ไขข้อข้องใจ!! รวมเหตุผลละเอียดยิบทำไมค่าตัว "ป็อกบา" ต้อง "ร้อยล้าน"!!!

3 years ago
5,239 reads • 0 shares
ไขข้อข้องใจ!! รวมเหตุผลละเอียดยิบทำไมค่าตัว "ป็อกบา" ต้อง "ร้อยล้าน"!!!
โดย:

รวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด มาอธิบายเหตุผลที่ว่าทำไม ปอล ป็อกบา ต้องมีค่าตัวถึง 100 ล้านปอนด์

เป็นที่ถกเถียงกันมาตลอดว่า ปอล ป็อกบา คู่ควรกับค่าตัว 100 ล้านปอนด์ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามยื่นข้อเสนอขอซื้อจาก ยูเวนตุส หรือไม่

เราจะไม่ขอตัดสินว่า “คู่ควร” หรือ “ไม่คู่ควร”

แต่เราได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ทุกด้านมาอย่างละเอียดยิบ เพื่อให้แฟนบอลได้เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า สาเหตุที่เขาถูกตั้งค่าตัวไว้สูงขนาดนั้น เป็นเพราะอะไร? ไปดูเหตุผลต่างๆ พร้อมหลักฐานประกอบทีละข้อได้เลย

 

1. กองกลางคือตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในแท็กติกของ “จ่ามู”



โชเซ่ มูรินโญ่ คือเจ้าพ่อแห่งระบบ 4-2-3-1 เขาคือคนแรกๆ ที่นำแท็กติกนี้มาใช้ในวงการฟุตบอลระดับสูง ก่อนจะได้รับความนิยมไปทั่วโลก

หัวใจหลักของระบบนี้ก็คือคู่มิดฟิลด์ตัวกลางที่ต้องครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งให้ได้ และใช้นักเตะแค่ 3 คนเท่านั้น ในการขับเคลื่อนเกมรุกให้กองหน้าตัวเป้าเข้าทำสกอร์

จากประวัติการทำทีมของกุนซือชาวโปรตุกีส เขาเน้นเสมอกับการทำให้แผงมิดฟิลด์เหนียวแน่น

ยุคแรกที่คุม เชลซี เขาใช้ โคล้ด มาเกเลเล่ ซึ่งแย่งบอลเก่งมาก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในแดนกลาง นั่นคือเบื้องหลังที่ช่วยให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ขยับขึ้นไปทำเกมรุกได้โดดเด่นขึ้นในการเป็นจอมทัพเต็มตัว

ก่อนที่ฤดูกาล 2005-06 เขาเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้แดนกลางเข้าไปอีก ด้วยการคว้ามิดฟิลด์ที่ครบเครื่องที่สุดในโลก ณ ตอนนั้นอย่าง ไมเคิ่ล เอสเซียง มาจาก โอลิมปิก ลียง



จากนั้นเมื่อไปคุม
อินเตอร์ มิลาน เขาก็ซื้อ ซัลลีย์ มุนตารี่ มาคุมเกม แต่ฤดูกาลที่พีคที่สุดคือ 2009-10 ที่พาทีมงูใหญ่คว้าทริปเปิลแชมป์ จากการทุ่มซื้อ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ เป็นเพลย์เมกเกอร์ และคว้า ติอาโก้ ม็อตต้า มาเป็นตัวตัดเกม

ช่วงที่ไปคุม เรอัล มาดริด เขาวาง ซามี่ เคดิร่า เป็นตัวหลักในการตัดเกม โดยมี ชาบี อลอนโซ่ เป็นตัวควบคุมจังหวะ ส่วน เมซุต โอซิล จะเน้นเกมรุกเต็มตัว ในการจ่ายบอลเข้าทำ



พอกลับมา เชลซี ก็มี เนมานย่า มาติช เป็นตัวเก็บบอลชั้นเยี่ยม ช่วยให้ เชส ฟาเบรกาส สามารถทำเกมได้อย่างมีอิสระ

 

2. “ป็อกบา” เหนือกว่ากองกลางผีแดงชุดปัจจุบันทุกด้าน



ปอล ป็อกบา คือกองกลางที่มีความคล่องตัวสูง ทำได้ยอดเยี่ยมทั้งการเก็บบอล, บังบอล, พลิกบอล, เลี้ยงบอล, ผ่านบอล ไปจนถึงการยิงประตู

เขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเก้งก้างเลย ทั้งที่มีส่วนสูงถึง 191 เซนติเมตร

ส่วนสูงที่มากกว่ามิดฟิลด์ทีมคู่แข่งหลายๆ คน แถมยังมีทักษะเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม คือจุดที่ทำให้ทีมที่มีเขาลงคุมแดนกลาง ได้เปรียบอย่างมากในการคุมเกมให้เหนือกว่าคู่แข่ง

2 ทีมหลังสุดที่ มูรินโญ่ คุมทีม ล้วนมีกองกลางตัวสูงๆ ไว้เก็บบอลโดยเฉพาะทั้งสิ้น ทั้ง ซามี่ เคดิร่า (189 ซม.) ที่ เรอัล มาดริด และ เนมานย่า มาติช ที่เชลซี (194 เซนติเมตร)

ในบรรดากองกลางทีมปีศาจแดงชุดปัจจุบัน มีเพียง มารูยาน เฟลไลนี่ ที่สูงถึง 194 เซนติเมตร เพียงคนเดียว ที่สูงกว่าเขา แต่มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมก็อืดอาด พลิกบอลได้ช้า แถมขาดประสิทธิภาพในการผ่านบอล มีดีแค่ในเรื่องใช้ความสูงใหญ่บังบอล และดวลลูกกลางอากาศแค่นั้น

 

เปรียบเทียบสถิติในลีกฤดูกาลล่าสุด ระหว่าง ป็อกบา กับ กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ดีที่สุด ในด้านต่างๆ

 

 

ลงสนาม

ป็อกบา : 35 นัด (รวมกัน 3,018 นาที)

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน : (29 นัด, รวมกัน 2,205 นาที)

 

สถิติด้านเกมรุก

ยิงประตู

ป็อกบา : 8 ลูก

อันเดร์ เอร์เรร่า : 3 ประตู

 

แอสซิสต์

ป็อกบา : 12 ลูก

อันเดร์ เอร์เรร่า : 2 ประตู

 

สร้างโอกาสให้เพื่อน

ป็อกบา : 54 ครั้ง

อันเดร์ เอร์เรร่า : 21 ครั้ง

 

หาโอกาสยิง

ป็อกบา : 124 ครั้ง

อันเดร์ เอร์เรร่า : 24 ครั้ง

 

หาโอกาสยิงจากนอกเขตโทษ

ป็อกบา : 82 ครั้ง

อันเดร์ เอร์เรร่า : 15 ครั้ง

 

เลี้ยงผ่านคู่แข่ง

ป็อกบา : 102 ครั้ง

อันเดร์ เอร์เรร่า : 19 ครั้ง

 

ผ่านบอลสำเร็จ

ป็อกบา : 1,399 ครั้ง

ไมเคิ่ล คาร์ริค : 1,322 ครั้ง

 

ด้านเกมรับ

ชนะลูกกลางอากาศ

ป็อกบา : 63 ครั้ง

มารูยาน เฟลไลนี่ : 48 ครั้ง

 

แย่งบอลได้

ป็อกบา : 47 ครั้ง

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน : 73 ครั้ง

 

เข้าปะทะสำเร็จ

ป็อกบา : 55 ครั้ง

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน : 50 ครั้ง

 

ช่วยบล็อคลูกยิง/ลูกเปิด

ป็อกบา : 6 ครั้ง

อันเดร์ เอร์เรร่า : 6 ครั้ง

 

การเคลียร์บอลอันตราย

ป็อกบา : 27 ครั้ง

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน : 50 ครั้ง

 

จากสถิติหลักฐานทั้งหมดที่ว่ามานี้ น่าจะทำให้เข้าใจดีแล้วว่า ทำไมกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด คนปัจจุบัน ถึงอยากได้กองกลางวัย 23 ปีรายนี้ไปร่วมทีมนักหนา

 

3. ป็อกบาคือกองกลางที่มูลค่าสูงที่สุดในโลกตอนนี้





จากข้อมูลเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาของ CIES Football Observatory หรือสถาบันวิเคราะห์วิจัยฟุตบอล เผยว่า ปอล ป็อกบา คือนักฟุตบอลที่มีมูลค่าสูง เป็นอันดับที่ 10 ของโลกในปัจจุบัน

อันดับ 1 ของโลกตอนนี้คือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่มีมูลค่า 163 ล้านปอนด์ รองลงมาคือ เนย์มาร์ (155 ล้านปอนด์) ตามด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (103 ล้านปอนด์)


แต่หากไม่นับพวกนักเตะแนวรุก วัดกันเฉพาะผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง ป็อกบา ถือเป็นผู้เล่นที่มูลค่าสูงที่สุดในโลก (70 ล้านปอนด์) รองลงมาคือ โทนี่ โครส ของ เรอัล มาดริด ที่มีมูลค่า 48 ล้านปอนด์

สาเหตุที่กองกลางตัวจ่ายแม่นทีมชาติเยอรมนีมีมูลค่าน้อยกว่า ก็เพราะแก่กว่าป็อกบา 3 ปี และมีส่วนร่วมกับการทำประตูช่วยทีมน้อยกว่าพอสมควร

การจัดอันดับของ CIES จะคำนวณจากตำแหน่งการเล่นของนักเตะ, สถิติการช่วยให้ทีมชนะในแต่ละนัด, อายุการใช้งาน, อายุในสัญญา, ฟอร์มการเล่น, แชมป์ที่คว้าได้ รวมถึงสถานะในทีมชาติ

ป็อกบา ปัจจุบันอายุเพียง 23 ปี เป็นผู้เล่นคนสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ เขาพา ยูเวนตุส กวาดแชมป์ลีกได้ 4 ปีซ้อนตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม และเหลือสัญญากับทีมม้าลายจนถึงปี 2019

โดยฤดูกาลล่าสุด เขามีส่วนกับการทำประตูโดยตรงใน เซเรีย อา ถึง 20 ลูก (ยิง 8 จ่าย 12)

มูลค่าดังกล่าว คำนวณในแง่ฟุตบอลล้วนๆ โดยยังไม่รวมกับค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ต่างๆ ที่ใครอยากได้เขาไปเป็นเจ้าของ จะต้องจ่ายเพิ่มอีก

 

4. ต้องบวกราคาความเป็น “ซูเปอร์สตาร์” เข้าไปด้วย


 

การซื้อนักเตะในยุคนี้ ไม่ได้ซื้อมาเตะบอลอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ยังหมายถึงการจับมาเป็น “นายแบบ” ให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของสโมสรด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่ได้รับเงินสนับสนุนต่อปีจาก อาดิดาส มากที่สุดในโลก (75 ล้านปอนด์ต่อปี) จากการเป็นสปอนเซอร์หลักของชุดแข่งของทีมถึงปี 2025 ขณะที่ยูเว่ ขนาดเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับแบรนด์เจ้าเดียวกันแท้ๆ ยังได้แค่ 20 ล้านปอนด์ต่อปี แถมสัญญาก็สั้นกว่า (ถึงปี 2022)


เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ป็อกบา เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ อาดิดาส ยาวนานถึง 10 ปี ทำให้รับเหนาะๆ ไปถึง 44 ล้านยูโร นั่นหมายความว่า ทีมปีศาจแดงที่ชุดแข่งเป็นของอาดิดาสอยู่แล้ว จะไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้กับแบรนด์กีฬาเจ้าอื่น ถ้าหากใช้นักเตะจอมเปลี่ยนทรงผม มาเป็นพรีเซนเตอร์หลักให้กับชุดแข่งของสโมสรในอีกทศวรรษต่อจากนี้


ปัจจุบัน ป็อกบา คือผู้เล่นที่ทำยอดขายเสื้อให้กับ ยูเวนตุส ได้มากที่สุด ซึ่งการเสีย ป็อกบา ไป หมายถึงการเสียโอกาสในการขายเสื้อแข่งที่สกรีนชื่อซูเปอร์สตาร์รายนี้ไป

อาดิดาส จะยิ่งเกิดความเชื่อมั่นในการสนับสนุนแบรนด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่า ทั้งที่ปัจจุบันก็เป็นสปอนเซอร์หลักให้กับเสื้อแข่งของ ยูเวนตุส ด้วยเช่นกัน

ถ้าหากยูเว่มุ่งหวังถึงการพัฒนาแบรนด์ตัวเองไปสู่ระดับโลกยิ่งขึ้น นี่ถือเป็นการขายพรีเซนเตอร์สำคัญของตัวเองออกไป ออกไปเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้สโมสรอื่นอย่างชัดเจน

แล้วจะไม่ให้เรียกค่าตัวแพงๆ ได้อย่างไร?

 

5. ทีมม้าลายหมดเงินไปเยอะกับการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้


 

ยูเวนตุส เพิ่งถูกมองว่าทุ่มเงินแพงเกินกว่าเหตุไปกับการซื้อ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา มาจาก นาโปลี ด้วยค่าตัวแพงเป็นอันดับ 3 ของโลก (90 ล้านยูโร หรือ 75 ล้านปอนด์)


จริงๆ ก่อนหน้าจะคว้าตัว
อิกวาอิน เข้ามา ทีมม้าลายก็หมดเงินไปเยอะในช่วงซัมเมอร์นี้ กับการคว้าตัว มิราเล็ม ปานิช มาจาก โรม่า ด้วยค่าตัว 25.4 ล้านปอนด์, มาร์โค เปียก้า อีกราวๆ 20 ล้านปอนด์

ขณะที่การยืมตัว เมห์ดี้ เบนาเตีย มาจาก บาเยิร์น มิวนิค พวกเขาต้องเตรียมเงินอีกประมาณ 14 ล้านปอนด์ ในการซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

สื่อต่างประเทศหลายสำนักต่างเชื่อว่า การซื้อ อิกวาอิน คือสัญญาณบ่งบอกว่าทีมม้าลายพร้อมขาย ป็อกบา ออกไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อถอนทุนคืนแล้ว

เพราะแม้จะได้เงิน 25 ล้านปอนด์ จากการขาย อัลบาโร่ โมราต้า กลับคืนให้ เรอัล มาดริด แต่ถ้าพวกเขาต้องการทำให้ผลประกอบการในช่วงซัมเมอร์นี้ออกมาเป็นบวก การขาย ป็อกบา จำเป็นต้องได้ค่าตัวในหลัก 100 ล้านปอนด์ เท่านั้น

 

6. แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีกำลังซื้อสูงมาก



ราคาสินค้าในตลาด ขึ้นอยู่กับ กฎของอุปสงค์และอุปทาน ถ้าความต้องการขายมีมากกว่าความต้องการซื้อ ราคาสินค้าจะถูก

แต่ในทางกลับกัน ถ้าความต้องการซื้อมีมากมหาศาล แต่ผู้ขายไม่ได้อยากจะขาย ผู้ซื้อก็ต้องเสนอจำนวนเงินให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าผู้ขายจะพอใจ


ใครๆ ก็รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของจักรวาล ปัจจุบันพวกเขาคือทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 3 และหากนับเฉพาะในวงการฟุตบอล ก็มีเพียงแค่ เรอัล มาดริด เท่านั้น ที่มูลค่าสูงกว่า


นับตั้งแต่การสละบัลลังก์กุนซือของ
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทีมปีศาจแดงกลายเป็นทีมที่มีประวัติการชอปนักเตะแบบมือเติบมาก หลังการเปลี่ยนซีอีโอของสโมสรจาก เดวิด กิลล์ มาเป็น เอ็ด วู้ดเวิร์ด


มีนักเตะถึง 10 คน ที่ย้ายเข้ามาหลังจากนั้นด้วยค่าตัวไม่ต่ำกว่า 25 ล้านปอนด์ เริ่มจาก มารูยาน เฟลไลนี่, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, ลุค ชอว์, อังเคล ดิ มาเรีย, เมมฟิส เดอปาย, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, เอริก ไบยี่ และ เฮนริค มคิทาร์ยาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมองจากการทุ่มซื้อ มาร์กซิยาล มาจาก โมนาโก ปีที่แล้วด้วยค่าตัวถึง 36 ล้านปอนด์ โดยยังไม่รวมออปชั่นอื่นๆ ทั้งที่นักเตะยังไม่ผ่านการพิสูจน์ว่าเป็น “ของจริง” 


ค่าตัวของ ป็อกบา ที่ถูกยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลกยุคนี้ ก็ควรต้องแพงกว่านั้นหลายเท่า

 

7. ยูเวนตุสไม่ใช่ทีมร้อนเงิน

 

ทีนี้มาดูในมุมของเจ้าของสินค้าบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่า ยูเวนตุส ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จำเป็นต้องขายสมบัติล้ำค่าของตัวเองรายนี้ออกไป


จากการจัดอันดับของ
Forbes สื่อการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกาในปี 2016 ยูเวนตุส ถือเป็น สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก และเป็น ทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศอิตาลี

มูลค่าสโมสรของ ยูเวนตุส ในปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าทีมที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 และ 3 ของประเทศอย่าง เอซี มิลาน (825 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และ อินเตอร์ มิลาน (559 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เกือบเท่าตัว

 




และการคว้าแชมป์ เซเรีย อา อย่างต่อเนื่อง (5 ปีหลังสุดเหมาเรียบ) นั่นหมายถึงการได้รับส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมากกว่าทุกทีมร่วมลีก และยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ทำเงินอย่างศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ ทีมม้าลายยังเป็นเพียง 1 ใน 3 ทีมของอิตาลี ที่มีสนามเป็นของตัวเอง นอกเหนือจาก ซาสซูโอโล่ และ อูดิเนเซ่ ทำให้ฟันกำไรได้เต็มๆ จากการขายตั๋ว รวมถึงการถ่ายทอดสดเกมเหย้าทุกนัด ยังไม่รวมรายได้จากการตั้งช็อปขายสินค้าของสโมสรที่สนามของตัวเอง

ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องขายนักเตะตัวหลักให้ทีมอื่นถ้าพวกเขาไม่อยากขาย ต่อให้เพิ่งทุ่มเงินคว้า กอนซาโล่ อิกวาอิน ด้วยค่าตัวสถิติแดนมะกะโรนีก็ตาม


ถ้าถึงเวลาที่ ยูเวนตุส อยากจะขาย ฝ่ายที่กำหนดค่าตัวคือพวกเขาเอง ไม่ใช่ทีมที่มาขอซื้อ


แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยอมจ่ายหรือไม่ ก็ไปตัดสินใจเอาเอง...

และเจ้าของสินค้าคือฝ่ายตัดสินใจเสมอ ว่าจะขายหรือไม่ขาย