ผีโชว์เทพส่งท้ายปี!! "ป็อกบา" ยิง 2 จ่าย 1 ต้อนบอร์นมัธสบายเท้า 4-1

2 weeks ago
204 reads • 664 shares
ผีโชว์เทพส่งท้ายปี!! "ป็อกบา" ยิง 2 จ่าย 1 ต้อนบอร์นมัธสบายเท้า 4-1
โดย:

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 4-1 คว้าชัยชนะส่งท้ายปี 2018

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 20

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 บอร์นมัธ

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของปี 2018 เป็นเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทีมอันดับ 6 ขวัญใจมหาชน เปิดบ้านพบ บอร์นมัธ ซึ่งทีมปีศาจแดงมีโอกาสทำแต้มไล่จี้ อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 5 ให้เหลือ 3 แต้ม หากชนะเกมนี้ได้

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือรักษาการของผีแดง ได้ตัว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หายป่วยกลับมาลงตัวจริง เช่นเดียวกับ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ แอชลี่ย์ ยัง ที่เป็นแค่ตัวสำรองในนัดก่อน ก็กลับมาออกสตาร์ทในเกมนี้อีกครั้ง

ส่วน เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมของ บอร์นมัธ ไม่มี ไซม่อน ฟรานซิส กองหลังกัปตันทีมที่บาดเจ็บต้องพักทั้งซีซั่น แต่แนวรุกส่งทั้ง คัลลั่ม วิลสัน และ โจชัว คิง ลงยืนกองหน้าคู่กัน



เปิดเกมมาแค่ 4 นาทีเศษ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง เปิดขึ้นหน้าไปทางฝั่งขวาของสนามเกือบถึงมุมธงให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแตะหนีทั้ง นาธาน อาเก้ และ ดีเอโก้ ริโก้ ก่อนจ่ายไปหน้าประตูให้ ปอล ป็อกบา สอดเข้าล้มตัวยิงจ่อๆ เข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 15 ผีแดงน่าจะได้ประตูที่ 2 เมื่อ เนมานย่า มาติช ชิพบอลเข้าเขตโทษให้ ปอล ป็อกบา โหม่งชงให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เอี้ยวตัววอลเลย์แต่บอลแฉลบ นาธาน อาเก้ ออกหลังไป

นาที 26 บอร์นมัธ ได้ลุ้นตีเสมอจากลูกเตะมุมฝั่งขวา แล้ว เดวิด บรู๊คส์ เปิดให้ นาธาน อาเก้ เทกตัวโหม่งไปติด อันเดร์ เอร์เรร่า แล้วกระดอนพื้นเกือบเข้าประตูแต่บอลยังไปโดนไหล่ ดาบิด เด เคอา ทำให้ทีมปีศาจแดงยังไม่โดนตีเสมอ



นาที 33 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนีไปเป็น 2-0 เมื่อขึ้นบอลกันมาทางฝั่งขวา ก่อนที่ แอชลี่ย์ ยัง จ่ายคืนหลังให้ อันเดร์ เอร์เรร่า เติมขึ้นมาเปิดโค้งไปที่หน้าประตูแล้ว ปอล ป็อกบา โดดโขกเหน่งๆ เข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ 2 ของกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสในเกมนี้

นาที 45 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูที่ 3 ก่อนหมดครึ่งแรก เมื่อ เนมานย่า มาติช ตักบอลขึ้นหน้าให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนโยกหลอก ดีเอโก้ ริโก้ แล้วงัดไปที่หน้าประตูให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ล้มตัวชาร์จจ่อๆ เข้าไปง่ายๆ



อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก บอร์นมัธ ตีไข่แตกไล่มาเป็น 3-1 จากจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม แล้วเป็น นาธาน อาเก้ ที่โขกลูกเปิดของ เดวิด บรู๊คส์ เข้าไป และเป็นประตูสุดท้ายก่อนเข้าช่วงพักครึ่งของเกมนี้

ครึ่งหลังนาที 66 แมนฯ ยูไนเต็ด น่าได้ประตูที่ 4 เมื่อ ปอล ป็อกบา จ่ายเข้าเขตโทษได้สวยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดไปยิง ทว่ากดไปตรงตัว อัสเมียร์​ เบโกวิช



นาที 72 ผีแดงหนีห่างเป็น 4-1 จนได้เมื่อ ปอล ป็อกบา กระดกบอลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง เอาบอลลงโดยไม่มีธงล้ำหน้าขึ้นมา แม้จะจับไม่นิ่มเท่าไร แต่เขายังตามไปตวัดยิงด้วยเท้าขวาส่งบอลเข้าก้นตาข่ายได้สำเร็จ

นาที 75 ปอล ป็อกบา เกือบจะทำแฮตทริกได้ เมื่อวิ่งเข้าตะบันลูกจ่ายจาก เจสซี่ ลินการ์ด บริเวณหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเรียดไปโดน อัสเมียร์ เบโกวิช พุ่งปัดไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย



นาที 79 แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ เอริก ไบยี่ ล้มตัวเสียบสองเท้าใส่ ไรอัน เฟรเซอร์ ทำให้ผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที และทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ต้องส่ง ฟิล โจนส์ ลงไปยืนหลังแทน แล้วถอด อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ออกมา

อย่างไรก็ตาม จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังถล่ม บอร์นมัธ 4-1 ทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กลายเป็นกุนซือคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ต่อจาก เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ และ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่พาทีมออกสตาร์ทด้วยชัยชนะ 3 นัดรวดในลีก และทำให้ทีมไล่จี้อันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล เหลือ 3 แต้มแล้ว

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา - แอชลี่ย์ ยัง (กัปตันทีม), เอริก ไบยี่, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ - อันเดร์ เอร์เรร่า (อันเดรียส เปเรยร่า น.76), เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา - เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด (โรเมลู ลูกากู น.70), อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (ฟิล โจนส์ น.82)

บอร์นมัธ (3-5-2) : อัสเมียร์​ เบโกวิช - สตีฟ คุก, นาธาน อาเก้ (ไทโรน มิงส์ น.82), ชาร์ลี แดเนียลส์ - จอร์ดอน ไอบ์, เดวิด บรู๊คส์ (ลีส มุสเซ็ต น.66),​ แอนดรูว์ เซอร์แมน​ (กัปตันทีม), จูเนียร์ สตานิสลาส, ดีเอโก้ ริโก้ - คัลลั่ม วิลสัน (ไรอัน เฟรเซอร์ น.66), โจชัว คิง

ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน