หงส์ทวงจ่าฝูงคืน!! คืนฟอร์ม ต้อนบอร์นมัธ 3-0, ปืนก็เฮ บุกเชือดทีมบ๊วย 2-1

5 months ago
186 reads • 298 shares
หงส์ทวงจ่าฝูงคืน!! คืนฟอร์ม ต้อนบอร์นมัธ 3-0, ปืนก็เฮ บุกเชือดทีมบ๊วย 2-1
โดย:

ลิเวอร์พูล คืนฟอร์มเก่ง เปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 3-0 กลับไปรั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 26

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 1-2 อาร์เซน่อล

สนาม : จอห์น สมิธส์ สเตเดี้ยม



อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 6 ต้องเก็บชัยชนะให้ได้ เพื่อทำแต้มขึ้นไปเท่าทีมอันดับ 5 อย่าง เชลซี โดยเกมนี้คู่แข่งคือทีมบ๊วยอย่าง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์

อูไน เอเมรี่ กุนซือทีมปืนใหญ่ เกมนี้ต้องอดใช้งาน ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ดาวซัลโวประจำทีมที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ได้ตัว เฮนริค มคิทาร์ยาน ฟิตกลับมาปั้นเกมรุกอีกครั้ง ส่วนหน้าเป้ามี อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ เป็นตัวทีเด็ด

อาร์เซน่อล ออกนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 16 จากจังหวะที่ เซอัด โคลาซินัช เติมขึ้นสูงไปครอสบอลจากฝั่งซ้าย ข้ามฟากมาให้ อเล็กซ์ อิโวบี้ กระโดดวอลเลย์ด้วยขวาในเขตโทษ บอลกระดอนพื้นแล้วเด้งผ่านมือ เบน เฮเมอร์ เข้าประตูไป

นาที 44 ทีมปืนใหญ่บุกนำห่างเป็น 2-0 เมื่อ เฮนริค มคิทาร์ยาน ดึงจังหวะพลิกตัวจ่ายออกขวาให้ ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส เติมขึ้นมาไหลเข้ากลางให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ตวัดยิงตามน้ำเข้าไปอย่างเฉียบขาด และเป็นสกอร์ก่อนจบครึ่งแรกด้วย

แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เซอัด โคลาซินัช

จบเกม อาร์เซน่อล บุกชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 2-1 ทำให้ทีมปืนใหญ่มี 50 แต้มเท่ากับ เชลซี แต่ยังรั้งอันดับ 6 เหมือนเดิม เพราะมีผลต่างประตูได้-เสียเป็นรองทีมสิงห์บลูส์

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (4-3-3) : เบน เฮเมอร์ - ทอมมี่ สมิธ (กัปตันทีม), มาธิอัส "ซันก้า" ยอร์เกนเซ่น, คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์, เทเรนซ์ คองโกโล่ (เอริค ดวร์ม น.56) - อารอน มอย, โจนาธาน ฮ็อกก์, จูนินโญ่ บาคูน่า - เจสัน พันเชียน (โลร็องต์ เดอปวตร์ น.66), เอเลียส คาชุงก้า (คาร์ลัน แกรนท์ น.83), อดาม่า ดิยาคาบี้

อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ - ชโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ (กัปตันทีม), นาโช่ มอนเรอัล - ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส, ลูคัส ตอร์เรยร่า (โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ น.59), มัตเตโอ เกนดูซี่, เซอัด โคลาซินัช - อเล็กซ์ อิโวบี้ (โจ วิลล็อค น.88), เฮนริค มคิทาร์ยาน (เดนิส ซัวเรซ น.76) - อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

___________________________________

ลิเวอร์พูล 3-0 บอร์นมัธ

สนาม : แอนฟิลด์



ทีมหงส์แดง ที่เพิ่งโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงขึ้นนำจ่าฝูงเมื่อกลางสัปดาห์ มีโอกาสดีที่จะกลับขึ้นไปรั้งที่ 1 อีกครั้ง เมื่อได้เล่นในบ้านตัวเอง รับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ทีมอันดับ 10

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดง เกมนี้ใช้ระบบ 4-3-3 ให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็น 3 ประสานในแนวรุก ขณะที่ เอ็ดดี้ ฮาว อดใช้งาน เนธาเนียล ไคลน์ แบ็กขวาที่ยืมมาจากทีมเจ้าบ้าน เพราะห้ามลงเจอต้นสังกัดที่แท้จริง

นาที 24 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะครอสฝั่งขวาของ เจมส์ มิลเนอร์ เข้ามาหน้าประตู แล้วเป็น ซาดิโอ มาเน่ โหม่งกดลงพื้นเข้าไป

นาที 34 ทีมหงส์แดงหนีไปเป็น 2-0 เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ ดักตัดบอลได้ทางฝั่งซ้าย โดยเคาะบอลเร็วคืนหลังให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน วางยาวขึ้นหน้าทันที ให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม หลุดเข้าเขตโทษไปเอาบอลลง แล้วกระดกบอลข้าม อาร์เทอร์ โบรุก ที่ออกจากเส้นประตูมาเยอะเข้าไป

จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ บอร์นมัธ 2-0 โอกาสที่ทีมหงส์แดงจะทวงจ่าฝูงคืนสดใสแล้ว

ครึ่งหลังเปิดฉากมาเพียง 3 นาที เจ้าบ้านหนีห่างไปเป็น 3-0 เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ตอกส้นให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สอดขึ้นมาแปด้วยซ้ายเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูที่ 20 รวมทุกรายการในซีซั่นนี้ของดาวเตะทีมชาติอียิปต์ และเป็นประตูที่ 17 ในพรีเมียร์ลีก นำโด่งเป็นดาวซัลโวต่อไป

 
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้ประตูเพิ่มอีกหลายจังหวะ แต่ก็ยิงเพิ่มไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล ถล่ม บอร์นมัธ 3-0 ขยับหนีทีมเรือใบสีฟ้า 3 แต้ม กลับไปรั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ - เจมส์ มิลเนอร์ (กัปตันทีม), โฌแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น.77), ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (แดเนียล สเตอร์ริดจ์ น.90), ซาดิโอ มาเน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.87)

บอร์นมัธ (4-1-4-1) : อาร์เทอร์ โบรุก - อดัม สมิธ, สตีฟ คุก, นาธาน อาเก้, ดีเอโก้ ริโก้ (คริส เมแฟม น.80) - เจฟเฟอร์สัน เลอร์ม่า (ลีส มูสเซ็ต น.73) - จอร์ดอน ไอบ์ (โดมินิค โซลันกี้ น.59), แดน กอสลิ่ง, แอนดรูว์ เซอร์แมน (กัปตันทีม), ไรอัน เฟรเซอร์ - โจชัว คิง

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์