเดือนธันวาคม 2007 ก็ไม่มีทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกทีมไหนอีกเลย ที่ไปเก็บ 3 คะแนนถึงแอนฟิลด์ได้ (เสมอ 3 แพ้ 5)

- เจมี่ วาร์ดี้ ยิงไปถึง 6 ประตู จากการลงสนาม 7 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

- นับตั้งแต่แพ้ เชลซี คาบ้านในเกมเปิดฤดูกาล 2003-04 ลิเวอร์พูลก็ไม่เคยแพ้เกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกอีกเลย (ชนะ 8 เสมอ 4) และ ชนะรวดตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด

เลสเตอร์ คือทีมที่เก็บแต้มในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ขึ้นปี 2016 (46 แต้ม)

 

เว็บดังฟันธง

bwin : เสมอ 1-1

Ladbrokes : เสมอ 1-1 หรือ ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0

William Hill : ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0

Coral : เสมอ 1-1 หรือ ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0

Skybet : เสมอ 1-1 หรือ ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0

sbobet : ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0

 

ทรรศนะจากกูรูต่างประเทศ

พอล เมอร์สัน (อดีตปีกอาร์เซน่อล ปัจจุบันเป็นกูรูของ Sky Sports)




"ลิเวอร์พูล เริ่มทำผลงานขึ้นๆ ลงๆ และเกมนี้ขึ้นอยู่กับว่าทีมไหนจะเข้าฟอร์มได้ในวันเสาร์

ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสไปมากมายในเกมพบ ท็อตแน่ม และน่าจะชนะเกมนั้นได้ด้วยซ้ำ พวกเขาได้เครดิตจากการบุกชนะ อาร์เซน่อล ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จู่ๆ ก็ทำ 3 คะแนนหล่นไปในการพบ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งผมว่าพวกเขาจำเป็นต้องเล่นด้วยฟอร์มสม่ำเสมอให้ได้

ผมคิดว่าเราจะได้เห็นฟอร์มการเล่นของเจ้าบ้านที่ใกล้เคียงกับเกมที่เราได้เห็นในเกมที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พวกเขามีนักเตะหลายคนที่จะขึ้นไปข้างหน้า และ เลสเตอร์ จะต้องระมัดระวังเอาไว้ให้มาก"


เมอร์สัน ฟันธง : ลิเวอร์พูล เฉือน 2-1

 

มาร์ค ลอว์เรนสัน (อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ปัจจุบันเป็นกูรูของ BBC) 



"เลสเตอร์ เอาชนะ สวอนซี ได้อย่างง่ายดาย แต่พวกเขาดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญญาเจาะประตู อาร์เซน่อล เลยในเกมก่อนหน้านั้น และมันจะเป็นจุดที่น่าสนใจว่า พวกเขาจะเจาะแนวรับ ลิเวอร์พูล ได้ยังไง

สิ่งที่จะช่วยให้ทีมหงส์แดงเหนือกว่าก็คือนักเตะตัวหลักหลายคนพร้อมลงสนามได้ และเกมนี้คือเกมเหย้านัดแรกของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ หลังจากอัฒจันทน์ฝั่ง เมน สแตนด์ ที่ แอนฟิลด์ เสร็จสมบูรณ์แล้ว

และผมคิดว่าพวกเขาจะประเดิมเกมในบ้านนัดแรกด้วยชัยชนะ"

  

ลอว์เรนสัน ฟันธง : ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1

 

บทวิเคราะห์จาก Balltoro


 

ลิเวอร์พูล หวัง 3 คะแนนสถานเดียวแน่ จากการลงเตะเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาล แถมเป็นการเล่นใน แอนฟิลด์ ที่ปรับปรุงอัฒจันทน์ใหม่ ซึ่งทีมหงส์แดงได้เปรียบทีมจิ้งจอกสยามด้วย ในเรื่องของการไม่ต้องพะวงโปรแกรมกลางสัปดาห์นี้

เกมรุกของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นโจมตีกันเร็วและอันตรายอยู่แล้ว ส่วนผลงานของทีมจิ้งจอกสยาม นับตั้งแต่คว้าแชมป์ฤดูกาลที่แล้วมาครองได้ ก็ตกลงไปอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นที่มักพ่ายให้กับทีมใหญ่ด้วยการโดนยิงหลายประตู

ดูแล้วถ้าหากเจ้าถิ่นจบสกอร์กันได้แบบคมๆ เผลอๆ จะชนะขาดลอยได้เลย

ฟันธง : ลิเวอร์พูล ชนะ 3-1

 

_____________________

Balltoro ตัวจริงด้านสถิติฟุตบอล ไม่ใช่แค่รู้แต่ต้องลึก จับประเด็นสำคัญ จับแทคติกการเล่น ให้คุณสนุกกับการดูบอลมากกว่าที่เคยเป็น ติดตามความเคลื่อนไหวทั้ง ข่าวบอลไทย ข่าวพรีเมียร์ลีก ลา ลีกา และลีกดังมากมาย