แดงเดือดไร้ประตู!! ผีพิการอุดอยู่ยันเจ๊า 0-0 ส่งหงส์คืนฝูง นำเรือ 1 แต้ม

3 months ago
114 reads • 239 shares
แดงเดือดไร้ประตู!! ผีพิการอุดอยู่ยันเจ๊า 0-0 ส่งหงส์คืนฝูง นำเรือ 1 แต้ม
โดย:

ศึกแดงเดือดที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก  27

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 ลิเวอร์พูล

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เกมแดงเดือดยกที่ 2 ของฤดูกาล 2018-19 แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล โดยทีมหงส์แดงต้องการแต้มจากเกมนี้ เพื่อแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับไปรั้งจ่าฝูงให้ได้ ส่วนเจ้าถิ่นก็ต้องการชัยชนะ เพื่อการันตีว่าจะไม่หลุดจากท็อปโฟร์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือผีแดง เจอข่าวร้ายก่อนเกม เมื่อ เนมานย่า มาติช กองกลางคนสำคัญมีอาการบาดเจ็บชวดลงสนาม เช่นเดียวกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่หายเจ็บไม่ทัน ทำให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ ฆวน มาต้า ได้โอกาสลงตัวจริง

ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดง ยังใช้งาน เจมส์ มิลเนอร์ ลงยืนแบ็กขวา โดย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่หายเจ็บกลับมาแล้วเป็นแค่ตัวสำรอง ส่วนแดนหน้ายังเป็น 3 ประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

นาทีที่ 16 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสลุ้นประตูก่อน เมื่อมาได้ฟรีคิกระยะหวังผล แต่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปั่นด้วยซ้ายข้ามคานออกไป



นาที 21 แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสียโควตาเปลี่ยนตัวคนแรก เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ อันเดรียส เปเรยร่า ต้องลงมาแทน

นาที 25 ฆวน มาต้า เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวอีกคน ทำให้เจ้าถิ่นต้องส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงไปปั้นเกมรุกแทน ก่อนที่นาที 31 ลิเวอร์พูล ต้องเปลี่ยนตัวบ้าง เพราะ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าขวา ต้องให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงไปยืนกองหน้าแทน

นาที 41 แมนฯ ยูไนเต็ด สวนกลับขึ้นมาน่าได้ประตู แล้วจังหวะสุดท้าย โรเมลู ลูกากู ดึงจังหวะจ่ายทะลุช่องให้ เจสซี่ ลินการ์ด หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษไปพยายามแตะบอลหนี อาลีสซง เบ็คเกอร์ แต่ถูก อาลีสซง ขวางไว้ได้ จึงยังไม่ได้ประตู



และจากจังหวะดังกล่าว ทำให้ ลินการ์ด บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกให้ อเล็กซิส ซานเชซ ลงแทน และทำให้ทีมปีศาจแดงต้องเสียโควตาเปลี่ยนตัวครบ 3 คนตั้งแต่ครึ่งแรก

นาที 44 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นจากจังหวะเตะมุมฝั่งขวา เจมส์ มิลเนอร์ เปิดเข้ามาให้ โฌแอล มาติป สอดเข้าโหม่งเต็มหัว แต่บอลข้ามคานออกไป

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้ ยังคงเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังนาที 70 ลิเวอร์พูล ได้เสียวจากจังหวะเตะมุมฝั่งขวา เจมส์ มิลเนอร์ เปิดให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม โฉบเข้าโหม่ง บอลไปติดไหล่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ออกหลังไปหวุดหวิด



นาที 75 แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถส่งบอลเข้าก้นตาข่ายได้ เมื่อ ลุค ชอว์ เปิดฟรีคิกข้ามฟากไปยังฝั่งขวาให้ คริส สมอลลิ่ง สอดขึ้นมาไหลบอลไปที่หน้าประตูแล้ว โฌแอล มาติป สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง แต่ว่าผีแดงอดได้ประตู เพราะ สมอลลิ่ง อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

นาทีสุดท้ายของเกม เจ้าบ้านได้ลุ้นประตูชัย เมื่อ โรเมลู ลูกากู ล็อกเข้าเท้าซ้าย แล้วเปิดบอลจากฝั่งขวากระดอนพื้นไปหน้าประตู แต่ว่า คริส สมอลลิ่ง เหยียดเท้าไม่ถึง บอลจึงออกหลังไป

จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 ทำให้ผีแดงหล่นมาอยู่อันดับ 5 เพราะโดน อาร์เซน่อล ที่เปิดบ้านชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 แซงขึ้นไปอยู่ที่ 4 ขณะที่ ลิเวอร์พูล กลับไปนำจ่าฝูงอีกครั้ง โดยนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 แต้ม ด้วยจำนวนเกมที่แข่งเท่ากัน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-3-1-2) : ดาบิด เด เคอา - แอชลี่ย์ ยัง (กัปตันทีม), คริส สมอลลิ่ง, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ - อันเดร์ เอร์เรร่า (อันเดรียส เปเรยร่า น.21), สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา - ฆวน มาต้า (เจสซี่ ลินการ์ด น.25) (อเล็กซิส ซานเชซ น.43) - โรเมลู ลูกากู, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ - เจมส์ มิลเนอร์, โฌแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม) (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.72), ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ดิว็อค โอริกี้ น.79), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (แดเนียล สเตอร์ริดจ์ น.31), ซาดิโอ มาเน่

ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์