ซาร์รี่ ยังไร้แชมป์!! เรือดวลเป้าดับเชลซี หลังต่อเวลาเจ๊า 0-0 ซิวถ้วย คาราบาว

10 months ago
233 reads • 169 shares
ซาร์รี่ ยังไร้แชมป์!! เรือดวลเป้าดับเชลซี หลังต่อเวลาเจ๊า 0-0 ซิวถ้วย คาราบาว
โดย:

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดวลจุดโทษชนะ เชลซี ป้องกันแชมป์ คาราบาว คัพ ได้สำเร็จ

คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ

เชลซี 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

(แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ 4-3)

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

เกมนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยเล็กอังกฤษ อย่าง คาราบาว คัพ หรือ ลีก คัพ เป็นการเจอกันระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ โดย เชลซี เจ้าของแชมป์ถ้วยนี้เมื่อปี 2015 พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ที่เป็นแชมป์เก่าถ้วยนี้เมื่อปีที่แล้ว

เมาริซิโอ ซาร์รี่ ยังคงยึดระบบ 4-3-3 เหมือนเดิม แต่เกมนี้ตัดสินใจใช้ เอแด็น อาซาร์ รับบทกองหน้าตัวเป้าแบบ "ฟอลส์ ไนน์" และให้โอกาส เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ ลงแบ็กซ้ายตัวจริงแทน มาร์กอส อลอนโซ่ ที่หลุดจากทีม

ทางฝั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขนตัวหลักลงเล่นแบบเต็มสูบ ให้ เอแดร์ซอน โมราเอส นายด่านมือหนึ่งลงเฝ้าเสา ส่วนแนวรุกวาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง สนับสนุน เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ ที่ยืนหน้าเป้า

ครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมยังไม่มีจังหวะลุ้นจะแจ้งเท่าไรนัก จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เชลซี มีลุ้นขึ้นนำ เมื่อ วิลเลี่ยน เปิดลูกฟรีคิกจากฝั่งขวาไปหน้าประตู แล้ว นิโกลัส โอตาเมนดี้ สกัดบอลผิดเหลี่ยมเกือบเข้าประตูตัวเอง แต่ว่าบอลออกหลังไป ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รอดเสียประตูหวุดหวิด



จบครึ่งแรก สกอร์จึงยังคงเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง นาที 56 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ เมื่อ เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ จับบอลที่ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ยิงสวนเข้ามาจากนอกกรอบ ได้บริเวณหน้าประตู ก่อนพลิกตัวซัดเข้าไป แต่อดได้ประตู เพราะดาวยิงอาร์เจนไตน์โดนจับล้ำหน้าซะก่อน

นาที 90+2 เชลซี เกือบได้ประตูชัย เมื่อมาได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของสนาม แล้ว วิลเลี่ยน กึ่งยิงกึ่งเปิดส่งบอลเกือบเสียบใต้คาน แต่ เอแดร์ซอน โมราเอส ยังโดดสุดตัว ปัดทิ้งออกหลังไว้ได้



ทำให้จบช่วงเวลาปกติ ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษกันอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ ครึ่งแรกนาทีที่ 11 เชลซี เกือบได้ประตู เมื่อ จอร์จินโญ่ ตวัดยิงตามน้ำลูกจ่ายของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ บริเวณหน้าเขตโทษ แต่บอลโค้งหลุดกรอบไปนิดเดียว

ช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง นาที 27 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้โอกาสลุ้นบ้าง เมื่อสวนกลับขึ้นมา แล้วจังหวะสุดท้าย เซร์คิโอ อเกวโร่ หาเหลี่ยมส่องด้วยขวาเน้นๆ จากนอกกรอบ บอลโค้งเข้าหาประตู แต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ล้มตัวรับไว้ได้



ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มีจังหวะดราม่า เมื่อ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ เชลซี เห็นว่า เกปา มีอาการบาดเจ็บ และอาจไม่พร้อมจะลงเฝ้าเสาได้ในช่วงดวลจุดโทษ จึงพยายามจะส่ง วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงไปทำหน้าที่แทน ทว่า เกปา ยืนยันที่จะไม่ยอมโดนเปลี่ยนตัวออก ทำให้ ซาร์รี่ ออกอาการหงุดหงิดชัดเจน ที่ลูกทีมขัดคำสั่ง

จบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้ จึงต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ โดยที่ เชลซี ยังต้องให้ เกปา ลงทำหน้าที่ต่อ ส่วน กาบาเยโร่ ต้องยืนจ๋อยข้างสนาม ที่อดลงไปโชว์ฝีมือ

และผลการดวลจุดโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงได้แม่นกว่า เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-3 ทำสถิติคว้าแชมป์ถ้วยนี้สมัยที่ 6 และป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ

 

ผลการดวลจุดโทษ

เชลซี คนแรก​ (พลาด) : จอร์จินโญ่ ยิงติดเซฟ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนแรก : อิลคาย กุนโดกัน ยิงเข้า

เชลซี คนที่ 2 : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยิงเข้า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนที่ 2 : เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ ยิงเข้า

เชลซี คนที่ 3 : เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ ยิงเข้า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนที่ 3 (พลาด) : ลีรอย ซาเน่ ยิงติดเซฟ

เชลซี คนที่ 4 (พลาด) : ดาวิด ลุยซ์ ยิงชนเสา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนที่ 4 : แบร์นาร์โด้ ซิลวา ยิงเข้า

เชลซี คนที่ 5 : เอแด็น อาซาร์ ยิงเข้า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนที่ 5 : ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้า

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (กัปตันทีม), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์ (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.89) - เปโดร โรดริเกซ (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.79), เอแด็น อาซาร์, วิลเลี่ยน (กอนซาโล่ อิกวาอิน น.95)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ (แว็งซ็องต์ ก็องปานี น.46), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ - เควิน เดอ บรอยน์ (ลีรอย ซาเน่ น.86), แฟร์นันดินโญ่ (ดานิโล่ น.91), ดาบิด ซิลบา​ (กัปตันทีม) (อิลคาย กุนโดกัน น.79) - แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์