อันดับขยับแล้ว!! ผีแดงบุกเชือดจิ้งจอกหืด 1-0 แซงปืนใหญ่ ขึ้นที่ 5

2 weeks ago
165 reads • 494 shares
อันดับขยับแล้ว!! ผีแดงบุกเชือดจิ้งจอกหืด 1-0 แซงปืนใหญ่ ขึ้นที่ 5
โดย:

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ หวุดหวิด 1-0 ศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 25

เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

เกมคู่หัวค่ำวันอาทิตย์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะแซงหน้า อาร์เซน่อล ขึ้นไปรั้งอันดับ 5 หากเก็บ 3 แต้มได้ แต่ต้องเจองานไม่ง่าย เมื่อบุกเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งบุกไปเสมอกับ ลิเวอร์พูล 1-1 มาเมื่อกลางสัปดาห์

เกมนี้ โคล้ด ปูแอล นายใหญ่ทีมจิ้งจอกสยาม อดใช้งาน มาร์ค อัลไบรท์ตัน ปีกตัวสำคัญที่เจ็บแฮมสตริง ต้องส่งดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลงยืนปีกซ้ายแทน แต่ยังมี เจมี่ วาร์ดี้ เป็นความหวังในแดนหน้า

ทางฝั่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือผีแดง เรียกตัว อันเดร์ เอร์เรร่า กลับมาลงตัวจริงอีกครั้งในแดนกลาง และได้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กลับมามีชื่อสำรอง โดยแนวรุกนัดนี้ใช้ อเล็กซิส ซานเชซ, เจสซี่ ลินการ์ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ออกสตาร์ทพร้อมกัน

นาทีที่ 4 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบขึ้นนำทันที เมื่อ ลุค ชอว์ บรรจงเปิดบอลจากซ้ายไปที่เสาไกลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดเข้าโหม่งระยะเผาขน แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว



แต่นาทีที่ 9 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกนำ 1-0 ได้สำเร็จ เมื่อ ริคาร์โด้ เปเรยร่า จ่ายบอลพลาดไปเข้าทาง ปอล ป็อกบา บรรจงกระดกเข้าเขตโทษให้ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปจับบอลลง แล้วซัดจ่อๆ ตุงตาข่ายไม่เหลือซาก

เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสตีเสมอในนาที 43 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ล้มตัวสกัดลูกเปิดฟรีคิกของเจ้าถิ่นออกมาไม่ดีนัก บอลเข้าทาง นอมปาลีย์ส เมนดี้ จ่ายต่อให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลองยิงปั่นโค้งจากนอกเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูที่ 2 เมื่อ เลสเตอร์ เสียบอลในแดนตัวเอง เปิดโอกาสให้ แรชฟอร์ด พาบอลไปลองสับไกยิงจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเข้ากรอบแบบอันตราย แต่ยังตรงตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล



จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ จึงตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1

นาที 47 เลสเตอร์ เกือบตีเสมอได้ เมื่อ เจมส์ แมดดิสัน วิ่งฉกบอลได้จาก เนมานย่า มาติช แล้วกระชากบอลเข้าไปกดมุมแคบ บอลเฉี่ยวเสาออกหลังนิดเดียวเท่านั้น



นาที 61 เลสเตอร์ ซิตี้ น่าตีเสมอได้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อ เจมส์ แมดดิสัน ปั่นฟรีคิกไปติดกำแพง แล้วบอลลอยมาตรงบริเวณจุดโทษ เจมี่ วาร์ดี้ กระโดดเอี้ยวตัวยิงเต็มเท้า แต่ ดาบิด เด เคอา ยังปฏิกิริยาไว ป้องกันไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ แล้วยังล้มตัวคว้าไว้ติดหนึบ ก่อนที่แข้งเจ้าถิ่นจะตามซ้ำได้ทัน

นาที 76 เลสเตอร์ ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกระยะหวังผลเยื้องมาทางฝั่งขวา ราชิด เกซซัล ตัวสำรองวิ่งเข้าปั่นโค้งด้วยซ้าย บอลกำลังจะเสียบสามเหลี่ยม แต่ เด เคอา ยังบินปัดทิ้งออกหลังได้อีก



นาที 86 แมนฯ ยูไนเต็ด ที่โดนบุกอยู่นาน เกือบสวนกลับมาได้ประตูเพิ่ม จากตัวสำรองอย่าง โรเมลู ลูกากู ที่ได้ซัดด้วยซ้ายเน้นๆ บอลพุ่งเกือบเข้าเสาแรก แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังพุ่งปัดทิ้งออกมาได้

ช่วงท้ายเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เน้นเกมรับ รอหาจังหวะโต้กลับ ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ โหมบุกหนักสุดชีวิต หวังตีเสมอไม่ได้ แต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ เลสเตอร์ 1-0 ทำให้ทีมปีศาจแดงขยับแซง อาร์เซน่อล ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ชั่วคราว ก่อนที่ทีมปืนใหญ่จะบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงดึก


รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (กัปตันทีม) - ริคาร์โด้ เปเรยร่า, จอนนี่ อีแวนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลเวลล์ - นอมปาลีย์ส เมนดี้ (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ น.84), วิลเฟรด เอ็นดิดี้ - เดมาไร เกรย์ (ชินจิ โอกาซากิ น.74), เจมส์ แมดดิสัน (ราชิด เกซซัล น.62), ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - เจมี่ วาร์ดี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-3-1-2) : ดาบิด เด เคอา - แอชลี่ย์ ยัง (กัปตันทีม), เอริก ไบยี่, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ - อันเดร์ เอร์เรร่า, เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา - เจสซี่ ลินการ์ด (ฟิล โจนส์ น.90) - มาร์คัส แรชฟอร์ด (โรเมลู ลูกากู น.78), อเล็กซิส ซานเชซ (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.67)

ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน