ทีมพรีเมียร์เข้าหมด!! หงส์แดงโคตรเจ๋ง บุกตบเสือใต้คาถิ่น 3-1 ลิ่ว 8 ทีม UCL

1 week ago
358 reads • 609 shares
ทีมพรีเมียร์เข้าหมด!! หงส์แดงโคตรเจ๋ง บุกตบเสือใต้คาถิ่น 3-1 ลิ่ว 8 ทีม UCL
โดย:

ลิเวอร์พูล บุกชนะ บาเยิร์น มิวนิค ถึงถิ่น 3-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

บาเยิร์น มิวนิค 1-3 ลิเวอร์พูล

(ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 3-1)

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า (มิวนิค, เยอรมนี)

เกมคู่บิ๊กแมตช์ นัดชี้ชะตาถ้วยใหญ่สุดยุโรปของรอบ 16 ทีมสุดท้าย บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมจากเยอรมนี ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก หลังจากเลกแรกเสมอกันมา 0-0 ที่แอนฟิลด์

นิโก้ โควัช เทรนเนอร์ชาวโครเอเชียของเจ้าบ้าน จัดทีมมาในระบบ 4-2-1-3 ให้ ฮาเมส โรดริเกซ เป็นตัวปั้นเกมรุก อยู่ด้านหลังสามประสาน แซร์ช กนาบรี้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ฟร้องค์ ริเบรี่

ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเลือดเยอรมันของหงส์แดง เกมนี้วางหมาก 4-3-3 โดยตัดสินใจโยก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไปรับบทปีกซ้าย แล้วให้ ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นเกมรุกทางขวา และให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยืนหน้าเป้าเช่นเดิม

บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 8 เมื่อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เติมขึ้นมายิงปั่นไซด์โป้งด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป



นาทีที่ 13 ลิเวอร์พูล ต้องเสียโควตาเปลี่ยนตัวคนแรก เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องให้ ฟาบินโญ่ ลงไปแทน

นาที 25 เป็นโอกาสของ ลิเวอร์พูล บ้าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้ตะบันด้วยขวาแบบเข้าข้อ แต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไป



นาที 26 ลิเวอร์พูล บุกนำ 1-0 ได้สำเร็จ เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ วางยาวขึ้นหน้าให้ ซาดิโอ มาเน่ สปีดไปจับบอลลงแล้ว พลิกบอลหนี มานูเอล นอยเออร์ ที่ออกมาจากเส้นประตู ก่อนบรรจงชิพเข้าตุงตาข่ายโล่งๆ พาหงส์แดงได้อเวย์โกลที่ต้องการได้สำเร็จ

นาที 34 หงส์แดงเกือบได้ประตูที่ 2 เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ จ่ายทะลุช่องให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายวิ่งเติมขึ้นไปซัดมุมแคบในกรอบเขตโทษ แต่ว่า มานูเอล นอยเออร์ ยังป้องกันออกหลังไปได้ ก่อนที่บอลจะพุ่งเข้าเสาแรก

นาที 39 บาเยิร์น มิวนิค ตีเสมอเป็น 1-1 เมื่อ บรรจงวางยาวจากแดนหลังให้ แซร์ช กนาบรี้ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปทางขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดเรียดไปที่หน้าประตู แล้วจังหวะสุดท้ายบอลไปโดน โฌแอล มาติป สกัดเข้าประตูตัวเองไป



จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ซึ่งหากเกมจบสกอร์นี้ ลิเวอร์พูล จะเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

ครึ่งหลังผ่านมา 4 นาทีเศษ ลิเวอร์พูล ลุ้นขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พาบอลขึ้นมาซัดด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ยิงไม่มุมพอ ทำให้ มานูเอล นอยเออร์ ชกทิ้งออกมาได้



นาที 69 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวาให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เทกตัวโขกเต็มกบาล ส่งบอลเสียบเสาเข้าไป

นาที 82 บาเยิร์น มิวนิค ได้ลุ้นตีเสมอ จากจังหวะลองสับไกยิงจากนอกเขตโทษของ เรนาโต้ ซานเชส ตัวสำรอง แต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไป

นาที 84 ลิเวอร์พูล หนีห่างไปเป็น 3-1 จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลด้วยซ้ายจากฝั่งขวา บอลติดไซด์ก้อยไปที่เสาไกลให้ ซาดิโอ มาเน่ พุ่งโหม่งจมตาข่ายอย่างเด็ดขาด และเป็นประตูที่ 2 ของ มาเน่ ในเกมนี้ด้วย


จบเกม ลิเวอร์พูล โชว์ผลงานสุดยอด บุกชนะ บาเยิร์น มิวนิค ถึงถิ่น 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ และทำให้ บาเยิร์น ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-1-3) : มานูเอล นอยเออร์ (กัปตันทีม) - ราฟินญ่า, นิคลาส ซือเล่อ, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ดาวิด อลาบา - ฆาบี มาร์ติเนซ (เลออน โกเร็ตซ์ก้า น.72), ติอาโก้ อัลกันตาร่า - ฮาเมส โรดริเกซ (เรนาโต้ ซานเชส น.79) - แซร์ช กนาบรี้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ฟร้องค์ ริเบรี่ (คิงสเล่ย์ โกมัน น.61)

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม) (ฟาบินโญ่ น.13), เจมส์ มิลเนอร์ (อดัม ลัลลาน่า น.87) - ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.83), โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

 

inbizth รับทำเว็บ e-commerce