สื่อญี่ปุ่นยกนิ้วให้!! “ชนาคุงพัฒนาฝีเท้าไม่หยุด จนคนทั้งเอเชียต้องยอมรับ”

9 months ago
1,404 reads • 1,343 shares
สื่อญี่ปุ่นยกนิ้วให้!! “ชนาคุงพัฒนาฝีเท้าไม่หยุด จนคนทั้งเอเชียต้องยอมรับ”
โดย:

สื่อญี่ปุ่นอย่าง footballchannel.jp ชื่นชม ชนาธิป สรงกระสินธ์ พิสูจน์ตัวเองในฐานะแข้งไทยได้แล้วใน เอเชียน คัพ 2019

หลังจาก ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019 ได้สำเร็จก็ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของแฟนบอลมากเหลือเกิน

ล่าสุด วาตารุ ฟูนากิ คอลัมนิสต์ชาวญี่ปุ่นได้ออกมาเขียนบทความลงในเว็บไซด์ footballchannel.jp ถึงความยอดเยี่ยมของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่กำลังโดดเด่นสุดๆ ทั้งในเจลีก และเอเชียน คัพ 2019

โดย วาตารุ ฟูนากิ ได้เริ่มพูดถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่กำลังฉายแสงอยู่ในระดับเอเชียได้ดีเหลือเกิน

หลังพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดดกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และที่สำคัญเขากำลังพา ทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์อยู่ในเอเชียน คัพ อีกต่างหาก

จากผลเสมอ ยูเออี 1-1 ในเกมนัดสุดท้ายของกลุ่มเอ ทำให้ ทัพช้างศึก ทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี

ซึ่งหนึ่งในคนสำคัญที่ทำให้ ไทย ไปไกลขนาดนี้ก็คงหนีไม้พ้น ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ร่างจิ๋วจาก ซัปโปโร ที่ฉายแสงสุดๆกับเวทีใหญ่ระดับเอเชียแบบนี้

 

“ผมสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลไทยได้” นี่คือคำพูดของ ชนาคุง หลังพาทีมชาติไทยไปต่อในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

แม้ในสนามเขาจะเป็นคนที่ตัวเล็กกว่าใครเพื่อน แต่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เจ้าของส่วนสูง 158 ซม. ก็สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับยูเออีได้ตลอดทั้งเกม และมีบทบาทสำคัญกับทีมในระดับเอเชียสุดๆ

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2018 “เมสซี่เจ” ยิงไปถึง 8 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์พา คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จบ Top4 ของศึกเจลีก ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

พร้อมแจ้งเกิดดังเปรี้ยงหลังกลายเป็นแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของต้นสังกัด และที่สำคัญมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมเจลีก 2018 อีกต่างหาก

แน่นอนว่าตอนนี้เขาคือแข้งสำคัญที่ ทีมชาติไทย ขาดไม่ได้เลย แต่เนื่องจากประเทศของเขาไม่สามารถทะลุมารอบสุดท้ายได้นานนับ 12 ปี ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ ชนาธิป จะได้ลงเล่นในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปอย่าง เอเชียน คัพ

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทย ก็เริ่มต้นได้ไม่ดีนักหลังแพ้ อินเดีย อย่างย่อยยับ 1-4 แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยอมแพ้ง่ายๆ

เมื่อนัดต่อ เมสซี่เจ ซัดประตูชัยพาทีมชนะ บาห์เรน 1-0 ก่อนจะมาปิดท้ายเสมอ ยูเออี 1-1 เก็บเป็น 4 คะแนนแซงหน้าคว้ารองแชมป์กลุ่มไปทันที

หลัง อินเดีย พลาดท่าแพ้ บาห์เรน ในช่วงทดเจ็บ ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ ทัพช้างศึก เข้ารอบได้นับตั้งแต่คว้าอันดับสามในปี 1972 หรือนับย้อนกลับไป 47 ปีที่แล้วนู้เลย

เราเห็นได้ชัดเลยว่านักเตะตัวเล็กๆ ผมสีเงินๆ ได้วิ่งป่วนไปทั่วทั้งสนาม ด้วยหน้าตาที่ไม่วิตกกังวลเหมือนเก่า

“ผมดีใจมากที่ ทีมชาติไทย และประชาชนกว่า 70 ล้านคน ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้ และผมขอขอบคุณโค้ช และเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่สู้มาด้วยกัน”

 

หลังจากยิงประตูได้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถือเป็นนักเตะที่โดดเด่น และมีทักษะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของไทย และแน่นอนในทุกๆ จังหวะสำคัญในเกมจนพาทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้

นอกจากนี้ชัยชนะนัดแรกในเอเชียน คัพ 2019 ก็เกิดจากความทุ่มเท และจังหวะยิงสุดสวยของ ชนาธิป ที่วอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม จากจังหวะจ่ายบอลเข้ามาของ ทริสตอง โด

นี่คือจุดที่แสดงให้เห็นแล้วว่าการไปเล่นเจลีก ทำให้เขาพัฒนาฝีเท้าตัวเองขึ้นมากเหลือเกิน และสามารถกลับมาช่วยไทยพลิกสถานการณ์มาได้อย่างน่าชื่นชม

และแน่นอนหลังจากยิงประตูได้เราก็ได้เห็นท่าที่คุ้นเคยของ ชนาธิป กับการยกมือกขึ้นสองข้าง พร้อมพูดคำว่า “ไซโค” (ภาษาไทย แปลว่า สุดยอด)

 

รอบต่อไปของชนาธิป

หากดูแข้งไทยในตอนนี้มีเพียง ชนาธิป สรงกระสินธ์ คนเดียวที่ได้ย้ายไปเจลีกด้วยสัญญาซื้อขาด แม้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ธีราทร บุญมาทัน จะถูก โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส คว้าตัวไปร่วมทีม แต่ก็ยังเป็นเพียงสัญญายืมตัว 1 ปีเท่านั้น

“นักเตะหลายคนที่ไปเล่นยังต่างประเทศ หรือสามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในไทยลีก ผมคิดว่าพวกเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ากำลังพัฒนาฝีเท้าก้าวไปข้างหน้าเหมือนกัน” เขาได้กล่าวไว้หลังเกมไทยผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ

“ถ้าเราทุกคนเล่นได้ดีไม่ใช่แค่เจลีก เท่านั้นยังมีทั้งเคลีก รวมทั้ง ลีกออสเตรเลีย ด้วย และผมคิดว่ามีหลายคนนะที่มีโอกาสไปเล่นต่างประเทศ”

ในฐานะที่ ชนาธิป เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนทางทัศนะคติที่ดีต่อการมองนักเตะไทยในญี่ปุ่น มันก็กลายเป็นจุดดีที่ทำให้เพื่อนร่วมชาติของเขาจะได้มีโอกาสมาลุยที่นี่บ้างเหมือนกัน

เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่จะพบกับญี่ปุ่นในเอเชียนคัพ หากสามารถเข้าไปในรอบลึกๆ ได้?? “บางทีในอนาคตก็อาจจะมีโอกาสนะ”

รอบต่อไปของ ทีมชาติไทย จะต้องรอลุ้นว่าจะได้พบกับ จีน หรือ เกาหลีใต้ ซึ่งแน่นอนจากชื่อชั้นแล้วมันเป็นเกมที่ยากเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามบอกเลยว่าตอนนี้ ทัพช้างศึก ไม่มีใครมาทดแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้แน่นอน

และ ทีมชาติไทย จะสามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่ของเอเชียในรอบต่อไปได้หรือไม่?? นั่นคือขั้นตอนต่อไปที่ถ้าพวกเขาทำได้จะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกอย่างในเอเชียน คัพ 2019...