เฮกันทั้งแมนเชสเตอร์!! เรือใบเก่งเว่อร์ ยำเชลซีครึ่งโหล "กุน" แฮตทริก

1 week ago
108 reads • 313 shares
เฮกันทั้งแมนเชสเตอร์!! เรือใบเก่งเว่อร์ ยำเชลซีครึ่งโหล "กุน" แฮตทริก
โดย:

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มโหด เปิดบ้านถล่ม เชลซี 6-0 กลับไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 26

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 6-0 เชลซี

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

เกมคู่เอกประจำสัปดาห์ เป็นนัดชี้ชะตาว่าจ่าฝูง และทีมอันดับ 4 หลังจบสัปดาห์นี้จะเป็นใคร โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการชนะ เพื่อแซงหน้า ลิเวอร์พูล กลับไปรั้งที่ 1 ส่วน เชลซี ก็ต้องห้ามแพ้ หากต้องการแซง แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ตามเดิม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกมนี้ปรับแท็กติกอีกครั้ง ส่ง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ลงยืนแบ็กซ้าย แล้วขยับ อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ กลับไปยืนเซนเตอร์ ส่วนแนวรุกใช้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ และ ราฮีม สเตอร์ลิง เป็น 3 ประสาน

ทางด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือสิงห์บลูส์ ยังยึดระบบ 4-3-3 ให้ จอร์จินโญ่ เป็นตัวคุมจังหวะเกมแดนกลางตามเดิม ส่วนแนวรุกนำมาโดย เอแด็น อาซาร์ และมี กอนซาโล่ อิกวาอิน ยืนกองหน้าตัวเป้า



เกมเปิดมาแค่ 3 นาทีครึ่งเศษๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เล่นฟรีคิกเร็ว จ่ายให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา หลุดขึ้นไปทางกราบขวา ก่อนเปิดบอลเข้าไปหน้าประตู แล้วบอลแฉลบ ดาวิด ลุยซ์ เลยไปถึง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งเข้ายิงตุงตาข่าย

นาทีที่ 8 แมนฯ ซิตี้ พลาดได้ประตูที่ 2 แบบที่น่าได้สุดๆ เมื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา พาบอลหนีแนวรับเชลซีทั้งแผงในเขตโทษ แล้วตวัดบอลจ่ายถวายพานให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยืนแปจ่อๆ ที่เสาไกล แต่กลับยิงออกหลังไปแบบไม่น่าเชื่อสายตา



แต่นาทีที่ 13 กุน อเกวโร่ แก้ตัวได้สำเร็จ เมื่อเอาบอลมาจาก โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ แล้วแต่งหามุมยิงปั่นโค้งด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสุดงาม พา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง 2-0 เป็นประตูที่ 15 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินาด้วย

นาทีที่ 19 สกอร์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไหลไปเป็น 3-0 เมื่อ รอสส์ บาร์คลี่ย์ โหม่งบอลคืนหลังผิดพลาด ทำให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ได้ส้มหล่นหลุดเดี่ยวไปยิงผ่าน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า จ่อๆ เข้าไป เป็นประตูที่สองของ อเกวโร่ ในเกมนี้

นาที 25 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง 4-0 เมื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ โดน อันโตนิโอ รือดิเกอร์ สกัดออกมาหน้าเขตโทษ แต่บอลเข้าทาง อิลคาย กุนโดกัน เติมขึ้นมายิงเสียบด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด



นาที 28 เชลซี น่าจะได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ กอนซาโล่ อิกวาอิน ตอกส้นให้ เปโดร โรดริเกซ หลุดไปยิงเดี่ยวๆ ในเขตโทษ แต่ซัดไปติด เอแดร์ซอน โมราเอส อย่างน่าเสียดาย

นาที 38 ทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน พักอกแล้วยิงฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลย้อยเกือบเสียบใต้คาน แต่ เอแดร์ซอน ยังโดดปัดออกหลังไว้ได้

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำ เชลซี 4-0

ครึ่งหลังเปิดฉากมา 5 นาทีเศษ เซร์คิโอ อเกวโร่ เกือบได้แฮตทริก เมื่อขึ้นโขกลูกเปิดจากซ้ายของ เควิน เดอ บรอยน์ ไปชนคานดังสนั่น ทำให้เจ้าบ้านยังไม่ได้ประตูที่ 5

นาที 55 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้จุดโทษ เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ลากบอลไปโดน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เตะร่วงลงในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนที่ อเกวโร่ จะรับหน้าที่สังหารตุงตาข่ายในนาที 56 เป็นแฮตทริกของเขาในเกมนี้ และทำให้เจ้าตัวขึ้นนำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ด้วยการยิงไป 17 ประตู เท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 



จากการทำแฮตทริกได้อีกครั้งของ "เอล กุน" ในเกมนี้ ทำให้ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ทาบสถิติของ อลัน เชียเรอร์ ในการทำแฮตทริกมากที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกที่ 11 ครั้ง ด้วย

นาที 64 เชลซี มีลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะลองสับไกยิงด้วยซ้ายเน้นๆ ของ เอแด็น อาซาร์ แต่บอลพุ่งไปเข้าข้างตาข่าย

นาที 74 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ประตูที่ 6 เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ใช้ความเร็วลุยขึ้นมา ก่อนจ่ายให้ กาเบรียล เชซุส ดาวยิงตัวสำรอง แตะบอลไปยิงเดี่ยวๆ แต่ว่า เกปา อาร์รีซาบาลาก้า โชว์ซูเปอร์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 80 แมนฯ ซิตี้ นำห่าง 6-0 จนได้ เมื่อ ดาบิด ซิลบา ตัวสำรองจ่ายทะลุช่องอย่างสุดคมให้ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เติมขึ้นมาทางฝั่งซ้าย แล้วปาดเรียดไปหน้าประตูให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ตวัดยิงจ่อๆ เข้าไปง่ายๆ

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เชลซี 6-0 ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าแซง ลิเวอร์พูล กลับไปรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่า และแข่งมากกว่า 1 นัด

ขณะที่ เชลซี จากการที่เสียไปถึง 6 ประตูในนัดนี้ ทำให้พวกเขาต้องร่วงลงสู่อันดับ 6 ซะแล้ว เมื่อมีประตูได้เป็นรอง อาร์เซน่อล



  

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, อายเมอริค ลาป๊อร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ - เควิน เดอ บรอยน์ (ริยาด มาห์เรซ น.68), แฟร์นันดินโญ่ (กัปตันทีม) (ดาบิด ซิลบา น.75), อิลคาย กุนโดกัน - แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ (กาเบรียล เชซุส น.65), ราฮีม สเตอร์ลิง

เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (กัปตันทีม), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่ (เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ น.73) - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์ (มาเตโอ โควาซิช น.53) - เปโดร โรดริเกซ (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.65), กอนซาโล่ อิกวาอิน, เอแด็น อาซาร์

ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน