แย่งที่ 4 สนุกแล้ว!! ปืนโชว์คึก ทุบสิงห์ 2-0 ลดช่องว่างเหลือตามแค่ 3 แต้ม

7 months ago
217 reads • 346 shares
แย่งที่ 4 สนุกแล้ว!! ปืนโชว์คึก ทุบสิงห์ 2-0 ลดช่องว่างเหลือตามแค่ 3 แต้ม
โดย:

อาร์เซน่อล เปิดบ้านชนะ เชลซี 2-0 เกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 23

อาร์เซน่อล 2-0 เชลซี

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมเกมคู่เอกประจำสัปดาห์ เป็นศึก "ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์" โดย อาร์เซน่อล ที่เพิ่งโดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 5 ต้องมีแต้มในเกมนี้ให้ได้ หากต้องการกลับไปอยู่ที่เดิม ส่วน เชลซี ก็ห้ามแพ้ หากไม่อยากโดนทีมปืนใหญ่และผีแดง ไล่จี้มาเหลือแค่ 4 แต้ม

อูไน เอเมรี่ กุนซือทีมปืนใหญ่ นัดนี้ส่งทั้ง อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ลงตัวจริงพร้อมกันในแนวรุก เช่นเดียวกับ อารอน แรมซี่ย์ ก็ได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในปี 2019

ส่วน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือสิงห์บลูส์ ยังให้ เอแด็น อาซาร์ รับบท "ฟอลส์ ไนน์"​ ในแดนหน้า และยังยึด 11 ตัวจริงชุดที่เฉือนชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 ไว้ต่อไป



เปิดเกมมาแค่ อาร์เซน่อล น่าจะขึ้นนำก่อน เมื่อ เอคตอร์ เบเยริน จ่ายให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ วิ่งขึ้นไปทางฝั่งขวาก่อนไหลไปหน้าประตูให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง โฉบเข้ายิง แต่บอลกลิ้งหลุดเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 8 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะเล่นเตะมุมสั้นทางฝั่งซ้าย ลูคัส ตอร์เรยร่า สะกิดให้ กรานิต ชาก้า ครอสไปหน้าประตูให้ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ขึ้นโขก บอลกระดอนพื้นออกหลังไป

นาที 13 อาร์เซน่อล น่าจะขึ้นนำได้อย่างที่สุด เมื่อ ลูคัส ตอร์เรยร่า เปิดลูกฟรีคิกจากฝั่งซ้ายเข้าไปที่หน้าประตูให้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ หลุดกับดักล้ำหน้าไปขึ้นโหม่งเหน่งๆ แต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ยังผวาปัดได้หวุดหวิด

ถัดมาแค่นาทีเดียว อาร์เซน่อล นำ 1-0 จนได้หลังจากบุกกดดันข้างเดียวอยู่นาน จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม เอคตอร์ เบเยริน เปิดเข้าไปในเขตโทษให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ เกี่ยวบอลพลิกหนี เปโดร โรดริเกซ แล้วแตะหลบ มาร์กอส อลอนโซ่ ก่อนซัดมุมแคบด้วยขวา ส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด



นาที 17 อาร์เซน่อล เกือบหนีไปเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ฉกบอลได้บริเวณฝั่งซ้าย ก่อนกระชากไปหามุมยิงจิ้มด้วยหัวเกือกข้างซ้าย แต่ยังติดเซฟ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

นาที 18 เชลซี ได้ลุ้นตีเสมอบ้าง เมื่อ ดาวิด ลุยซ์ วางยาวให้ เปโดร โรดริเกซ วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้า แล้วพยายามยิงชิพเข้าไปที่เสาไกลในจังหวะที่ แบร์นด์ เลโน่ หลุดตำแหน่งออกมาจากเส้นประตู แต่บอลกระดอนพื้นแล้วไม่ตุงตาข่าย กองหลังเจ้าบ้านตามไปเคลียร์ทิ้งได้ทันเวลา

นาที 37 อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูอีกหน เมื่อ เซอัด โคลาซินัช เติมขึ้นมาเปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปหน้าประตูให้ โอบาเมย็อง โอเวอร์เฮดคิกตามน้ำ แต่บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย



แต่ 2 นาทีถัดมา อาร์เซน่อล นำห่าง 2-0 จนได้ จากจังหวะต่อเนื่องจากที่สาดฟรีคิกเข้าไปในเขตโทษ บอลถูกเคลียร์ออกมา ก่อนที่ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส จะงัดบอลกลับไปที่หน้าประตูให้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ พุ่งโหม่งจ่อๆ โดยที่บอลโดนหัวไหล่ของ กอสซิแอลนี่ ตุงตาข่าย

นาที 45 เชลซี พลาดโอกาสตีไข่แตก เมื่อ วิลเลี่ยน เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาเข้าไปให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ขึ้นโหม่งไปชนเสาเต็มๆ ทั้งที่ แบร์นด์ เลโน่ ยืนขาตายไปแล้ว

จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ เชลซี 2-0 โดยรูปเกมเป็นทีมปืนใหญ่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

ครึ่งหลัง นาที 59 เชลซี ได้ลุ้นตีไข่แตก จากลูกยิงนอกเขตโทษของ มาร์กอส อลอนโซ่ แต่บอลยังไม่ตรงกรอบอีก



นาที 71 อาร์เซน่อล เจอข่าวร้าย เมื่อ เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาตัวเก่งมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ อูไน เอเมรี่ ต้องเปลี่ยนตัว โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ลงสนาม แล้วถอย ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส ไปยืนแบ็กขวาแทน

จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม อาร์เซน่อล ชนะ เชลซี 2-0 ทำให้ อาร์เซน่อล กลับไปอยู่อันดับ 5 ด้วยการมีผลต่างประตูได้-เสียเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับตามหลัง เชลซี ที่รั้งอันดับ 4 เหลือเพียง 3 แต้มเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อาร์เซน่อล (4-3-1-2) : แบร์นด์ เลโน่ - เอคตอร์ เบเยริน (โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ น.71), โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ (กัปตันทีม), เซอัด โคลาซินัช - ลูคัส ตอร์เรยร่า, กรานิต ชาก้า, มัตเตโอ เกนดูซี่ - อารอน แรมซี่ย์ (ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส น.67) - อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ (อเล็กซ์ อิโวบี้ น.68), ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (กัปตันทีม), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่ - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.63) - วิลเลี่ยน (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.68), เอแด็น อาซาร์, เปโดร โรดริเกซ (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.80)

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์