พรีเมียร์สนุกต่อ!! เรือใบทำได้ ดับหงส์ 2-1 เหลือตาม 4 แต้ม

2 weeks ago
522 reads • 1,864 shares
พรีเมียร์สนุกต่อ!! เรือใบทำได้ ดับหงส์ 2-1 เหลือตาม 4 แต้ม
โดย:

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ทำให้ตามจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเหลือ 4 แต้ม

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 21

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

ศึกพรีเมียร์ลีกคู่หยุดโลก ระหว่างแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับจ่าฝูงที่ยังแพ้ไม่เป็นอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งทีมเรือใบสีฟ้าจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้ เพื่อลดช่องว่างที่ตามหงส์แดง ให้เหลือเพียง 4 แต้ม แต่หากเจ้าถิ่นแพ้ ถือว่าโอกาสเสียแชมป์ให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีสูงมาก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจขยับ อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ ออกไปยืนแบ็กซ้าย แล้วให้ จอห์น สโตนส์ กับ แว็งซ็องต์ ก็องปานี จับคู่เซนเตอร์กัน ส่วนแนวรุกวาง 3 ประสาน ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ลีรอย ซาเน่ ลงป่วนทีมเยือน

ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับทัพจากนัดถล่ม อาร์เซน่อล 5-1 โดยดร็อป เซอร์ดาน ชากิรี่ ไปนั่งสำรอง แล้วอัดแดนกลางโดยส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลงตัวจริง ทว่าแนวรุกชุดเก่งทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังออกสตาร์ทพร้อมกันครบ



นาทีที่ 18 ลิเวอร์พูล น่าจะขึ้นนำสุดๆ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำชิ่ง 1-2 กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก่อนบรรจงแทงทะลุช่องให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดเดี่ยวไปยิงผ่าน เอแดร์ซอน โมราเอส ไปแล้วแต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย ซึ่งจังหวะถัดมา จอห์น สโตนส์ พยายามจะเตะเคลียร์ทิ้งก็ไปโดน เอแดร์ซอน เด้งกลับหลังเกือบเข้าประตูตัวเองอีก แต่ว่า สโตนส์ ยังตามไปล้มตัวเตะสกัดทิ้งออกมาทันเวลา โดยที่บอลเกือบจะข้ามเส้นไปทั้งใบแล้ว



นาทีที่ 40 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โหม่งสกัดบอลออกมาเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เก็บบอลได้ที่หน้าเขตโทษ แล้วกระชากเข้าไปเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายจากซ้ายไปที่เสาแรกให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ จับหนึ่งจังหวะ แล้วซัดมุมแคบเต็มข้อด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลแสกหน้า อาลีสซง เบ็คเกอร์ พุ่งเสียบใต้คานอย่างเด็ดขาด

จากนั้นจบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำ ลิเวอร์พูล 1-0

ครึ่งหลังนาที 56 ลิเวอร์พูล มีลุ้นตีเสมอ เมื่อ จอห์น สโตนส์ เทกตัวโหม่งสกัดลูกเปิดของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไปเข้าทาง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้เติมขึ้นมายิงจากนอกเขตโทษ แต่ซัดหลุดกรอบไป

นาที 59 แมน​ฯ ซิตี้ ได้ลุ้นประตูที่ 2 บ้าง ดานิโล่ แบ็กขวาลากหนี จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ตัดเข้ากลางมาซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลออกหลังไป



นาที 64 ลิเวอร์พูล ตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ เมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แตะหนี ลีรอย ซาเน่ ทางฝั่งขวา แล้วโยนด้วยเท้าซ้ายข้ามฟากเข้าไปในกรอบเขตโทษ บอลเลยผ่าน ดานิโล่ ไปถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กระดกไปที่เสาไกลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พุ่งโหม่งโล่งๆ เข้าไป

แต่นาที 72 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ลากบอลไปหาช่องจ่ายให้ ลีรอย ซาเน่ จับหนึ่งจังหวะแล้วยิงด้วยซ้าย ส่งบอลลอดขา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เด้งเสาไกลเข้าประตูไป



นาที 82 เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูที่ 3 จากจังหวะโต้กลับ ที่ สเตอร์ลิง จ่ายทะลุช่องให้ กุน อเกวโร่ สปีดไปแตะหนี อาลีสซง เบ็คเกอร์ แล้วได้ยิงแล้ว ทว่า อาลีสซง ยังออกไปปิดมุมได้ดี จึงป้องกันให้บอลออกหลังไปได้

นาที 84 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นตีเสมอบ้าง เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กระชากบอลหนี จอห์น สโตนส์ ไปซัดด้วยซ้ายในเขตโทษ ทว่า เอแดร์ซอน โมราเอส ล้มตัวปัดออกไปได้

นาทีสุดท้ายของเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดโอกาสได้ประตูที่ 3 อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา หลุดเดี่ยวไปซัดมุมแคบในเขตโทษ ไปติดเซฟของ อาลีสซง เบ็คเกอร์ แล้วบอลออกมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ง้างยิงซ้ำเน้นๆ แต่บอลพุ่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดายสุดๆ

อย่างไรก็ตาม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ส่งผลให้ทีมหงส์แดงแพ้ในลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ และทำให้ แมนฯ ซิตี้ ตามหลังจ่าฝูงเหลือ 4 แต้ม

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ดานิโล่, จอห์น สโตนส์, แว็งซ็องต์​ ก็องปานี (กัปตันทีม) (นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.88), อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ (ไคล์ วอล์คเกอร์ น.86) - แฟร์นันดินโญ่ - ราฮีม สเตอร์ลิง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ดาบิด ซิลบา (อิลคาย กุนโดกัน น.65), ลีรอย ซาเน่ - เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (แดเนียล สเตอร์ริดจ์ น.86), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม), เจมส์ มิลเนอร์ (ฟาบินโญ่ น.57) - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.77)

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์